จำฉันได้ไหม? “บัตรโทรศัพท์” ของสำคัญเมื่อวันวานที่พกไว้เพื่อติดต่อกัน สู่ของสะสม

บัตรโทรศัพท์ชุดแรกที่มีการวางจำหน่ายทั่วไป

ระบบโทรศัพท์แบบใช้บัตรในเมืองไทยนั้นเริ่มต้นโครงการทดลองเมื่อใน พ.ศ. ๒๕๓๐ และเปิดบริการให้ใช้จริงใน พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยเริ่มต้นจากในเขตกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ หาดใหญ่ แล้วจากนั้นจึงแพร่หลายไปทั่วประเทศ

บัตรโทรศัพท์ที่ใช้ในประเทศไทยเป็นบัตรระบบแสง คือใช้หลักการสะท้อนแสงอินฟราเรดที่มีแถบแสงบรรจุขนาดเล็กในการอ่านค่าบัตร ทั้งนี้นอกจากบัตรโทรศัพท์แบบระบบแสงแล้วก็ยังมีบัตรโทรศัพท์อีก ๒ ชนิด ซึ่งไม่ได้นำมาใช้ในประเทศไทย คือบัตรระบบแม่เหล็ก และบัตรระบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับบางคนแล้ว บัตรโทรศัพท์ไม่ใช่เพียงบัตรแข็งที่นำไปใช้กับโทรศัพท์สาธารณะเพื่อติดต่อสื่อสารเท่านั้น แต่ยังเป็นของสะสมที่มีมูลค่าทั้งทางกายและทางใจอย่างมหาศาล ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะลวดลายบนบัตรโทรศัพท์ที่ออกแตกต่างกันมาในแต่ละเดือน แต่ละรุ่น บ้างเป็นภาพโบราณสถาน ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติ ฯลฯ การสะสมบัตรโทรศัพท์นั้นกล่าวได้ว่าเป็นที่นิยมมากจนกระทั่งก่อให้เกิดเป็นธุรกิจการขายบัตรโทรศัพท์ซึ่งมักจะขายคู่กับแสตมป์

บัตรโทรศัพท์ไทยสามารถแบ่งออกได้ ๒ ประเภท คือ บัตรที่พิมพ์ออกจำหน่ายทั่วไป และบัตรที่ไม่ได้นำออกจำหน่าย เช่นบัตรทดลองใช้ และบัตรทดสอบและซ่อมบำรุง

บัตรโทรศัพท์ชุดแรกที่มีการวางจำหน่ายทั่วไป

วงการนักสะสมบัตรโทรศัพท์สมัครเล่นก็มักจะสะสมบัตรชนิดแรก เพราะหาได้ง่าย ในขณะที่นักสะสมมืออาชีพที่ต้องมีทั้งใจรักและเงินหนักกระเป๋าก็มักจะสืบเสาะค้นหาบัตรชุดที่ไม่มีขายมาครอบครอง โดยหนึ่งในชุดบัตรโทรศัพท์ที่ใคร ๆ ก็อยากจะไขว่คว้ามาคือบัตรโทรศัพท์ชุดทดลองใช้ที่มีสีเหลืองทั้งใบ ไม่มีลวดลายหรือรูปภาพใด ๆ ทั้งสิ้น มีเพียงตราเครื่องหมายขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ผลิตออกมาเพียง ๙๕ ใบ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑ และไม่มีการวางจำหน่าย

บัตรโทรศัพท์แบบทดลองใช้ชุดแรกของไทย ผลิตใน พ.ศ. ๒๕๓๑

นอกจากบัตรโทรศัพท์ชุดยากจะคว้านี้แล้ว ก็ยังมีบัตชุดลวดลายสวยงามที่นักสะสมมือสมัครเล่นพอจะหามาได้ คือชุดรัตนโกสินทร์ เป็นบัตรพิมพ์รูปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ๑ ชุด มีจำนวน ๓ ใบ ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังมีบัตรโทรศัพท์แบบจิ๊กซอว์ คือเมื่อนำบัตรโทรศัพท์ชุดเดียวกันมาวางต่อกัน ๔ ใบ จะเห็นเป็นรูปภาพรูปใหญ่

บัตรโทรศัพท์แบบจิกซอว์ ชุดปะการัง

บัตรโทรศัพท์เหล่านี้เมื่อออกวางจำหน่ายนั้นมีราคาเพียง ๕๐ บาท หรืออย่างแพงคือ ๑๐๐ บาท แต่เมื่อเวลาผ่านไป มีนักสะสม มีผู้เห็นคุณค่าของชุดบัตรเหล่านี้มากขึ้นจนทำให้ราคาซื้อขายพุ่งขึ้นสูงเรื่อย ๆ ทั้งนี้แม้ว่าจุดประสงค์ของการหาซื้อบัตรโทรศัพท์ของแต่ละท่านจะแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะหามาเพื่อขายต่อในราคาแพง หรือหามาเพื่อเก็บไว้ ก็เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความรู้สึกระลึกหวนย้อนไปยังวันวานสมัยที่ยังไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มือถือ

(ข้อมูลจากบทความ “โลกสื่อสาร บัตรโทรศัพท์  ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม กรกฎาคม ๒๕๓๘)

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป