“ฉลองพระองค์-ทรงพระเกศา” ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นอย่างไร?

ฉลองพระองค์-ทรงพระเกศา ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี พ.ศ. 2529 และ วารสารวัฒนธรรม พ.ศ. 2497

ฉลองพระองค์-ทรงพระเกศา ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นอย่างไร?

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ราษฎรให้ความเคารพนับถืออย่างมาก เพราะทรงช่วยกู้แผ่นดินให้กลับมาเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง

ส่วนใหญ่แล้วงานศึกษาพระราชประวัติของพระองค์จะเกี่ยวข้องกับเรื่องการรบเสียมาก ทว่า บทความนี้จะพามาเจาะลึกถึงฉลองพระองค์ ทรงพระเกศา และฉลองพระบาท ว่าเป็นแบบไหน ทรงสวมใส่อะไรบ้าง?

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
“สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกู้ชาติ” วาดโดย สนั่น ศิลากรณ์ พิมพ์ครั้งแรกเป็นปกนิตยสารฟ้าเมืองไทย ปีที่ ๑๗ ฉบับที่ ๘๗๕ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๘

แม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ก็มีข้อสันนิษฐานปรากฏอยู่ในหนังสือ “ย่ำอดีต เล่ม ๒ พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับงานกู้อิสรภาพของชาติไทย”

ในนั้นกล่าวว่า ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้รับอิทธิพลมาจากสมัยอยุธยาตอนปลาย โดยเฉพาะสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเครื่องแต่งกายสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ปรากฏอยู่ในภาพเขียนที่ผนังอุโบสถวัดยม แห่งพระนครศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2224 

เป็นภาพการเสด็จออกพระราชการสงคราม ทรงสนับเพลายาวถึงพระชงฆ์และทรงพระภูษานุ่งโจงกระเบน แต่รั้งขึ้นสูงพ้นชายสนับเพลา ฉลองพระองค์เป็นเสื้อผ่าหน้าตลอด คอตั้ง แขนสั้นหรือยาวปล่อยชายทับผ้านุ่ง คาดทับที่บั้นพระองค์ด้วยผ้าผืนยาว ขมวดปมด้านหน้า

หากศึกษาจากภาพนี้ก็อาจทำให้คาดได้ว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี น่าจะสวมฉลองพระองค์ไม่ต่างจากนี้เท่าใดนัก

ขณะเดียวกัน ฉลองพระบาท ในเวลาทั่วไปคงเป็นฉลองพระบาททรงงอน แต่เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงออกราชการสงคราม คงเปลี่ยนเป็นพระบาทที่ทำด้วยหนัง

ถัดมาที่ทรงพระเกศาและพระมาลา

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน ณ วงเวียนใหญ่ ฝั่งธนบุรี (ฉากหลังเป็นเหตุการณ์ “สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงปราบดาภิเษก ภาพเขียนบนบานหน้าต่างลงรักปิดทอง ที่พระวิหารสมเด็จพระเจ้าตากสิน วันอินทารามวรวิหาร กรุงเทพฯ)

คาดว่า ทรงพระเกศาเป็นทรงมหาดไทย กล่าวคือ โกนผมรอบศีรษะเกลี้ยง เว้นตรงกลางศีรษะ ปล่อยผมไว้ให้ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร แล้วหวีหรือแต่งทรงผมที่ยาวตามที่คิดว่างาม

ส่วนพระมาลานั้น นิยมใส่ในการทำศึกสงครามเพื่อป้องกันคมอาวุธจากศัตรู ส่วนใหญ่กษัตริย์จะทรงนิยมสวม “พระมาลาเบี่ยง” เพราะเป็นพระมาลาที่ไม่มีเครื่องประดับตกแต่งมากมาย ทั้งยังทำจากวัตถุแข็งแรงด้วยหนัง ลักษณะเหมือนลูกฟักตัด มีกระบังรอบ ลงรักสีดำติดปกคอปกหู คล้ายกับเครื่องเกราะของญี่ปุ่น

นี่คือข้อสันนิษฐานต่อ “ฉลองพระองค์-ทรงพระเกศา” ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

เชาวน์ รูปเทวินทร์. ย่ำอดีต เล่ม ๒ พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับงานกู้อิสรภาพของชาติไทย. กรุงเทพฯ: พี. วาทิน พับลิเคชั่น, 2528. 


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 เมษายน 2569