“โกษาปาน” ท้าทหารฝรั่งเศสยิงทหารไทย 17 คน สุดท้ายรอดแถมซดเหล้าโชว์

โกษาปาน ท้าทหารฝรั่งเศสยิงทหารไทย 17 คน
ภาพประกอบ - พระยาพระคลัง หรือโกษาปาน (ภาพจาก Wikimedia Commons)

โกษาปาน ท้าทหารฝรั่งเศสยิงทหารไทย 17 คน สุดท้ายรอดแถมซดเหล้าโชว์

“ออกพระวิสุทธสุนทร” หรือโกษาปาน เป็นหัวหน้าคณะราชทูตในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ได้เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส ตรงกับสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ระหว่างอยู่ที่ฝรั่งเศส โกษาปานปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม และมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายให้ผู้คนในยุคปัจจุบันได้ศึกษา ซึ่งหลายเรื่องก็ไม่น่าเชื่อว่าเคยเกิดขึ้นมาก่อน

ใน “พงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา” มีตอนหนึ่งปรากฏว่า โกษาปานเคยท้าให้ทหารฝรั่งเศสยิงทหารไทยทั้งหมด 17 คน เนื่องจากฝ่ายอยุธยาล้วนแล้วแต่มีพลังอาคมแกร่งกล้า สามารถรอดจากกระสุนเหล็กทั้งหลายได้

ออกพระวิสูตรสุนทร (โกษาปาน) ราชทูต และคณะ นำเครื่องราชบรรณาการจากสยามออกมาวางเรียงรายต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อได้เข้าเฝ้า ณ พระราชวังแวร์ซายส์ ประเทศฝรั่งเศส พ.ศ. 2229 ในภาพ (มุมขวาล่าง) มีปืนใหญ่พระนารายณ์ 2 กระบอกปรากฏอยู่ท่ามกลางสิ่งของที่นำมาถวายด้วย (ภาพจากหนังสือมองประวัติศาสตร์ไทยผ่านศัสตราวุธ)

เรื่องนี้เกิดขึ้นในวันหนึ่ง พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีพระราชดำรัสสั่งให้หาทูตานุทูตเข้าเฝ้า ณ หน้าพระลานและให้หาพลทหารฝรั่งแม่นปืน 500 นาย เข้ามายิงปืนให้แขกบ้านแขกเมืองดู โดยแบ่งเป็นสองพวก ฝั่งละ 250 นาย ยืนเป็นสองแถว ปรากฏว่ายิงไม่ได้พลาดกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว จากนั้นกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสก็ให้ล่ามถามโกษาปานว่า “ทหารแม่นปืนเหมือนดังนี้ พระนครศรีอยุธยามีหรือไม่”

เมื่อโกษาปานได้ยินเช่นนั้นก็กราบทูลไปว่า “ทหารแม่นปืนดังนี้ พระเจ้ากรุงศรีอยุธยามิได้นับถือใช้สอย”

สร้างความขุ่นเคืองพระราชหฤทัยให้เจ้าแผ่นดินมาก จึงทรงถามต่อว่า “พระเจ้ากรุงไทยนับถือทหารมีฝีมือประการใดเล่า”

ราชทูตจากกรุงศรีอยุธยาจึงตอบไปว่า “พระเจ้าอยู่หัวกรุงไทยทรงนับถือใช้สอยทหารคนดีมีวิชา อันทหารแม่นปืนเหมือนดังนี้ จะยิงไกลและใกล้ก็มิได้ถูกต้องกายและทหารบางจำพวกเข้าไปในระหว่างข้าศึกมิได้เห็นตัว ตัดเอาศีรษะนายทัพข้าศึกมาถวายได้ ทหารบางจำพวกก็คงทนอาวุธต่างๆ จะยิงฟันแทงประการใดๆ ก็มิได้เข้า และทหารมีวิชาดังนี้จึงทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงไว้ใช้สอยสำหรับพระนคร”

พอพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงได้ยินดังนั้นก็ไม่เชื่อ และว่าเป็นการอ้วงอวดเกินไปนัก จึงทรงถามต่อไปว่า “ทหารไทยที่มีวิชาเหมือนว่าดังนั้น มีมาในกำปั่นบ้างหรือไม่” เพื่อให้แสดงวิชาอาคมดังกล่าวให้พระองค์ทอดพระเนตร

โกษาปานก็ตอบกลับไปว่า ทหารที่มาด้วยนั้นล้วนเป็นทหารกองนอก มีแต่วิชาอย่างกลาง แต่ก็สามารถโชว์ให้เห็นได้เช่นกัน จากนั้นจึงทราบทูลขอพระราชานุญาตให้ทหารแม่นปืนทั้งหมด 500 นายนี้ ระดมยิงทหารไทยทั้งใกล้และไกล และทหารที่มีอิทธิฤทธิ์นี้จะห้ามกระสุนปืนทั้งหมด ไม่ให้โดนกายแม้แต่น้อย

เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงได้ยินเช่นนั้นก็กลัวว่าทหารไทยจะโดนยิงจนสิ้นไปหมดและจะเสียพระราชไมตรีไป ก็ทรงห้าม แต่โกษาปานก็ยังยืนยันให้ทำเช่นนั้น และบอกอีกด้วยว่าทหารเหล่านี้มีพลังห้ามกระสุนเหล่านี้จริง และจะไม่เป็นอันตรายแม้แต่น้อย พรุ่งนี้ขอให้ตั้งเบญจา 3 ชั้นในหน้าพระลาน ให้ดาดเพดานผ้าขาวและปักราชวัติฉัตรธงล้อมรอบ แล้วให้ตั้งเครื่องโภชนาหารมัจฉมังสาสุราบานไว้ให้พร้อม

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส (ภาพจากเว็บไซต์ https://www.biography.com/news/louis-xiv-biography-facts)

จนเข้าสู่วันที่นัดกันไว้ กษัตริย์ฝรั่งเศสก็ทรงจัดเตรียมทุกอย่างตามที่คณะราชทูตขอไว้ทั้งหมด แล้วจึงให้ทหารไทย 16 คน ผูกเครื่องลงเลขยันต์คาถาศาสตราคม อาจารย์ผู้ทำพิธีนุ่งขาวใส่เสื้อครุยขาวและพอกเกี้ยวพันผ้าขาว ส่วนทหารไทย 16 คน ใส่กางเกงเสื้อหมวกปัศตู รวมเป็น 17 คน แล้วพากันเข้าไปยังพระลานและขึ้นนั่งบนเบญจา

จากนั้นก็กราบทูลขอให้ทหารฝรั่งเศส 500 นาย ยิงทหารไทยทั้ง 17 คนนี้ แต่ด้วยคุณไสยอันแกร่งกล้า เพลิงศิลาปากนกก็ไม่ได้ติดดินดำและไม่ได้ลั่นทั้งหมด ทหารไทยทั้งหมด 17 คนก็ไม่ได้เป็นอะไรทั้งสิ้น ไม่ได้ตกใจกลัวหรือสะดุ้งเลยแม้แต่น้อย แล้วทหารไทยต่างรับพระราชทานโภชนาหารมัจฉมังสาสุราบานเป็นปกติ 

เห็นเป็นเช่นนี้แล้ว ทหารไทยก็ให้ยิงอีกรอบและบอกว่าครั้งนี้จะให้เพลิงติดดินดำแล้ว ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ แต่กระสุนก็ออกจากลำกล้อง ตกลงตรงปากกระบอกบ้าง ห่างออกไปบ้าง มีกระสุนตกใกล้เบญจาบ้าง แต่ทหารไทยก็ยังไม่เป็นอะไรทั้งนั้น

เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทอดพระเนตรเห็นก็เชื่อทันที สรรเสริญและพระราชทานเงินทองเสื้อผ้าเป็นรางวัลให้แก่ทหารไทย เลี้ยงดูอย่างดีเยี่ยม ก่อนจะปล่อยให้คณะราชทูตและทหารไทยกลับสู่สำนัก

ถือเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและคาดไม่ถึง ซึ่งเกิดในฝรั่งเศส สมัยโกษาปานเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีฝรั่งเศส สมัยกรุงศรีอยุธยา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

https://www.finearts.go.th/suphanburilibrary/view/16462-พระราชพงศาวดาร-ฉบับพระราชหัตถเลขา


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 มิถุนายน 2569