| ผู้เขียน | กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม |
|---|---|
| เผยแพร่ |
บรรยากาศตึงเครียดก่อนรัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต เมื่อเจ้านายพระองค์หนึ่งระดมกำลังคนมาชุมนุมกันจนล้นวัง ด้วยเกรง “ภัยอันตราย” ในช่วงผลัดแผ่นดิน
สถานการณ์บ้านเมืองในพระนครช่วงการผลัดแผ่นดินจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 มาสู่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เรียกได้ว่ามีความ “ตึงเครียด” เกิดขึ้น
เพราะใน พ.ศ. 2394 ขณะที่ “พระนั่งเกล้า” ทรงพระประชวรมาระยะหนึ่ง และพระอาการก็ทรุดหนักลงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะทรงหายจากพระโรค มีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่เรียกระดมไพร่พลในสังกัดมาอยู่ในวังของตน จนโจษจันกันไปทั่วว่าอาจมีเหตุนองเลือดเกิดขึ้น หากรัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต

เจ้านายพระองค์นั้นคือ พระองค์เจ้าพนมวัน กรมขุนพิพิธโภคภูเบนทร์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2 ผู้ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศิลา เรียกว่าทรงเป็น “พี่น้อง” ร่วมพระบรมชนกนาถกับรัชกาลที่ 3 และ เจ้าฟ้ามงกุฎ ผู้ที่ต่อมาคือรัชกาลที่ 4
กรมขุนพิพิธโภคภูเบนทร์ทรงเป็นเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ กำกับว่าราชการกรมพระคชบาล จึงทรงมีอำนาจและไพร่พลในสังกัดกรมกองมาก เรื่องของเรื่องคือเมื่อทรงเห็นว่ารัชกาลที่ 3 มีพระอาการทรุดหนักลงเรื่อย ๆ ทำให้ทรงคาดการณ์ว่าคงจะสวรรคตในอีกไม่นาน และบ้านเมืองอาจเกิดเหตุวุ่นวาย จึงทรงระดมไพร่พลเข้ามาอยู่ที่วัง ซึ่งปัจจุบันวังจะอยู่บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ฝั่งตรงข้ามวัดโพธิ์
เล่ากันว่าตอนนั้นทรงระดมคนเข้ามามากจนล้นวัง บางส่วนต้องมาพักอาศัยอยู่ตามศาลารายของวัดโพธิ์ เมื่อคนข้างนอกมาพบก็รู้สึกผิดปกติ โจษจันกันไปทั่ว จนเรื่องทราบไปถึง เจ้าพระยาพระคลัง ว่าที่สมุหกลาโหม หรือ “ดิศ บุนนาค” ท่านเลยส่งบุตรชายคือ พระยาศรีสุริยวงศ์ หรือ “ช่วง บุนนาค” ไปดูสถานการณ์

หลังจาก ช่วง บุนนาค พบว่าเป็นเรื่องจริงดังเล่าลือกันมา และผู้เป็นบิดายังไม่ทันจะดำเนินการใด ๆ ช่วง บุนนาค ก็ไปเกณฑ์พลทหารปืนเล็กในสังกัดของท่านมาจากปากน้ำ เมืองสมุทรปราการ แล้วมาขอเข้าเฝ้ากรมขุนพิพิธโภคภูเบนทร์ ก่อนจะทูลถามไปเลยตรงๆ ว่า “ที่ทรงระดมผู้คนเข้าไว้มากมายเช่นนั้นมีพระราชประสงค์อย่างใด”
กรมขุนพิพิธโภคภูเบนทร์ ตรัสตอบว่า “ด้วยเกรงภัยอันตราย” จึงเรียกระดมคนมาไว้เพื่อจะป้องกันพระองค์เอง
ช่วง บุนนาค จึงทูลไปว่า บิดาของท่าน (เจ้าพระยาพระคลัง) กับเหล่าขุนนางช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้เป็นปกติดีอยู่ และยังไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องทรงหวาดกลัวเช่นนั้น ขอให้ส่งคนกลับไปให้หมด ถ้ายังชุมนุมกันอยู่อาจจะมีโทษ เพราะถือว่าเป็นการซ่องสุมกำลังผู้คน
กรมขุนพิพิธโภคภูเบนทร์จึงทรงยอมปล่อยให้ไพร่พลในสังกัดของพระองค์กลับไป…
ความตึงเครียดจากเหตุการณ์นี้ มีสาเหตุประการหนึ่งมาจากความกังวลว่า ใครจะได้เป็นพระมหากษัตริย์ต่อจากรัชกาลที่ 3 เพราะพระองค์ไม่ได้มีพระราชดำรัสมอบพระราชสมบัติให้กับเจ้านายพระองค์ใดชัดเจน
จริง ๆ แล้ว แม้แต่รัชกาลที่ 3 เองก็ทรงไม่แน่พระราชหฤทัยว่าจะมอบราชบัลลังก์ให้เจ้านายพระองค์ไหน เพราะทรงตระหนักดีว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ถัดไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลาย โดยเฉพาะ “ตระกูลบุนนาค”
ท้ายที่สุดก็อย่างที่ทราบกัน คือ “เจ้าฟ้ามงกุฎ” ได้เสวยราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระเชษฐา (รัชกาลที่ 3) โดยมีตระกูลบุนนาคเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการอัญเชิญพระองค์ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 4 จริง ๆ

แล้วตอนนั้นยังมี “ตัวเลือก” อื่น ๆ เป็นใครอีกบ้าง ทำไมตระกูลบุนนาคจึงสนับสนุนรัชกาลที่ 4 ทั้งที่เคยตั้งใจ “ข้าม” พระองค์มาแล้วตอนผลัดแผ่นดินรัชกาลที่ 2 ? มาร่วมย้อนอดีตไปพร้อมกันใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY สถาปนา ‘พระจอมเกล้า’ เบื้องหลังรัชกาลที่ 4 ครองราชย์”
อ่านเพิ่มเติม :
- ไทม์ไลน์ ร.2 เสด็จสวรรคต สู่สถานการณ์คุกรุ่น เมื่อ “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์” เสวยราชย์
- อาการประชวร – ภาวะสุญญากาศผู้สืบราชบัลลังก์ ร.3 “ความกังวล” ปลายพระชนมชีพ
- “เทาเซนด์ แฮรีส” ทูตอเมริกัน บันทึกถึงขุนนางตระกูลบุนนาค ชมบ้านเรือน-ทิวทัศน์ในไทยงดงาม
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 ตุลาคม 2568





