ออกพระเพทราชา ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ

ประหารฟอลคอน! ออกพระเพทราชา ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ สั่งรวบตัวไว้ที่ลพบุรีครึ่งเดือน ก่อนออกคำสั่งประหารกลางดึกเมื่อคืน ด้านนายพลเดส์ฟาร์จ ยังสงวนท่าที เผ่นไปตั้งหลักที่ป้อมบางกอกแล้ววันนี้

คืนวานนี้ที่ 5 มิถุนายน พุทธศักราช 2231 ออกพระเพทราชา ผู้ยึดอำนาจการปกครองกรุงศรีอยุธยาไว้แล้วก่อนหน้านี้ ได้ออกคำสั่งประหารเจ้าพระยาวิชเยนทร์ ว่าที่สมุหนายก ผู้ถืออำนาจสูงสุดในการปกครองรองจากพระบาทบรมนาถนารายณ์ราชบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ที่วัดซาก ใกล้พระตำหนักทะเลชุบศร เมืองลพบุรี ถึงแก่อนิจกรรมอย่างทารุณ

สืบเนื่องจากเหตุการณ์เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนการยึดอำนาจของออกพระเพทราชา หลังจากพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนัก ออกพระเพทราชาซึ่ีงไม่ไว้วางใจเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (ฟอลคอน) ว่าเป็นต้นเหตุชักศึกเข้าบ้าน ทำให้กรุงศรีอยุธยาตกอยู่ภายใต้อำนาจของฝรั่งเศสจึงคิดแผนยึดอำนาจขึ้น

ด้านเจ้าพระยาวิชเยนทร์ไหวตัว จึงออกคำสั่งเรียกตัวนายพล เดส์ฟาร์จมายังเมืองลพบุรีเพื่อเตรียมการรับมือและวางแผนกำจัดออกพระเพทราชา โดยมี นายพันตรีเดอ โบ ช็องป์ อาสาจะจับตัวออกพระเพทราชาและสังหารด้วยตนเอง

แต่เมื่อนายพล เดส์ฟาร์จพร้อมทหารฝรั่งเศส 80 นาย เดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยา ได้ส่งนายร้อยโท เลอรัว ขึ้นไปสืบความจริงที่ลพบุรี ก็พบว่าเหตุการณ์ยังปกติอยู่ พระพุทธเจ้าอยู่หัวยังไม่ได้สวรรคตตามข่าวลือ จึงยกกองกำลังกลับไปตั้งหลักที่ป้อมบางกอก ไม่ได้ไปตามนัดเจ้าพระยาวิชเยนทร์

แหล่งข่าวกล่าวว่า นายพล เดส์ฟาร์จไม่ต้องการจะเข้าข้างฝ่ายใด นอกจากจะรักษาผลประโยชน์แห่งราชสำนักฝรั่งเศสในกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น

ด้านเจ้าพระยาวิเชเยนทร์ได้กราบบังคมทูลว่า ออกพระเพทราชาจะทำการกบฏต่อแผ่นดิน แนะนำให้มีพระบรมราชโองการเรียกตัวเข้าเฝ้าเป็นการด่วน แล้วจับตัวลงพระราชอาญา

ฝ่ายออกพระเพทราชารู้ตัวดังนี้ จึงไปหาสมเด็จพระสังฆราช เล่าความเรื่องเจ้าพระยาวิชเยนทร์คิดจะยกแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาอยู่ใต้คนต่างชาติ สมเด็จพระสังฆราชและบรรดาภิกษุจึงเรียกชุมนุมราษฎร ให้จับอาวุธขึ้นเพื่อรักษาองค์พระมหากษัตริย์และแผ่นดิน ก่อนจะบุกเข้ายึดวังหลวงเมืองลพบุรี

ออกพระเพทราชาจับตัวเจ้าพระยาวิชเยนทร์ได้และควบคุมพระพุทธเจ้าอยู่หัวไว้ในพระราชวังลพบุรี ในวันที่ 18 พฤษภาคม พุทธศักราช 2231 นับเป็นการตีฆ้องปฏิวัติตั้งแต่บัดนั้น ส่วนทหารฝรั่งเศสในเมืองลพบุรีถูกจับและควบคุมตัวไว้ที่พระตำหนักทะเลชุบศร

2 วันต่อมา 20 พฤษภาคม ออกพระเพทราชาจึงมีคำสั่งประหารพระปีย์ ราชบุตรบุญธรรมในพระพุทธเจ้าอยู่หัวด้วยการตัดศีรษะ

จากนั้นออกพระเพทราชาจึงให้โกษาปานซึ่งอยู่ในฝ่ายปฏิวัติ เดินทางไปเจรจากับนายพล เดส์ฟาร์จ ที่ป้อมบางกอก เพื่อเชิญขึ้นมายังเมืองลพบุรี หากไม่มาพบจะถือว่ากรุงศรีอยุธยาและฝรั่งเศสขาดความสัมพันธ์กัน ในที่สุดนายพล เดส์ฟาร์จก็ยอมไปเมืองลพบุรี ในวันที่ 31 พฤษภาคม ออกพระเพทราชาขอให้ส่งกองทหารฝรั่งเศสที่เมืองบางกอกไปช่วยสยามรบกับลาว นายพล เดส์ฟาร์จตอบตกลงตามนั้น แต่ออกอุบายขอไปสั่งการที่เมืองบางกอก ออกพระเพทราชาจึงยึดตัวบุตรชาย 2 คน ของนายพล เดส์ฟาร์จไว้เป็นประกัน ครั้นเมื่อกลับถึงบางกอก ก็จัดการเตรียมการรับมือกับฝ่ายออกพระเพทราชาที่ป้อมบางกอกนั้นอย่างเข้มแข็ง

จนกระทั่งคืนวานนี้ที่ 5 มิถุนายน ออกพระเพทราชา มีคำสั่งให้ประหารชีวิตเจ้าพระยาวิเชเยนทร์ที่วัดซาก ใกล้พระตำหนักทะเลชุบศร ขณะมีอายุได้ 41 ปี ถือเป็นการยุติอำนาจเมืองฝรั่งเศสในกรุงศรีอยุธยานับแต่บัดนั้น

แหล่งข่าวระดับสูงยังอ้างอีกว่านับแต่วันที่เจ้าพระยาวิเชเยนทร์ถูกจับตัวมานั้น ก็ถูกทรมานต่างๆ นานา จนเมื่อมีการประหารพระปีย์ราชบุตรบุญธรรม จึงมีการเอาศีรษะของพระปีย์ซึ่งลือว่าฝักใฝ่อยู่ทางฝรั่งนั้นมาแขวนคอเจ้าพระยาวิชเยนทร์ก่อนจะนำไปประหารชีวิตดังกล่าว

และเข้าวันที่ 6 มิถุนายน ข่าวแจ้งว่า นายพลเดส์ฟาร์จได้เดินทางกลับไปยังบางกอกแล้ว คาดว่าจะไปเตรียมตัวรับมือกับออกพระเพทราชา เพื่อรักษาป้อมบางกอกและผลประโยชน์ของฝรั่งเศสไว้จนนาทีสุดท้าย


(คัดจาก เอกสารประกอบการเสวนาของ สโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนา 18 กันยายน 2557)

รู้ทันเรื่องราวก่อนใคร เกาะติดตามกระแสในประวัติศาสตร์ กดติดตาม ศิลปวัฒนธรรม  อย่าลืมกด “See First” (เห็นโพสต์ก่อน) เห็นทุกโพส เห็นทุกเรื่องราว ไม่พลาดข่าวในเพจ

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป