วัฒนธรรมโสเภณี แก้เหงาไม่เฉามือ..จากสมัยพุทธกาลถึงรัตนโกสินทร์

โสเภณีเป็นมรดกวัฒนธรรมของสังคม วัฒนธรรมคือ พฤติกรรมร่วมของมนุษย์หมู่หนึ่ง สังคมหนึ่งที่ประพฤติปฏิบัติร่วมกัน รับสืบทอดต่อกันเป็นมรดกวัฒนธรรม โสเภณีเป็นพฤติกรรมร่วมดังกล่าว ย่อมสืบทอดเจริญขึ้น หรือเสื่อมลงตามสภาพการณ์และเวลาของสังคมนั้น

โสเภณีมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล แต่โสเภณีสมัยนั้นมีคุณสมบัติเฉพาะดังนี้ :

๑. รูปร่างดี คือ สวย
๒. เล่นดนตรีได้
๓. ขับร้องได้
๔. ฉลาดในการปฏิสันถาร คือ รับแขก

ในสมัยพุทธกาล เช่น นางสิริมาเป็นโสเภณี เมื่อได้ฟังพระธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วสำเร็จโสดาบัน และภิกษุณีวงศ์เคยเป็นโสเภณีมีค่าตัวครึ่งเมืองสีกา เป็นตัวอย่างในโบราณกาล ท่านแพทย์ชีวกโกมารภัจ ท่านเป็นบุตรนางสาลวดี นางบำเรอประจำกรุงราชคฤห์ (จากหนังสือเรื่อง โกมารภัจ)

โดยเฉพาะหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่นครโตเกียวของญี่ปุ่นคลาคล่ำไปด้วยโสเภณียืนตามบาทวิถีในค่ำคืน เชิญชวน “ร่วมรสรัก” โดยเฉพาะบริเวณอาซักกูซ่า การปรนนิบัติบางแห่ง “ยอดเยี่ยม” คือมี “ห้องหอรอรัก” บนเสื่อปูนวมแล้วนำอิฐเผาให้ร้อนวางไว้ นำนวมคลุมทับทำให้อบอุ่นเป็นที่นอน “ร่วมรสรัก” เยี่ยมมาก แต่เมื่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นปัจจุบันดีมากจนเป็น “สัตว์เศรษฐกิจ” โสเภณีญี่ปุ่นก็วูบหายวับไป

ในประเทศเยอรมนี หลังสงครามในนครฮัมบูร์ก ย่านซังเปาลีหรือริบเปอร์บานก็เต็มไปด้วยโสเภณีถนนราคาไม่แพง ในประเทศเนเธอแลนด์ประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐ ที่นครเฮกและนครอัมสเตอร์ดัม นางในห้องกระจกนั่งเชิญชวนให้ชม-เชย-ชิด ทุกค่ำคืนมีทุกสาวแส้และพะโล้

ในประเทศอียิปต์ กรุงไคโรนับว่าวิเศษยอดเยี่ยมในโลก คือ กลางแม่น้ำไนล์จะมีเรือขนาดกลางรวบรวมโสเภณีไว้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาง มีเรือแจวจากท่าริมฝั่งให้หนุ่มกลัดมันไปเลือก แล้วพาไปนอนในเรืออีกลำหนึ่งเรียกว่าเรือเรือนหอ นอนร่วมรสรักแนบชิดสนิทสเน่หากลางแม่น้ำไนล์

ครั้งหนึ่งที่คลองแสนแสบประตูน้ำประทุมวันก็ลอยเรือโสเภณีแบบนี้ แต่บรรยากาศไม่ Romantic เลย กรุงลอนดอน แถว BAY WATER ไฮด์ปาร์ก โสเภณีก็มีไม่น้อยและใช้สุมทุมพุ่มไม้เป็นเรือนหอ หรือจะยืนใช้เสื้อฝนคลุมถ้าปฏิบัติได้ถนัด

ขอกลับมาที่ประเทศไทยสมัย พ.ศ. ๒๔๘๐ หรือกว่านั้น คุณแก่คุณหนุ่ม ต้องรู้จัก “ซอยทรัพย์” โดยเฉพาะนิสิตชายจุฬาฯ ต้องรู้จักแน่ ๆ เพราะหลังจากกินซากเนื้อสัตว์เนื้อเปื่อยเป็นอาหารเย็นแล้ว นิสิตชั้นดีก็เตร่ไปซอยทรัพย์เพื่อรับ “โรค” เป็นประเพณีอย่างหนึ่ง

ถนนจักรเพชร ใกล้วังบูรพา แหล่งโสเภณีในอดีต

“สพานถ่าน” ใคร ๆ ก็รู้จักว่าเป็นย่านโสเภณีราคาถูก ซอยข้างเรือนจำลหุโทษ หรือถนนซอยหลังร้านขายเครื่องหวาย ถนนหน้าโรงหวย ตรอกเต้า ตรอกโพธิ์ ถนนอนุวงศ์มีโสเภณีกวางตุ้ง นุ่งกางเกงในวัับ ๆ แวม ๆ ล่อใจอยู่ทั้งกลางวันกลางคืน บ้านป้าอบ บ้านป้าหยิบ ดงกล้วย ย่านแพร่งสรรพศาสตร์ ย่านถนนวิสุทธิกษัตริย์ สำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญจำเป็นของโสเภณีคือ “กระโถน ๑ ใบ น้ำสะอาด ๑ ขวด” โสเภณีจะหิ้วของสองสิ่งนี้ขึ้นไปกับหนุ่ม-แก่กลัดมัน เรียกว่า “ขึ้นห้อง” หนุ่มบริสุทธิ์จะเริ่มเที่ยวครั้งแรกนั้นเรียกเป็นภาษาเฉพาะว่า “ไปขึ้นครู”


 

(คัดลอกส่วนหนึ่งจากบทความ “วัฒนธรรมโสเภณี แก้เหงาไม่เฉามือ” เขียนโดย พล.ร.ต.สมภพ ภิรมย์ ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม มีนาคม ๒๕๓๖)

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป