พระเพทราชาเถลิงราชย์ ชาวบ้านพลูหลวงปีติ “นายเรามีบุญ” กินเหล้าร้องเพลงฉลองในวัง

“พระเพทราชา” ภาพจากละครบุพเพสันนิวาส ออกอากาศทางช่อง 3

เสร็จพระราชพิธีปราบดาภิเศก พระญาติวงศ์กับข้าหลวงเดิมเข้าเฝ้าชมวัง กินเหล้าเมาเขลง ร้องเพลงพวกสุพรรณ

เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๑๐ ขึ้น ๗ ค่ำ ปีจอ จัตวาศก เพลาเช้า ได้มหามงคลสวัสดีอุดมฤกษ์ ท้าวพระยามหาสามนตราชเสนาบดีมนตรีมุขลูกขุนข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งหลาย ประชุมพร้อมกัน ณ พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท กระทำพระราชพิธีปราบดาภิเษก อัญเชิญสมเด็จพระเพทราชา เสด็จขึ้นผ่านพิภพสวรรยาธิปัติถวัลยราชย์ ณ กรุงเทพพระมหานครศรีอยุธยา โดยโบราณราชประเพณี แล้วถวายพระนามว่า สมเด็จพระมหาบุรุษ วิสุทธิเดชอุดม บรมจักรพรรดิ

ในการนี้สมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาให้มีการมหรสพสมโภชพระนครสามวัน

พระราชพงศาวดารฉบับหนึ่ง ซึ่งแสดงท่าทีชัดเจนว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพระราชวงศ์บ้านพลูหลวง แถลงพระราชกรณียกิจอันเนื่องด้วยพระญาติวงศ์และเหล่าบ่าวไพร่ข้าหลวงเดิมว่า

ขณะนั้นพระญาติวงศ์และข้าหลวงเดิมทั้งหลายซึ่งอยู่ ณ บ้านพลูหลวง แขวงเมืองสุพรรณบุรี แจ้งว่าสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินได้ผ่านพิภพแล้ว ต่างคนต่างก็ชื่นชมยินดีนัก จึงชวนกันหามัจฉมังสาและผลตาลแก่อ่อน สิ่งของต่างๆ ตามมีประสาชนบทประเทศบ้านนอก นำเข้ามาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย จึงทรงพระกรุณาโปรดให้เหล่าพระญาติวงศานุวงศ์ และข้าหลวงเดิมทั้งหลายเข้ามาในพระราชวัง โดยทางประตูมหาโภคราชข้างท้ายสระ และให้ยับยั้งอยู่ในพระราชวัง ใกล้พระราชนิเวศน์มหาสถาน แล้วทรงพระกรุณาโปรดให้เข้ามาเฝ้าถวายสิ่งของทั้งปวง

พระญาติวงศานุวงศ์และข้าหลวงเดิมทั้งหลายเป็นชาวชนบทประเทศ มิได้รู้จักพิดทูลตามธรรมเนียมประการใดไม่ เคยพูดจาแต่ก่อนอย่างไรก็พูดจาพิดทูจอย่างนั้น และว่าตูข้าทั้งหลายรู้ว่านายท่านได้เป็นเจ้า ก็ยินลากยินดียิ่งนัก ชวนกันเข้ามาเพื่อจะชมบุญนายท่าน และซึ่งตายายผู้เฒ่าผู้แก่คนนั้นๆ พ่อแม่อีนั่นอ้ายนั่นป่วยเจ็บอยู่เข้ามาไม่ได้ ได้ฝากแต่สิ่งของอันนั้นเข้ามาให้กำนัลนายท่านด้วย

ข้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งหลายได้ฟังดังนั้น จึงห้ามว่า ท่านทั้งหลายอย่าเรียกว่านาย พระองค์ได้เสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดินแล้ว และท่านทั้งหลายอย่าพูดจาพิดทูลดังนี้มิสมควรยิ่งนัก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงฟังดังนั้นก็ทรงพระสรวล ดำรัสว่า คนเหล่านี้มันเป็นชาวบ้านนอก เคยชำนาญพูดจามาแต่ก่อนอย่างนั้น เรามิได้ถือ อย่าห้ามมันเลย แล้วทรงพระกรุณาให้วิเสทตกแต่งโภชนาหารมาเลี้ยงดูให้อิ่มหนำ

