สัมพันธ์ 2 ราชวงศ์สุโขทัย-สุพรรณภูมิ ก่อนพระมหาธรรมราชานั่งบัลลังก์กรุงศรีอยุธยา

วัดราชบูรณะ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ประกอบเรื่อง ราชวงศ์สุโขทัยหายไปไหน สัมพันธ์ 2 ราชวงศ์สุโขทัย-สุพรรณภูมิ
บริเวณวัดราชบูรณะ และวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (พิษณุโลก) (ภาพจากเฟซบุ๊ก : ภาพเก่าเล่าเรื่อง พิษณุโลกพิทยาคม)

สัมพันธ์ 2 ราชวงศ์สุโขทัย-สุพรรณภูมิ ก่อนพระมหาธรรมราชานั่งบัลลังก์กรุงศรีอยุธยา

ราชวงศ์สุโขทัยหายไปไหน? หลังจากสุโขทัยค่อย ๆ ถูกกลืนให้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา ก่อนสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช พระราชบิดาสมเด็จพระนเรศ ได้เสวยราชสมบัติกรุงศรีอยุธยา

ตระกูลพ่อขุนบางกลางหาว หรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ (ราชวงศ์สุโขทัย-พระร่วง) มีความสัมพันธ์กับตระกูลสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) ซึ่งมีอำนาจอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลาง

ศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงพระราชอำนาจของพ่อขุนรามคำแหง ที่แผ่ลงมาถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลาง (รวมสุพรรณบุรี) แต่ละเว้นเมืองสำคัญอย่าง ละโว้ (ลพบุรี) เพราะตั้งใจกล่าวถึงเฉพาะบ้านเมืองที่สัมพันธ์กับตระกูลของตน

หลักฐานล้านนาเผยความเกี่ยวดองระหว่างขุนหลวงพ่องั่วแห่งสุพรรณบุรี กับ “น้องหญิง” ของพระมหาธรรมราชาลิไทแห่งอาณาจักรสุโขทัย เวลาเดียวกันนั้น สมเด็จพระรามาธิบดีแห่งกรุงศรีอยุธยา (ราชวงศ์ละโว้-อโยธยา) กดดันให้พระมหาธรรมราชาลิไทสละบัลลังก์ แล้วไปครองเมืองสรลวงสองแคว หรือต่อมาคือเมืองพิษณุโลก โดยให้น้องหญิงของพระองค์ (ชายาของขุนหลวงพ่องั่ว) ปกครองสุโขทัย

เมื่อพระมหาธรรมราชาลิไทสวรรคตไล่เลี่ยกับสมเด็จพระรามาธิบดีแห่งกรุงศรีอยุธยา บ้านเมืองในแคว้นสุโขทัยเกิดความวุ่นวาย มีการแก่งแย่งอำนาจกัน ขุนหลวงพ่องั่วได้ราชสมบัติกรุงศรีอยุธยา พระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราช กรุงศรีอยุธยาภายใต้ราชวงศ์สุพรรณภูมิจึงยกทัพขึ้นไปปราบปรามความวุ่นวายในแคว้นสุโขทัย แล้วถวายคืนอำนาจให้น้องหญิงของพระมหาธรรมราชาลิไท

อย่างไรก็ตาม ดินแดนสุโขทัยไม่ได้สงบราบคาบ เพราะหลังจากนั้นนาม “ธรรมราชา” กลายเป็นพระนามศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้สืบสกุลทางบิดาจากราชวงศ์สุโขทัยใช้อ้างอำนาจเหนือดินแดนสุโขทัยเดิม ด้านอยุธยาภายใต้ราชวงศ์สุพรรณภูมิเองก็ใช้วิธีการต่าง ๆ ครอบงำดินแดนสุโขทัยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสมรสระหว่างสองตระกูล

กระทั่ง พ.ศ. 1952 สมเด็จพระนครินทราธิราช (เจ้านครอินทร์) เสวยราชสมบัติกรุงศรีอยุธยา ดินแดนสุโขทัยก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาเกือบจะสมบูรณ์ พระองค์คือพระราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราช (ขุนหลวงพ่องั่ว) และพระประวัติของพระองค์ก็เป็นเรื่องเดียวกันกับตำนาน “พระร่วงไปเมืองจีน” และมีพระมารดาเป็นเจ้าหญิงเชื้อสายราชวงศ์สุโขทัย

สมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช แคว้นสุโขทัยเดิมถูกเรียกว่า “กลุ่มเมืองเหนือ” ประกอบด้วย เมืองพระบาง (นครสวรรค์) เมืองพิจิตร เมืองกำแพงเพชร เมืองสุโขทัย เมืองพิษณุโลก เมืองสวรรคโลก (ศรีสัชนาลัย) และเมืองพิชัย โดยยังจัดระเบียบการใช้นาม “ธรรมราชา” ใหม่โดยให้เป็นนามสถาปนาจากกรุงศรีอยุธยา

หลังจากนั้น ราชวงศ์สุพรรณภูมิแห่งกรุงศรีอยุธยาก็มักมี “ฝ่ายหญิง” จากราชวงศ์สุโขทัย เข้ามาสมรสผูกพันทับซ้อนรุ่นแล้วรุ่นเล่า

“เจ้านครอินทร์” ประติมากรรมนูนสูง หล่อด้วยสำริด ภายในอาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี (ภาพจาก สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ )

พ.ศ. 1991 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสวยราชสมบัติกรุงศรีอยุธยา ทรงยกเลิกพระนาม “ธรรมราชา” แล้วเสด็จประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลก เพื่อทำสงครามกับอาณาจักรล้านนาของพระเจ้าติโลกราช ทำให้ราชสำนักเมืองเหนือ (แคว้นสุโขทัยเดิม) ที่พิษณุโลกมีความเป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น เพราะกลายเป็นราชสำนักของพ่อ ขณะที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชสำนักของลูก

แม้ในรัชกาลต่อมา ราชสำนักของกษัตริย์จะกลับมาอยู่กรุงศรีอยุธยาแล้ว แต่ราชสำนักที่พิษณุโลกซึ่งเต็มไปด้วยเชื้อพระวงศ์สุโขทัยยังเป็นองค์กรที่เข้มแข็งอยู่ จนเกิดเป็นเหตุการณ์ที่สมเด็จพระไชยราชาธิราช เชื้อพระวงศ์สุพรรณภูมิที่ครองอยู่เมืองพิษณุโลก เสด็จมายึดอำนาจยุวกษัตริย์พระรัฏฐาธิราช และเสวยราชสมบัติกรุงศรีอยุธยา

ราชวงศ์สุโขทัยคืนสู่อำนาจ

สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงลงมาจากเมืองพิษณุโลก พร้อมขุนนางในราชวงศ์สุโขทัยที่สำคัญคือ ขุนพิเรนทรเทพ ตำแหน่งตำรวจราชองครักษ์ พระไชยราชาเสวยราชสมบัติอยู่ 12 ปี (พ.ศ. 2077-2089) พระยอดฟ้าพระราชโอรสได้เสวยราชย์ แต่ถูกปลงพระชนม์ ขุนวรวงศาธิราชได้เสวยราชสมบัติร่วมกับแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ ต่อมาไม่นานขุนพิเรนทรเทพกับพรรคพวกก็ร่วมกันโค่นราชบัลลังก์ แสดงให้เห็นว่าขุนพิเรนทรเทพเป็นเชื้อพระวงศ์สุโขทัยที่มีบทบาทและอิทธิพลสูงทีเดียว

จากนั้นคณะผู้ก่อการได้อัญเชิญพระเทียรราชา พระอนุชาต่างมารดาของสมเด็จพระไชยราชามาเสวยราชสมบัติเป็นกษัตร์ย์ เฉลิมพระนามสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระองค์ตอบแทนคุณความดีของผู้ก่อการครั้งนั้นอย่างเหมาะสม พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเล่าว่า

“…แล้วตรัสว่า ขุนพิเรนทรเทพเล่า บิดาเป็นราชวงศ์พระร่วง มารดาไซร้เป็นพระราชวงศ์แห่งสมเด็จพระไชยราชาธิราชเจ้า ขุนพิเรนทรเทพปฐมคิด เอาเป็นสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้า ให้รับพระบัณฑูรครองเมืองพิษณุโลก จึงตรัสเรียกสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระสวัสดิราช ถวายพระนามพระวิสุทธิกษัตรี เป็นตำแหน่งพระอัครมเหสีเมืองพระพิษณุโลก พระราชทานเครื่องราชาบริโภคให้ตำแหน่งศักดิ์ฝ่ายทหารพลเรือน เรือชัยพื้นดำพื้นแดงคู่หนึ่ง และเครื่องราชกกุธภัณฑ์ให้สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้าทรงขึ้นไป…”

ขุนพิเรนทรเทพที่ได้รับพระราชทานนามสถาปนา พระมหาธรรมราชาธิราช พร้อมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของกษัตริย์ พระวิสุทธิกษัตรีย์เป็นพระมเหสี รวมถึงตำแหน่งขุนนางทั้งทหารและพลเรือนเป็นของตนเอง จึงเท่ากับมีสถานะเทียบเท่ากษัตริย์อีกพระองค์หนึ่ง

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ศูนย์กลางศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์สุโขทัยที่เมืองสองแคว-พิษณุโลก (ภาพถ่ายทางอากาศเมื่อ พ.ศ.2489 โดย วิลเลียมส์ ฮันท์)

ความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างราชวงศ์สุพรรณภูมิกับราชวงศ์สุโขทัย ซึ่งเกี่ยวดองกันมาหลายรุ่น กอปรกับสถานการณ์ทางการเมืองที่มีส่วนเกื้อหนุนอำนาจบารมี ทำให้สิทธิธรรมในราชบัลลังก์กรุงศรีอยุธยาของพระมหาธรรมราชาเด่นชัดจนสุกงอมในเวลาต่อมา โดยมีพระเจ้ากรุงหงสาวดีบุเรงนอง มาช่วย “ปิดฉาก” ราชวงศ์สุพรรณภูมิ แล้วสถาปนาสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชแห่งราชวงศ์สุโขทัย ให้เสวยราชสมบัติกรุงศรีอยุธยาอย่างเป็นทางการ

การสมรสกันไปมายาวนานนับร้อยปีระหว่าง 2 ราชวงศ์ มีส่วนทำให้กรุงศรีอยุธยาสามารถผนวกรวมหัวเมืองเหนือ หรือดินแดนสุโขทัยเดิมให้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอย่างสมบูรณ์ กระทั่งสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เชื้อสายราชวงศ์สุโขทัยได้ราชสมบัติกรุงศรีอยุธยา ลักษณะความเป็น 2 แว่นแคว้นใน 1 อาณาจักรก็ยุติลงอย่างสมบูรณ์

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. (2553). การเมืองในประวัติศาสตร์ ยุคสุโขทัย-อยุธยา พระมหาธรรมราชา กษัตราธิราช. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 มีนาคม 2569