| ผู้เขียน | ธนกฤต ก้องเวหา |
|---|---|
| เผยแพร่ |
เรื่องแปลกระหว่างเจ้าไทยท่องเที่ยวในอินเดีย เมื่อสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ถูกสาปที่เมืองชัยปุระ โดยนักบวชปริศนาคนหนึ่ง!
นิทานโบราณคดี พระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้รายละเอียดเรื่องนี้ว่า เมื่อ พ.ศ. 2434 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เสด็จไปเยี่ยมแกรนด์ดุ๊กซาเรวิช มกุฎราชกุมารรัสเซีย (ต่อมาคือ ซาร์นิโคลัสที่ 2) และโปรดฯ ให้เสด็จเยือนราชสำนักอื่น ๆ ในยุโรปเพื่อเจริญทางพระราชไมตรีอีกหลายประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก เยอรมนี ตุรกี (ออตโตมัน) กรีซ อิตาลี และอังกฤษ

เมื่อจบภารกิจที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กรมพระยาดำรงฯ ทรงเลือกเส้นทางขากลับ ระหว่างอ้อมไปสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น กับย้อนกลับผ่านอียิปต์และอินเดีย ทรงเห็นว่า เส้นทางที่ 2 เหมาะสมกว่าด้วยเป็นฤดูท่องเที่ยวพอดี และเจ้าชายแห่งเวลส์ (พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7) รัชทายาทสมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรีย ก็ทรงรับปากว่า จะช่วยอำนวยความสะดวกระหว่างเสด็จกลับด้วย
เนื่องจากขณะนั้นจักรวรรดิอังกฤษปกครองอินเดียในฐานะบริติชราช (British Raj) พระองค์จึงมีฐานะเป็น “แขกของรัฐบาล” ตลอดเวลาที่อยู่ในอินเดีย เมื่อขึ้นฝั่งที่เมืองบอมเบย์ (มุมไบ) ก็มีข้าราชการอังกฤษมารับเสด็จ และรัฐบาลอินเดียยังเตรียมเส้นทางท่องเที่ยวตามเมืองต่าง ๆ ในอินเดียไว้ให้อย่างเสร็จสรรพ นับเป็นเรื่องเหนือจากที่ทรงคาดหมายอยู่ไม่น้อย ดังที่บันทึกว่า
“เดิมประสงค์แต่เพียงจะให้รัฐบาลอินเดียช่วยสงเคราะห์พอมิให้มีความลำบาก แต่จะเที่ยวในอินเดียด้วยทุนของตนเอง มากลายเป็นรับอย่างแขกเมืองซึ่งรัฐบาลเลี้ยงดูให้อยู่กิน และจัดพาหนะให้เที่ยวเตร่ทุกอย่างหมด”
ตลอดเวลาหนึ่งเดือนครึ่งที่ท่องเที่ยวในอินเดีย ทรงได้พบเรื่อง “แปลก” หลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ ทรงถูก “สาป” โดยนักบวชนิรนามที่เมืองชัยปุระ (Jaipur)

กรมพระยาดำรงฯ ทรงเล่าถึงเหตุการณ์นี้ใน นิทานโบราณคดี ว่า [เว้นวรรค ปรับย่อหน้าใหม่ และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]
“เมื่อฉันอยู่ที่เมืองชัยปุระนั้น จะไปไหน ๆ เขาให้ไปรถใหญ่เทียมม้าคู่ มีทหารม้าแห่แซงทั้งข้างหน้าข้างหลังให้สมเกียรติยศของเจ้าต่างประเทศ เพราะฉะนั้น เวลาไปไหนจึงมักมีคนดูทั้งสองข้างถนน
วันหนึ่งฉันเห็น ‘ดาบส’ (ฤษี / ผู้บำเพ็ญตบะ) คนหนึ่งเกล้าผมสูง นุ่งห่มผ้าย้อมฝาดมีประคำคล้องคอ ยืนอยู่ริมถนนข้างหน้าแถวคนดู เมื่อรถฉันไปถึงตรงหน้าดาบสยิ้มยกมือเป็นทำนองอวยพร ออกอุทานเป็นภาษาสันสกฤตได้ยินเข้าหูคำหนึ่งว่า ‘หริราชา’ นึกว่าแกอวยพร ก็ยิ้มรับแล้วเลยผ่านไป
เมื่อผ่านไปได้สักหน่อยหนึ่งยังไม่ห่างกันนัก ฉันเหลียวหน้ากลับไปดู เห็นดาบสตนนั้นทำหน้าตาถมึงทึง ยกไม้ยกมือกวัดแกว่ง ปากก็ว่าอะไรยืดยาว ฉันไม่ได้ยินถนัด แต่รู้ทีว่าเป็นกิริยาโกรธ จึงรู้ว่าที่ดาบสตนนั้นยิ้มแย้มให้พรตอนแรกเห็นจะขอทาน ครั้นไม่ได้เงินก็โกรธขึ้ง ออกปากตอนหลังน่าจะเป็นคำสาปสรร (Curse)
ฉันถามขุนนางอังกฤษที่เขาไปด้วยในรถว่าเป็นเช่นนั้นหรืออย่างไร เขาไม่ตอบตรง ๆ แต่บอกว่าประเพณีประเทศราชในอินเดีย เวลามหาราชาเสด็จไปไหนมีขบวนแห่ ย่อมโปรยเงินเป็นทานแก่ราษฎรที่มาอยู่ข้างราชวิถี พวกนั้นเคยได้เงินจึงอยากได้อีก…”

