แปลวรรณกรรม-นอนฟังดนตรี ชีวิต “ช่วง บุนนาค” หลังถวายคืนพระราชอำนาจ ร.5

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ช่วง บุนนาค ประกอบเรื่อง ชีวิตหลังถวายคืนพระราชอำนาจ รัชกาลที่ 5

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ หรือ “ช่วง บุนนาค” ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในต้นรัชกาลที่ 5 หลังถวายคืนพระราชอำนาจแล้ว มีชีวิตเป็นอย่างไร?

พ.ศ. 2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคต บรรดาเจ้านายและขุนนางได้ร่วมกันทูลเชิญสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลใหม่ แต่ขณะนั้นพระองค์ยังทรงพระเยาว์ จึงให้มีผู้สำเร็จราชการแผ่นดินไปจนกว่าจะถึงเกณฑ์ที่จะทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี

ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินคนนั้นก็คือ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ หรือช่วง บุนนาค ขุนนางที่มีอำนาจมากที่สุดในแผ่นดิน

เมื่อถึง พ.ศ. 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระผนวชเสร็จเรียบร้อย และทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 ทำให้พระองค์มีพระราชอำนาจเต็มในการบริหารบ้านเมือง ช่วง บุนนาค ก็ถวายคืนพระราชอำนาจแด่รัชกาลที่ 5

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ภาพจากหนังสือ “ประมวลภาพพระปิยมหาราช” โดย เอนก นาวิกมูล)

รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกย่องช่วง บุนนาค ให้เป็น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “สมเด็จช่วง” เป็นบรรดาศักดิ์สูงสุดเท่าที่ขุนนางคนหนึ่งในสมัยนั้นจะได้รับ 

ทั้งโปรดให้สมเด็จช่วงมีอำนาจสั่งประหารชีวิตได้เทียบเท่าพระเจ้าอยู่หัว และให้เรียกว่าผู้สำเร็จราชการแผ่นดินต่อไปได้อีก

นอกจากนั้น สมเด็จช่วงยังอยู่ในฐานะที่ปรึกษาไปอีกประมาณ 9 ปี ก่อนท่านจะถึงแก่พิราลัย ใน พ.ศ. 2425

แม้ว่าจะพ้นจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินไปแล้ว สมเด็จช่วงก็ยังมีบทบาทดูนโยบายสำคัญของรัฐบาลอยู่บ้าง แต่เวลาส่วนใหญ่ของท่านมักพักผ่อนอยู่แถวทำเนียบฝั่งธนบุรี ถ้าไม่แปลวรรณกรรมจีน ก็มักจะนอนฟังมโหรีปี่พาทย์ จนมีคำพูดของผู้หลักผู้ใหญ่ในเวลาต่อมาเป็นเชิงล้อเลียนท่านว่า

“นอนฟังเพลงได้เป็นวรรคเป็นเวร

ยังกับสมเด็จเจ้าพระยาก็ไม่ปาน”

ต่อมา สมเด็จช่วงกราบบังคมทูลลาไปอยู่ที่เมืองราชบุรี นาน ๆ ทีจะเข้ามากรุงเทพฯ จนเมื่อถึง พ.ศ. 2422 ขณะนั้นสมเด็จช่วงมีอายุย่าง 71 ปี ล้มป่วยหนักจนไม่สามารถไปร่วมพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาตอนปลายปีได้

รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศยกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราช สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ช่วง บุนนาค พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2 ครั้ง
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

ความเป็นความตายของขุนนางใหญ่ท่านนี้มีนัยสำคัญต่อการเมืองสยามห้วงเวลานั้นมากทีเดียว ถึงกับปรากฏในพระราชหัตถเลขารัชกาลที่ 5 เรื่องสั่งการปฏิสังขรณ์วัดพระแก้ว ในช่วงเวลาที่สมเด็จช่วงล้มป่วยอยู่ ทรงระบุว่า “ถ้าฉันทำการวัดนี้ไม่แล้ว ก็เป็นที่หมายว่า ถ้าสมเด็จเจ้าพระยาตายเสีย ฉันจะรักษาแผ่นดินไว้ไม่ได้”

ตอนรัชกาลที่ 5 มีพระราชประสงค์จะเสด็จประพาสยุโรปในต้น พ.ศ. 2423 ก็ทรงมีแนวคิดจะให้สมเด็จช่วงกลับมารับตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอีกครั้ง แต่ท่านปฏิเสธไม่รับตำแหน่ง เพราะท่านกลัวว่า ถ้าเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงกับตน ขุนนางที่เหลืออยู่จะดูแลบ้านเมืองไม่ได้ ด้วยความที่ขุนนางผู้ใหญ่คนอื่น ๆ ก็จะตามเสด็จฯ ไปด้วย

เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า สมเด็จช่วงยังมีบทบาทและอิทธิพลในราชสำนัก แม้ตัวท่านไม่ได้พำนักในพระนครแล้วก็ตาม ซึ่งเรื่องราวในปัจฉิมวัยของท่านก็ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะครั้งหนึ่งท่านยังมีเรื่องบาดหมางที่ขัดแย้งกับรัชกาลที่ 5 รุนแรงถึงขึ้นคิดจะก่อกบฏเลยทีเดียว!

เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY อวสาน ‘สมเด็จช่วง’ จุดสิ้นสุดอำนาจตระกูลบุนนาค”

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 พฤษภาคม 2569