บรรยากาศตึงเครียดก่อน ร.3 เสด็จสวรรคต และ “บุนนาค” อัญเชิญ ร.4 เสวยราชย์

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ประกอบเรื่อง รัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต

บรรยากาศตึงเครียดก่อนรัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต เมื่อเจ้านายพระองค์หนึ่งระดมกำลังคนมาชุมนุมกันจนล้นวัง ด้วยเกรง “ภัยอันตราย” ในช่วงผลัดแผ่นดิน

สถานการณ์บ้านเมืองในพระนครช่วงการผลัดแผ่นดินจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 มาสู่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เรียกได้ว่ามีความ “ตึงเครียด” เกิดขึ้น

เพราะใน พ.ศ. 2394 ขณะที่ “พระนั่งเกล้า” ทรงพระประชวรมาระยะหนึ่ง และพระอาการก็ทรุดหนักลงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะทรงหายจากพระโรค มีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่เรียกระดมไพร่พลในสังกัดมาอยู่ในวังของตน จนโจษจันกันไปทั่วว่าอาจมีเหตุนองเลือดเกิดขึ้น หากรัชกาลที่ 3 เสด็จสวรรคต

อนุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ราชดำเนิน กรุงเทพฯ
อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ราชดำเนิน กรุงเทพฯ (ภาพโดย Paolobon140, via Wikimedia Commons)

เจ้านายพระองค์นั้นคือ พระองค์เจ้าพนมวัน กรมขุนพิพิธโภคภูเบนทร์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2 ผู้ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศิลา เรียกว่าทรงเป็น “พี่น้อง” ร่วมพระบรมชนกนาถกับรัชกาลที่ 3 และ เจ้าฟ้ามงกุฎ ผู้ที่ต่อมาคือรัชกาลที่ 4

กรมขุนพิพิธโภคภูเบนทร์ทรงเป็นเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ กำกับว่าราชการกรมพระคชบาล จึงทรงมีอำนาจและไพร่พลในสังกัดกรมกองมาก เรื่องของเรื่องคือเมื่อทรงเห็นว่ารัชกาลที่ 3 มีพระอาการทรุดหนักลงเรื่อย ๆ ทำให้ทรงคาดการณ์ว่าคงจะสวรรคตในอีกไม่นาน และบ้านเมืองอาจเกิดเหตุวุ่นวาย จึงทรงระดมไพร่พลเข้ามาอยู่ที่วัง ซึ่งปัจจุบันวังจะอยู่บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ฝั่งตรงข้ามวัดโพธิ์

เล่ากันว่าตอนนั้นทรงระดมคนเข้ามามากจนล้นวัง บางส่วนต้องมาพักอาศัยอยู่ตามศาลารายของวัดโพธิ์ เมื่อคนข้างนอกมาพบก็รู้สึกผิดปกติ โจษจันกันไปทั่ว จนเรื่องทราบไปถึง เจ้าพระยาพระคลัง ว่าที่สมุหกลาโหม หรือ “ดิศ บุนนาค” ท่านเลยส่งบุตรชายคือ พระยาศรีสุริยวงศ์ หรือ “ช่วง บุนนาค” ไปดูสถานการณ์

พระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) หรือภายหลังคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
พระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) หรือภายหลังคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์

หลังจาก ช่วง บุนนาค พบว่าเป็นเรื่องจริงดังเล่าลือกันมา และผู้เป็นบิดายังไม่ทันจะดำเนินการใด ๆ ช่วง บุนนาค ก็ไปเกณฑ์พลทหารปืนเล็กในสังกัดของท่านมาจากปากน้ำ เมืองสมุทรปราการ แล้วมาขอเข้าเฝ้ากรมขุนพิพิธโภคภูเบนทร์ ก่อนจะทูลถามไปเลยตรงๆ ว่า “ที่ทรงระดมผู้คนเข้าไว้มากมายเช่นนั้นมีพระราชประสงค์อย่างใด”

กรมขุนพิพิธโภคภูเบนทร์ ตรัสตอบว่า “ด้วยเกรงภัยอันตราย” จึงเรียกระดมคนมาไว้เพื่อจะป้องกันพระองค์เอง

ช่วง บุนนาค จึงทูลไปว่า บิดาของท่าน (เจ้าพระยาพระคลัง) กับเหล่าขุนนางช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้เป็นปกติดีอยู่ และยังไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องทรงหวาดกลัวเช่นนั้น ขอให้ส่งคนกลับไปให้หมด ถ้ายังชุมนุมกันอยู่อาจจะมีโทษ เพราะถือว่าเป็นการซ่องสุมกำลังผู้คน

กรมขุนพิพิธโภคภูเบนทร์จึงทรงยอมปล่อยให้ไพร่พลในสังกัดของพระองค์กลับไป…

ความตึงเครียดจากเหตุการณ์นี้ มีสาเหตุประการหนึ่งมาจากความกังวลว่า ใครจะได้เป็นพระมหากษัตริย์ต่อจากรัชกาลที่ 3 เพราะพระองค์ไม่ได้มีพระราชดำรัสมอบพระราชสมบัติให้กับเจ้านายพระองค์ใดชัดเจน

จริง ๆ แล้ว แม้แต่รัชกาลที่ 3 เองก็ทรงไม่แน่พระราชหฤทัยว่าจะมอบราชบัลลังก์ให้เจ้านายพระองค์ไหน เพราะทรงตระหนักดีว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ถัดไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลาย โดยเฉพาะ “ตระกูลบุนนาค”

ท้ายที่สุดก็อย่างที่ทราบกัน คือ “เจ้าฟ้ามงกุฎ” ได้เสวยราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระเชษฐา (รัชกาลที่ 3) โดยมีตระกูลบุนนาคเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการอัญเชิญพระองค์ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 4 จริง ๆ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

แล้วตอนนั้นยังมี “ตัวเลือก” อื่น ๆ เป็นใครอีกบ้าง ทำไมตระกูลบุนนาคจึงสนับสนุนรัชกาลที่ 4 ทั้งที่เคยตั้งใจ “ข้าม” พระองค์มาแล้วตอนผลัดแผ่นดินรัชกาลที่ 2 ? มาร่วมย้อนอดีตไปพร้อมกันใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY สถาปนา ‘พระจอมเกล้า’ เบื้องหลังรัชกาลที่ 4 ครองราชย์”

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 ตุลาคม 2568