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทรงได้ความรู้ที่เชื่อมโยงกับคติทางโบราณคดีระหว่างอินเดียกับสยาม จึงมีพระอรรถาธิบายท้ายเรื่องเล่าว่า
“ประเพณีพระเจ้าแผ่นดินโปรยเงินพระราชทานราษฎรสองข้างราชวิถี ก็มีในเมืองไทยในเวลาแห่เสด็จโดยขบวนพยุหยาตรา เช่น เลียบพระนคร หรือแม้เสด็จไปทอดพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราก็ทรงโปรยเงิน ฉันได้เคยเห็นเมื่อเป็นราชองครักษ์แห่เสด็จหลายครั้ง
ถ้าทรงพระยานมาศเสด็จไปทางบก มีกรวยปักไว้ข้างที่ประทับ ในกรวยมีขันทองลงยาใส่เงินสลึงเฟื้อง ทรงหยิบโปรยพระราชทานราษฎรทั้งสองข้างทาง ถ้าเสด็จไปทางเรือทำเป็นลูกไม้กลมใส่เงินปลีกไว้ในนั้น เมื่อทรงโปรย ลูกไม้ก็ลอยน้ำอยู่ให้ราษฎรเก็บ เป็นประเพณีไทยเราได้มาจากอืยเดียแต่ดึกดำบรรพ์อย่างหนึ่ง”
อีกเรื่องคือทำให้ทรงรู้ว่า การสาปสรรโดยดาบสผู้มีฤทธิ์เดช และเชื่อว่า มีอานุภาพมากกว่าการ “สาปแช่ง” (ใครก็แช่งได้) แม้มีกล่าวถึงในตำราเก่าทางไสยศาสตร์ และพระพุทธศาสนาจากอินเดีย แต่ของสยามกับอินเดียนั้นต่างกันมาก เพราะ…
“วิธีสาปนั้นออกปากตะโกนแช่งเอาซึ่ง ๆ หน้า ไม่ลอบภาวนาในที่ลับเหมือนอย่างที่เรียกว่า ‘ทำกฤตยาคม’ หรือปั้นรูปเสกแช่งแล้วเอาไปฝังไว้ ส่อว่าวิธีสาปแช่งมีสองอย่างต่างครูกัน”
อย่างไรก็ตาม กรมพระยาดำรงฯ ไม่ได้ระบุว่า ทรงรู้สึกอย่างไรที่ทรงถูกสาปแบบไม่ทันตั้งตัว ส่วนหนึ่งอาจเพราะไม่ทราบความหมายคำสาปสรรนั้น หรือต่อให้ทราบ พระองค์ในฐานะพุทธมามกะก็ไม่จำเป็นต้องกังวลจากถ้อยคำของนักบวชฮินดูต่างบ้านต่างเมือง
อ่านเพิ่มเติม :
- “ร้อนราวนรก” สภาพอากาศอินเดีย ที่คนของอาณานิคมอังกฤษต้องเผชิญ
- “ไปเมืองเพชรบูรณ์ เหมือนแส่หาความตาย” ทำไมเจ้านายยุค ร.5 ไม่อยากไปเพชรบูรณ์ ?
- 6 สิ่งประหลาดและความน่ากลัวของ “แม่น้ำโขง” จากพระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2487). นิทานโบราณคดี. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร. ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569





