พระเจ้าตาก และรัชกาลที่ 1 ทรงมีสำเนียงปนจีนแต้จิ๋ว

พระเจ้าตาก และรัชกาลที่ 1 ทรงมีสำเนียงปนจีนแต้จิ๋ว

พระเจ้าตาก และรัชกาลที่ 1 ทรงมีสำเนียงปนจีนแต้จิ๋ว

เรื่องสำเนียงที่แท้จริงของคนไทยสมัยอยุธยา เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงมาอย่างยาวนาน สำหรับ ศ. พิเศษ ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ก็ได้พูดถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกัน โดยสรุปว่า คนอยุธยาเดิมทีน่าจะมีสำเนียงเหมือนกับคนที่อยู่ในจังหวัดรอบ ๆ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เพชรบุรีไปจนถึงตราด สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม

ทางกลับกันสำเนียงของคนยุคหลังอยุธยาเป็นต้นมา กลับแฝงไปด้วยจีนแต้จิ๋ว 

ในหนังสืออยุธยา ประวัติศาสตร์และการเมือง ของ อ. ชาญวิทย์ ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 น่าจะทรงมีสำเนียงปนจีนแต้จิ๋ว เพราะหากดูจากพระราชประวัติของ 2 พระองค์แล้ว พระราชบิดาของพระเจ้าตากนั้นเป็นคนจีน หรือไหฮอง นายอากรบ่อนเบี้ย ส่วนรัชกาลที่ 1 ก็มีพระราชมารดาเป็นชาวจีน พระนามว่า หยก

พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดนางแก้ว อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ในพระอิริยาบถแบบเดียวกับพระบรมราชานุสาวรีย์ที่พระราชวังเดิม ธนบุรี

ด้วยเหตุนี้เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น เกิดเป็นกรุงธนบุรี จึงทำให้น่าจะมีความเป็นจีนทั้งในสายเลือด วัฒนธรรม การกิน การอยู่อาศัย และการพูดปะปนกัน

พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เชิง สะพานพระพุทธยอดฟ้า กรุงเทพ
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า กรุงเทพมหานคร

ขณะเดียวกัน เมื่อมาดูตัวเลขประชากรในยุคกรุงธนบุรี จะเหลือชาวเมืองจากยุคเดิมเพียง 1 หมื่นคน (เป็นคนจีนแต้จิ๋วถึงครึ่ง) จาก 2 แสนคน เนื่องจากสงครามทำให้ผู้คนล้มตายไม่ก็หนีเข้าป่า หรือพม่ากวาดต้อนไปมาก ขณะเดียวกันคนจีนอพยพเข้ามาก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ 

คลองหลอด หรือคลองคูเมืองเดิม คลองสำคัญในพระนคร เดิมเป็นคลองคูเมืองสมัยกรุงธนบุรี (ภาพจาก “หนังสือ กรุงดทพฯ ในอดีต”)

จึงไม่แปลกที่คนหลังสมัยอยุธยาเป็นต้นมาจะมีสำเนียงที่ต่างจากพื้นที่ภาคกลางรอบ ๆ 

ทั้งนี้ในหนังสือยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมและสรุปว่า

“จากจำนวนคนจีนที่หลั่งไหลเข้ามานี้ มีผลกระทบอย่างแรกต่อวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทยที่มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้เขียนคิดว่าสำเนียงจีนต้องหลุดเข้ามาเป็นสำเนียงของคนกรุงเทพฯ มากมาย เหมือนอย่างศัพท์แสงจีนที่หลุดเข้ามาเยอะ เช่น อั๊ว ลื้อ หยำเป เซ็ง…

ฉะนั้นด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ ผู้เขียนก็ขอสรุปว่า คนสมัยอยุธยาน่าจะมีสำเนียงเหมือนกับคนที่อยู่ในจังหวัดรอบ ๆ กรุงเทพฯ เอาตั้งแต่เพชรบุรี กวาดไปเป็นวงกลมรอบกรุงเทพฯ ไปจนถึงตราด ลงมาถึงสมุทรสาคร สมุทรสงคราม นี่เป็นสำเนียง genuine

ส่วนคนในกรุงเทพฯ นั้น ไม่ว่าจะเป็นคนชั้นสูงหรือชั้นสามัญ เป็นคนใหม่ มีสำเนียงใหม่ ที่ได้จากแต้จิ๋ว แต่เนื่องจากมีอำนาจทางการเมืองและทางการเศรษฐกิจ เป็นผู้ครอง ก็เลยกำหนดมาตรฐานทางวัฒนธรรม และก็บัญญัติขึ้นมาใหม่ว่าสำเนียงไทยเดิมนั้นเหน่อ”

ด้วยเหตุนี้เองจึงอาจทำให้ทราบได้ว่าสำเนียงคนกรุงฯ นั้นได้รับอิทธิพลมาจากจีนแต้จิ๋ว ไม่ว่าจะเป็นราษฎรหรือชนชั้นเจ้านายอย่างพระเจ้าตากหรือรัชกาลที่ 1 ซึ่งถือเป็นสำเนียงใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง 

http://asc.mcu.ac.th/database/wp-content/uploads/2018/09/อยุธยา-ประวัติศาสตร์และการเมือง.pdf


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 พฤษภาคม 2569