รัชกาลที่ 4 ทรงยกเลิก “ภาษีต้นมะพร้าว” เหตุเพราะมะพร้าวแพง

รัชกาลที่ 4 ทรงยกเลิกภาษีต้นมะพร้าว
รัชกาลที่ 4 และกลุ่มต้นมะพร้าว เป็นพื้นหลังจาก pixabay

รัชกาลที่ 4 ทรงยกเลิกภาษีต้นมะพร้าว เหตุเพราะมะพร้าวแพง

ในแต่ละรัชกาล การเก็บ “ภาษี” จะมีความเหมือนและแตกต่างออกไป ในยุคหนึ่งราชสำนักสยามอาจเก็บภาษีสินค้าชิ้นนี้ แต่เมื่อผลัดเปลี่ยนแผ่นดินอาจมีความเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง

เช่นเดียวกับในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ก็มีการยกเลิกการเก็บ “ภาษีต้นมะพร้าว” เนื่องจากประชาชนที่ปลูกเดือดร้อน

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4

ใน “ประชุมประกาศรัชกาลที่ 4 ภาค 3” มีข้อมูลระบุว่า แต่ก่อนนั้นมีการเก็บภาษีเกี่ยวกับมะพร้าว 2 แบบ ได้แก่ ภาษีต้นมะพร้าวและภาษีน้ำมันมะพร้าว ทว่ามีชาวบ้านลักลอบทำน้ำมันมะพร้าวปลอม เดือดร้อนไปถึงเจ้าภาษี ทำให้เก็บภาษีไม่ได้ หากจะไปแจ้งจับชาวบ้านก็เกิดการทะเลาะวิวาท มีปัญหากันอีก

เจ้าภาษีจึงเสนอไปที่ราชสำนักสยามว่าจะขอทำภาษีผลมะพร้าว และจะรับซื้อผลมะพร้าวเอง (เหมือนพ่อค้าคนกลาง) โดยมีราคากลางที่ 100 ละ 2 สลึงเฟื้อง และจะจำหน่ายให้กับผู้ที่จะทำน้ำมันมะพร้าว 100 ละ 5 สลึง ทางราชสำนักก็ไม่ติดขัดอะไร

แต่ต่อมามีเรื่องร้องเรียนจากราษฎรว่า เหล่าเจ้าภาษีปฏิบัติตัวไม่ดี โขกสับราคาชาวบ้าน ทั้งยังซิกแซกจำนวนผลมะพร้าว เมื่อรัชกาลที่ 4 ทรงทราบก็โปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกภาษีผลมะพร้าวและน้ำมันมะพร้าวเสีย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน

มะพร้าว จาก unsplash

อย่างไรก็ดี น้ำมันมะพร้าวก็ยังเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่ทำกำไรให้ประเทศมาก และเป็นของจำเป็นสำหรับราชสำนัก พระองค์จึงยังต้องทรงเก็บภาษีเกี่ยวกับมะพร้าวอยู่ จึงปรับไปเก็บภาษีต้นมะพร้าว (หรืออากรมะพร้าว) เพิ่มแทน จากต้นละ 100 เบี้ย เป็นเก็บ 3 ต้น ราคาหนึ่งสลึง

ทั้งนี้ยังมีเรื่องภาษีมะพร้าว ปรากฏในประชุมประกาศรัชกาลที่ 4 ภาค 6 เช่นกัน คราวนี้ผลมะพร้าว และน้ำมันมะพร้าวกลับมีราคาสูงขึ้นมาก เพราะการปลูกมะพร้าวลดลง อันเนื่องมาจากการคิดภาษีต้นมะพร้าว 3 ต้น หนึ่งสลึง นี้เอง

ชาวบ้านจึงไม่อยากปลูกมะพร้าวเพิ่ม คงเหลือแต่ต้นเดิม ซึ่งบางต้นก็ตายไปบ้าง ไม่มีผลบ้าง ส่งผลให้ผลผลิตมะพร้าวลดลง กระทบกับการผลิตน้ำมันมะพร้าวไปด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง รัชกาลที่ 4 จึงทรงยกเลิกภาษีต้นมะพร้าวไป เพื่อให้ชาวบ้านหันกลับมาปลูกมะพร้าวเพิ่มขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากกว่า แล้วกลับไปเก็บภาษีน้ำมันมะพร้าวแทน ดังที่ข้อความที่ปรากฏว่า

ต้นมะพร้าว ภาพจาก pixabay

“ฉศกนี้ผลมะพร้าวน้ำมะพร้าวมีราคาแพงขึ้นกว่าแต่ก่อน ทรงพระราชดำริห์เห็นว่าผลมะพร้าวน้ำมันมะพร้าวมีราคาแพงเพราะต้นมะพร้าวของเก่าต้นสูงดวดไปไม่มีผลบ้าง ตายเสียบ้าง ต้นมะพร้าวจึงน้อยไป

ราษฎรเจ้าของสวนไม่ปลูกเพิ่มเติมขึ้นในที่สวน เพราะกลัวจะต้องเสียอากรต้นมะพร้าว ๓ ต้นเปนเงินสลึง ๑ ผลมะพร้าวแลน้ำมันมะพร้าวจึงแพงไม่บริบูรณ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสั่งว่า แต่นี้สืบไปให้บอกประกาศแก่ราษฎรเจ้าของสวนแขวงกรุงเทพมหานครแลหัวเมือง ที่สวนมะพร้าวต้องเสียอากรอยู่นั้น

ถ้าถึงกำหนดปีฉลูสัปตศกจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกราคาต้นมะพร้าวเสีย มิให้นายระวางเรียกอากรต้นมะพร้าวแก่ราษฎรเจ้าของสวนสืบไป แล้วจะได้เรียกภาษีน้ำมันแก่ผู้ทำน้ำมันเหมือนอย่างแต่ก่อน

ให้เจ้าของสวนซ่อมแซมปลูกสร้างต้นมะพร้าวขึ้นไว้ให้บริบูรณ์อยู้ในสวนยิ่งขึ้นไปกว่าเก่าเถิด การก็จะเปนประโยชน์แก่บ้านเมือง”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

https://finearts.go.th/chantaburilibrary/view/16860

https://vajirayana.org/ประชุมประกาศรัชกาลที่-๔-ภาค-๓/๗๖-ประกาศเรียกอากรมะพร้าว-๓-ต้นสลึง

https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569