| ผู้เขียน | ธนกร การิสุข |
|---|---|
| เผยแพร่ |
พระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เจดีย์ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เมื่อปี 2522

หากกล่าวถึง “พระธาตุนาดูน” เจดีย์สีขาวสูงเด่นงามสง่าที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ก็เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานสถูปสำริดซึ่งภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยสถูปและพระบรมสารีริกธาตุดังกล่าวค้นพบพร้อมกับพระพิมพ์ดินเผา “พระกรุนาดูน” เมื่อปี พ.ศ. 2522 จากซากโบราณสถานยุคทวารวดีที่ตั้งอยู่บนผืนนาของชาวบ้านในอำเภอนาดูน

อย่างไรก็ดี ยังมีเรื่องราวอีกฉากหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของพระธาตุนาดูนที่ดูเหมือนจะเลือนหายไปจากความทรงจำสาธารณะ และยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เร่งเร้ามาสู่การก่อสร้างพระธาตุนาดูนอย่างมีนัยสำคัญด้วย
นั่นคือ เหตุการณ์ศึกแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุระหว่างชาวนาดูนกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดมหาสารคาม
ประวัติการค้นพบสถูปสำริดพระบรมสารีริกธาตุและพระกรุนาดูน
ด้วยเหตุที่อำเภอนาดูนเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณยุคทวารวดีที่มีชื่อตามตำนานว่า “นครจำปาศรี” จึงทำให้หลายพื้นที่ของนาดูนมีซากโบราณสถานปรากฏอยู่ทั่วไป จนเป็นที่หมายปองของนักล่าโบราณวัตถุมาอย่างยาวนาน
ในวันที่ 22 พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2522 ชาวบ้านในอำเภอนาดูน 11 คน เข้าไปขุดค้นซากโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนที่นาของนายทองดี ปะวะภูตา ห่างจากกู่สันตรัตน์และเมืองโบราณนครจำปาศรีประมาณ 2 กิโลเมตร
ครั้งแรกได้ขุดทางทิศตะวันออกของเนินดิน พบศิลาแลง 3 ก้อน พอขุดลึกลงไปอีก 1.8 เมตร ก็พบวัตถุคล้ายวงแหวนทำจากสำริด เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว จำนวน 4 ชิ้น จากนั้นได้ย้ายไปขุดทางทิศตะวันตกอีกประมาณ 1 ศอก พบพระพิมพ์ดินเผาจำนวนมาก พวกเขาได้ขุดเนินดินนั้นอยู่จนสว่าง และได้พระพิมพ์ดินเผามากกว่า 12 กระสอบปุ๋ย
วันรุ่งขึ้น ข่าวการขุดพบพระกรุก็กระจายออกไป ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาขุดมากขึ้น จนในที่สุดหน่วยศิลปากรที่ 7 ขอนแก่น (ในขณะนั้น) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมและเริ่มขุดสำรวจในวันที่ 29 พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2522
ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่เจ้าหน้าที่หน่วยศิลปากรที่ 7 ขอนแก่นกำลังขุดสำรวจอยู่นั้น การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดำเนินไปด้วยความยากลำบาก เพราะมีประชาชนมาชมการขุดแต่งจำนวนมหาศาล พร้อม ๆ กับลักลอบแย่งขุดค้นตลอดเวลา
ถึงวันที่ 8 มิถุนายน ปี การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็ยากลำบากมากขึ้น เพราะมีผู้แทนราษฎรเข้ามาหาเสียงบริเวณหลุมขุดค้น พร้อม ๆ กับการถอนกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วน ทำให้ประชาชนเข้าใกล้พื้นที่มากขึ้น จนท้ายที่สุด ประชาชนก็สามารถเข้ามาแย่งขุดค้นได้เต็มบริเวณ และเจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องถอนตัวออกจากหลุมขุดค้น
หลังจากเจ้าหน้าที่ถอนตัวออกไปแล้ว ประชาชนก็กรูกันเข้าไปขุดค้นหาโบราณวัตถุ ทราบในภายหลังว่ามีผู้ขุดค้นได้โบราณวัตถุที่เชื่อว่าเป็นสถูปสำริดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ดังที่วีรพงษ์ สิงห์บัญชา ได้บันทึกไว้ในหนังสือ “เบื้องลึกเบื้องหลังพระธาตุนาดูน” ความว่า
“…นายสถาพร ขวัญยืน หัวหน้าผู้ควบคุมดำเนินการขุดแต่งเห็นว่า สถานการณ์เริ่มรุนแรงยากลำบากต่อการปฏิบัติงานขุดแต่ง จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยฯ ขุดเจาะตรงกลางโบราณสถาณ เวลาประมาณ 11:00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยฯ ขุดพบยอดสถูปสำริด 1 ชิ้น ประชาชนรุมล้อมมองดูอยู่เห็นเช่นนั้นจึงเข้าแย่งขุดเต็มพื้นที่ไปหมด ตำรวจต้องเข้าอารักขาเจ้าหน้าที่หน่วยฯ จึงสามารถนำโบราณวัตถุออกจากที่เกิดเหตุได้ เครื่องมือของเจ้าหน้าที่หน่วยฯ บางชิ้นก็สูญหายไปในระหว่างเกิดเหตุ
ในขณะนั้น นายบุญจันทร์ เกษแสนศรี นักการภารโรงสำนักงานที่ดินอำเภอนาดูนได้เข้าไปขุดค้นและพบตัวสถูปสำริด 1 ชิ้น นายธีรยุทธ พลีสิงห์ ราษฎรบ้านหัวโสก ขุดพบแผ่นทองกลีบบัวซึ่งเป็นที่รองรับองค์สถูป 1 ชิ้น ในตอนบ่ายประชาชนได้หลั่งไหลเพิ่มทวีมากขึ้น เข้าแย่งพื้นที่กันขุดวุ่นวายสับสนอลหม่าน หลายคนเป็นลมคาหลุมขุด มีรถแทรกเตอร์และรถดั้มไปขุดตักดินที่หลุมขุดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวและขนดินไปเทค้นหาโบราณวัตถุที่อำเภอใกล้เคียง นี่คือเหตุการณ์บางส่วนเท่านั้น…”
ศึกแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุ
หลังการขุดค้นพบสถูปสำริดพร้อมด้วยยอดและแผ่นทองรองรับองค์สถูป นายวุฒินันท์ พงศ์อารยะ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามในยุคนั้นก็เกิดความประสงค์ที่จะรวบรวมชิ้นส่วนของสถูปสำริดเพื่อนำมาประกอบให้สมบูรณ์ และจะอัญเชิญสถูปสำริดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุมาจัดงานสมโภชที่หน้าศาลากลางจังหวัด
พ่อเมืองมหาสารคามได้มอบหมายให้นายภานุพล พุทธาศรี นายอำเภอนาดูนในขณะนั้นไปติดต่อขอรับชิ้นส่วนสถูปสำริดจากหน่วยงานและบุคคลต่าง ๆ คือ 1) ติดต่อขอรับองค์สถูปจากนายบุญจันทร์ เกษแสนศรี เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2) ติดต่อขอรับยอดสถูปจากหน่วยศิลปากรที่ 7 ขอนแก่น เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม และ 3) ติดต่อขอรับแผ่นทองรองรับองค์สถูปจากนายธีรยุทธ พลีสิงห์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม
ระหว่างที่นายอำเภอนาดูนกำลังดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ตามคำสั่งของผู้ว่าฯ อยู่นี้เอง อีกด้านหนึ่งก็มีชาวนาดูนกลุ่มใหญ่กำลังประชุมวางแผนเพื่อต่อต้านคำสั่งของผู้ว่าฯ ที่จะให้ทางอำเภอนาดูนส่งมอบสถูปสำริดให้กับจังหวัด
เป้าหมายที่สำคัญของชาวนาดูนในการต่อต้านส่งมอบสถูปสำริดคือ การปกป้องโบราณวัตถุที่พวกเขาเคารพบูชา ให้รอดพ้นจากน้ำมือของข้าราชการซึ่งพวกเขามองว่าเป็น “โจรในเครื่องแบบ”
เหตุที่ชาวนาดูนมองว่าข้าราชการเป็นโจรในเครื่องแบบก็เพราะในอดีตมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดบางคนมาอัญเชิญพระพุทธรูปโบราณออกจากกู่สันตรัตน์ไป อ้างว่าจะนำไปบูชาและจะส่งคืนในภายหลัง แต่เมื่อข้าราชการผู้นั้นย้ายไปดำรงตำแหน่งที่อื่น พระพุทธรูปดังกล่าวก็หายไปพร้อมกับข้าราชการคนนั้น และชาวนาดูนก็ไม่ได้พบเห็นพระพุทธรูปองค์นั้นตราบจนปัจจุบัน
เช้าวันที่ 15 กรกฎาคม ปี พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นวันที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดมหาสารคามจะเดินทางมาอัญเชิญสถูปสำริดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อำเภอนาดูน ชาวนาดูนได้อัญเชิญสถูปสำริดมาประดิษฐานไว้ที่หน้าที่ว่าการอำเภอ พร้อมกับชุมนุมประท้วงต่อต้าน

เมื่อนายสันติ มณีกาญจน์ รองผู้ว่าฯ ในขณะนั้นพร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เดินทางมาถึง พวกเขาก็ต้องพบกับฝูงชนที่กำลังชุมนุมประท้วงอย่างดุเดือด แม้จะพยายามเจรจากับฝ่ายผู้ชุมนุมอยู่เป็นเวลานานแต่ก็ไม่เป็นผล ฝ่ายข้าราชการจึงวิทยุไปขอกำลังลูกเสือชาวบ้าน ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทส.ปช.) และประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม พร้อมด้วยรถเครื่องขยายเสียง เพื่อมาประจันหน้ากับชาวนาดูน
เมื่อมวลชนจัดตั้งมาถึงก็ปะทะคารมกับชาวนาดูนอย่างหนักหน่วง จนในที่สุดเมื่อเวลา 14.30 น. นายสันติ มณีกาญจน์ ก็ยอมสงบศึก ยกเลิกแผนการอัญเชิญสถูปสำริดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุจากอำเภอนาดูนเข้าไปยังตัวเมืองมหาสารคาม

สงบศึกแต่ศึกยังไม่สงบ
เมื่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เดินทางกลับไป เย็นวันนั้นก็มีรายการสดออกอากาศทางสถานีวิทยุทหารอากาศมหาสารคาม และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมหาสารคาม เนื้อหาของรายการเป็นการประณามชาวนาดูนที่ต่อต้านคำสั่งผู้ว่าฯ กล่าวหาอย่างรุนแรงถึงขั้นสาดโคลนว่าชาวนาดูน “เป็นมารศาสนา” และ “เป็นแนวร่วมผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์”
มากไปกว่านั้น ทางจังหวัดยังตั้งคณะกรรมการสอบสวน 8 ข้าราชการ (ครู-อาจารย์) ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนปลุกระดมมวลชนมาต่อต้านข้าราชการ แต่ภายหลังมีเพียงข้าราชการครู 4 คนที่ถูกลงโทษภาคทัณฑ์ ส่วนอีก 4 คนพ้นมลทิน
เรื่องร้อนไปถึงนายกรัฐมนตรี
ระหว่างที่มีการสอบสวนข้าราชการครูทั้ง 8 คนอยู่นั้น วันที่ 26 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2522 ชาวนาดูนจำนวน 50 คนได้ออกเดินทางจากอำเภอนาดูนไปยังกรุงเทพฯ
เมื่อเดินทางไปถึงในเช้าวันที่ 27 สิงหาคม ตัวแทนชาวนาดูนได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้สอบสวนข้าราชการจังหวัดมหาสารคามซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในกรณีมีคำสั่งให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกจากอำเภอนาดูน พร้อมทั้งร้องขอให้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างเจดีย์สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในเขตอำเภอนาดูน
หลังจากรัฐบาลได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้วก็ไม่ปรากฏว่ามีการสอบสวนข้าราชการของจังหวัดมหาสารคามแต่อย่างใด ขณะที่เรื่องการสร้างเจดีย์สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้น ในเวลาต่อมารัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้อนุมัติงบประมาณ 7,580,000 บาทสำหรับก่อสร้างเจดีย์ตามแบบแปลนที่เขียนโดยกรมศิลปากร โดยมีห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวกรก่อสร้างเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง
เจดีย์ที่ต่อมาขนานนามว่า “พระธาตุนาดูน” ได้เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 12 กันยายน ปี พ.ศ. 2528 ถึงวันที่ 21 ธันวาคม ปี พ.ศ 2528 ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์โดยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2530 จึงได้ประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในวันที่ 12 พฤศจิกายน ปีเดียวกันนั้น โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ได้เสด็จฯ มาทรงเป็นประธานในพิธี
อ่านเพิ่มเติม :
- ชื่อเมือง “มหาสารคาม” ตักศิลานครที่ราบสูงอีสาน มาจากไหน หมายถึงอะไร?
- การแบ่งพระบรมสารีริกธาตุเป็น 8 ส่วน “พระอัฐิ” พระพุทธเจ้าไปอยู่ไหนบ้าง ?
- ทำไมโบราณสถานถึงฝังอยู่ใต้ดิน?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
จังหวัดมหาสารคาม. ที่ระลึก 150 ปี มหาสารคาม. กรุงเทพฯ: บริษัท ฟินิกซ์ อินเตอร์ซัพพลาย จำกัด, 2558.
จังหวัดมหาสารคาม. อำเภอนาดูน. พระธาตุนาดูน พุทธมณฑลอีสาน. มหาสารคาม: อภิชาติการพิมพ์, 2528.
วีรพงษ์ สิงห์บัญชา. เบื้องลึกเบื้องหลังพระธาตุนาดูน. มหาสารคาม: อภิชาติการพิมพ์, 2548.
อรุณศักดิ์ กิ่งมณี. ตามหาร่อยรอยขอมและมอญในมหาสารคาม. ขอนแก่น: โรงพิมพ์ศิริภัณฑ์ ออฟเซ็ท, 2543.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569