พระญาติวงศ์และข้าหลวงเดิมทั้งหลายได้รับพระราชทานโภชนาหารมีรสอันอร่อยต่างๆ บางคนเป็นนักเลงสุรา ก็กราบทูลว่า นายท่าน ตูข้าอยากกินสุรา ก็ทรงพระกรุณาให้เอาสุรามาพระราชทานให้บริโภค ครั้นได้รับพระราชทานแล้วก็เมาสุรา บ้างร้องเพลงเก็บดอกไม้ร้อย และเพลงไก่ป่าต่างๆ

สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินได้ทรงฟังดังนั้นก็ทรงพระสรวล แล้วมีพระราชดำรัสให้เจ้าจอมเถ้าแก่นำเอาพระญาติวงศ์และข้าหลวงเดิมทั้งหลายเข้าไปเที่ยวชมในพระราชวังข้างใน และพระราชมนเทียร

พระญาติวงศ์ข้าหลวงเดิมทั้งหลายได้เห็นเครื่องสิริราชสมภารอันงดงามวิเศษต่างๆ และพระนางสนมอันมีสิริรูปอันงาม กอปรด้วยเครื่องอลังการนุ่งห่มงามต่างๆ ต่างคนต่างสรรเสริญเป็นอันมาก และชมพระราชกฤษฎาธิการว่า นายเรามีบุญยิ่งนัก และเที่ยวชมบนพระราชมณเทียรและจังหวัดพระราชวังทั้งปวงแล้วกลับมาเฝ้า ถวายบังคมแล้วกราบทูลสรรเสริญโดยได้เห็นทั้งปวงนั้น แล้วทูลถามว่า ค่ำวันนี้นายท่านจะให้ตูข้าทั้งหลายนอนที่ไหน จึงมีพระราชดำรัสว่า เอ็งทั้งหลายจงนอนอยู่บนพระราชมณเทียรเถิด แล้วทรงพระกรุณาให้เหล่าพระญาติวงศ์และข้าหลวงเดิมทั้งหลายนอนอยู่บนพระราชมนเทียรสถาน

ครั้นรุ่งเช้าทรงพระกรุณาให้จัดแจงเลี้ยงดูให้อิ่มหนำสำราญแล้ว ก็พระราชทานเงินทองพรรณผ้านุ่งห่ม สิ่งของเครื่องศรีสมรสต่างๆ เป็นอันมากโดยลำดับฐานานุรูปทุกคน แล้วให้พระราชทานเงินทองสิ่งของทั้งปวงฝากไปให้แก่ผู้ซึ่งไม่ได้มานั้น

เหล่าพระญาติวงศ์ข้าหลวงเดิมทั้งหลายได้รับพระราชทานสรรพวัตถุทั้งปวงแล้ว ถวายพระพรต่างๆ แล้วถวายบังคมลา ทรงพระกรุณาโปรดให้กลับออกไปอยู่ภูมิลำเนาแห่งตนดุจก่อน

รายงานข่าวนี้ออกจะน่าเคลือบแคลงอยู่บ้าง ผู้สื่อข่าวของเราจะได้ติดตามเรื่องนี้ต่อไป


(คัดจาก เอกสารประกอบการเสวนาของ สโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนา 18 กันยายน 2557)

รู้ทันเรื่องราวก่อนใคร เกาะติดตามกระแสในประวัติศาสตร์ กดติดตาม ศิลปวัฒนธรรม  อย่าลืมกด “See First” (เห็นโพสต์ก่อน) เห็นทุกโพส เห็นทุกเรื่องราว ไม่พลาดข่าวในเพจ


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 12 เมษายน พ.ศ.2561

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป