ชื่อเมือง “มหาสารคาม” ตักศิลานครที่ราบสูงอีสาน มาจากไหน หมายถึงอะไร?

เจ้าพ่อหลักเมืองมหาสารคาม ประกอบเรื่อง ชื่อเมืองมหาสารคาม
เจ้าพ่อหลักเมืองมหาสารคามในอดีต (ภาพโดย Facebook เพจ มหาสารคาม)

“มหาสารคาม” จังหวัดซึ่งมีสมญานามว่า “ตักศิลานคร” ในความหมายที่ว่าเป็นเมืองแห่งการศึกษา เพราะมีสถานศึกษาจำนวนมาก แล้วชื่อเมืองมหาสารคามมาจากไหน และหมายถึงอะไรกันแน่? 

หลวงผดุงแคว้นประจันต์ (จันทร์ อุตรนคร) เล่าถึงการสร้างบ้านแปงเมืองในหัวเมืองลาวฝั่งขวาแม่น้ำโขงหรือพื้นที่ภาคอีสานว่า

“เดิมก็เป็นบ้านหนึ่ง ๆ ซึ่งมีผู้คนอยู่มากหลายสิบหลังคาเรือน เป็นบ้านที่มีทำเลดีคืออยู่ใกล้แม่น้ำและบึงหนองใหญ่ และมีท้องทุ่งที่ควรจะทำนาได้มาก ทั้งป่าดงที่จะทำไร่ก็บริบูรณ์ดี และผู้คนซึ่งอยู่บ้านนั้นค่อนข้างจะมั่งคั่งด้วยทรัพย์เงินทองกว่าบ้านอื่นบรรดาที่อยู่ใกล้เคียง หรือบางทีผู้ที่เป็นหัวหน้าในบ้านนั้นมีสติปัญญาดีมีผู้คนนับถือมากก็พากันคิดจัดรวบรวมขอร้องต่อมหานครอันตนได้ขึ้นอยู่เพื่อได้รับอนุญาตตั้งบ้านนั้นขึ้นเป็นเมือง”

การเกิดเมืองมหาสารคามก็เป็นไปตามแนวทางข้างต้นเช่นกัน

พระบรมธาตุนาดูน เมืองมหาสารคาม
พระบรมธาตุนาดูน บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองมหาสารคาม (ภาพจาก ข่าวสด, 8 มี.ค. 2565)

การสถาปนามหาสารคามขึ้นเป็นบ้านเมืองเริ่มต้นจาก พระขัติยวงษา (จันทร์) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด เห็นว่าผู้เป็นหลานอย่าง ท้าวมหาชัย (กวด) บุตรอุปฮาต (สิง) มีความชอบในราชการ ซื่อสัตย์มั่นคง และมีสติปัญญาพอที่จะเป็นเจ้าเมืองได้ จึงให้ท้าวมหาชัย (กวด) กับท้าวบัวทอง บุตรอุปฮาต (ภู) ร่วมกันออกไปสำรวจหาถิ่นที่ตั้งเมืองใหม่

ท้าวมหาชัย (กวด) เห็นว่าบริเวณแหล่งน้ำชื่อ “กุดนางใย” เป็นที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง หน้าแล้งอาศัยน้ำในกุดมาใช้ได้ เหมาะที่จะเป็นที่ตั้งเมือง แต่ท้าวบัวทองเห็นว่าทางตะวันตกของ “บ้านลาด” มีทำเลเหมาะกว่า เพราะตั้งอยู่ฝั่งลำน้ำชี สามารถเป็นเมืองท่าได้ โดย 2 จุดห่างกันประมาณ 200 เส้น หรือ 8 กิโลเมตร

เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน พระขัติยวงษา (จันทร์) ที่คงมีความเกรงใจทั้งคู่ ซึ่งเป็นญาติพี่น้องร่วมตระกูล จึงให้เสมียนเขียนใบบอกไปกรุงเทพฯ ว่า “ขอตั้งบ้านลาดกุดยางใยเป็นเมือง” 

ตามขั้นตอน หลังใบบอกไปถึงราชสำนัก เจ้าหน้าที่จะสอบถามผู้ถือหนังสือและพิจารณาใบบอกเป็นแนวทางว่าจะตั้งชื่อเมืองว่าอย่างไร อาจตั้งไว้ประมาณ 4-5 ชื่อ แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงเลือกมงคลนามเมืองและนามเจ้าเมืองนั้น แล้วจึงมีสารตรามาให้ตั้งเมือง ส่วนเจ้าเมืองอุปฮาต ราชวงษ์ และราชบุตร ตำแหน่งสำคัญสูงสุดของเมือง (ตามลำดับ) ร้อยทั้งร้อยมักแต่งตั้งตามที่หัวเมืองเสนอไป

“กุดนางใย-กุดยางใย” จึงได้รับการสถาปนาเป็นเมือง “มหาสารคาม” ใน พ.ศ. 2408 ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) มีท้าวมหาชัย (กวด) หรือต่อมาคือ พระเจริญราชเดช (กวด ภวภูตานนท์ฯ) เป็นผู้สร้างเมือง

อนุสาวรีย์พระเจริญราชเดช (ท้าวกวด) ณ สวนสาธารณะหนองข่า บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม

แล้วชื่อ มหาสารคาม มาจากไหน? ข้อสังเกตประการสำคัญคือในเอกสารร่วมสมัยไม่พบคำนี้เลย มีแต่คำว่า มหาสาลคาม, มหาษารคาม และ มหาษาลคาม

การสะกดที่สลับตัวอักษรกันไปมา (แต่ออกเสียงเดิม) นี้ จริง ๆ ก็สามารถเข้าใจได้ เพราะการเขียนสมัยก่อนยังไม่เคร่งครัด พยัญชนะ สระ หรือวรรณยุกต์ จึงสามารถผิดเพี้ยนกันได้ แต่อย่างไรเสียใน 3 คำข้างต้นย่อมต้องมีศัพท์เดิมแท้จริงของ “มหาสารคาม” อยู่ด้วย และคำนั้นต้องเผยให้เห็นถึงที่มาและความหมายของชื่อบ้านนามเมืองนี้

เมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่า มหาสาลคาม ดูจะเข้าเค้าที่สุด เพราะช่วยให้เห็นความปะติดปะต่อทางความหมายได้ชัดเจนกว่าคำอื่น ๆ คือ มหา แปลว่า ใหญ่, ยิ่งใหญ่ สาล หรือสาละ คือ ไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง จำพวกต้นรัง และ คาม หมายถึง บ้าน, หมู่บ้าน

แล้ว หมู่บ้านที่มีต้นสาละใหญ่ ไปเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ กุดยางใย ยังไง?

ธีรชัย บุญมาธรรม วิเคราะห์ไว้ในบทความ “ที่มาของชื่อเมืองมหาสารคาม” ศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม พ.ศ. 2545 ว่า เพราะราชสำนักกรุงเทพฯ เข้าใจว่า กุด คือ กุฏิ (นัยว่าเป็นที่อยู่อาศัย) จึงใช้คำว่า คาม (บ้าน, หมู่บ้าน) แต่จริง ๆ แล้ว กุด ในภาษาท้องถิ่นคือ บึง หรือ แหล่งน้ำ

อีกคำคือ ยาง (ต้นยาง) ซึ่งเป็นต้นไม้ตระกูลต้นรัง ราชสำนักเลือกใช้คำว่า สาละ แทน ส่วน ใย, ใญ่, ใหญ่ ก็เลือกใช้คำว่า มหา ที่มีความหมายเดียวกัน

นี่จึงเป็นการตั้งชื่อเมืองจากการตีความในทัศนะของส่วนกลางซึ่งไม่เข้าใจความหมายจริง ๆ ของคำนั้น เกิดเป็นนามเมือง มหาสาลคาม อันมีรูปคำสละสลวยกว่า กุดยางใย (ในมุมมองราชสำนัก) ก่อนจะเพี้ยนมาเป็น “มหาสารคาม” ในภายหลังนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ธีรชัย บุญมาธรรม. ที่มาของชื่อเมืองมหาสารคาม. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม พ.ศ. 2545.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 ตุลาคม 2568