| ผู้เขียน | สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
เปิดบันทึกเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ครั้งทรงเป็นมหาดเล็กรับใช้ประจำพระองค์จักรพรรดินีรัสเซีย
สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ (สกุลยศเดิมคือ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ) ต้นราชสกุลจักรพงษ์ เป็นพระราชโอรสชั้นเจ้าฟ้าในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ขณะนั้นคือ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอรรคราชเทวี)
พระองค์เป็นพระราชโอรสรุ่นกลาง ที่รัชกาลที่ 5 ทรงส่งไปศึกษาต่อยังยุโรป โดยเสด็จไปทรงศึกษาต่อวิชาทหาร ที่โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก (Corps des Pages) กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จักรวรรดิรัสเซีย ตามคำเชิญของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย ผู้เรืองอำนาจแห่งยุโรป
ความที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่ม สาคร นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง ที่รัชกาลที่ 5 ทรงส่งไปศึกษาด้วยกันกับพระราชโอรส มีความพากเพียรอุตสาหะในการเล่าเรียน ทั้งยังฝึกฝนภาษาอังกฤษ และภาษารัสเซีย ที่ต้องใช้ในการเรียนอย่างหนัก กระทั่งสามารถทำผลการเรียนได้อย่างดีเยี่ยม (อ่านเพิ่มเติม : “เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ พระราชโอรสรัชกาลที่ 5 ทรงทำคะแนนสูงสุด “โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก” รัสเซีย)
ทั้งคู่ และนักเรียนอีก 2 คนที่ได้คะแนนรวมสูงสุด จึงมีสิทธิได้รับรางวัลพิเศษ คือ การได้รับแต่งตั้งเข้าประจำการเป็น “มหาดเล็กรับใช้ประจำพระองค์” (Pages de la Chambre) ของจักรพรรดิซาร์ และจักรพรรดินี ตลอดจนเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง

บันทึกเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ครั้งทรงเป็นมหาดเล็กรับใช้ประจำพระองค์ “จักรพรรดินีรัสเซีย”
หนังสือ “แคทยาและเจ้าฟ้าจักรพงษ์ : เรื่องรักและการจากลา” (สำนักพิมพ์ริเวอร์ บุ๊คส์) โดย ม.ร.ว. นริศรา จักรพงษ์ พระนัดดาในเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ เล่าถึงช่วงเวลานั้นว่า
พระองค์ทรงได้เป็นมหาดเล็กประจำพระองค์ในจักรพรรดินีพันปีหลวงมาเรีย ฟีโอโดรอฟนา (Dowagar Empress Maria Feodorovna) ส่วนนายพุ่มได้เป็นมหาดเล็กประจำพระองค์จักรพรรดินีอเล็กซานดรา (Empress Alexandra) แต่ต่อมาทรงขอแลกเปลี่ยนตำแหน่งกับนายพุ่ม โดยเป็นไปอย่างแนบเนียน และละเอียดรอบคอบ เพื่อมิให้เจ้านายรัสเซียทั้งสองต้องทรงขุ่นข้องพระทัย

หน้าที่ของมหาดเล็กประจำพระองค์ คือ การเฝ้าถวายงานจักรพรรดินีในงานพระราชพิธีต่าง ๆ ของราชสำนัก คอยยกชายฉลองพระองค์ ที่ทั้งยาว และมีน้ำหนักมาก และยืนเฝ้าถวายงานอยู่หลังที่ประทับในงานเลี้ยงทั้งหลาย
นอกจากเฝ้าถวายงานระหว่างพิธีนำคณะทูตานุทูต และบุคคลสำคัญเข้าเฝ้าในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ งานเลี้ยงรับรอง และงานราตรีสโมสร ยังมีงานพิธีทางศาสนาที่ใช้เวลายาวนาน เช่น งานวันเฉลิมพระชนมพรรษา งานวันฉลองนักบุญประจำพระองค์ รวมทั้งพิธีการในวันอีสเตอร์ ที่กินเวลาถึง 4 ชั่วโมง ในวิหารภายในพระราชวังฤดูหนาว
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงงานในหน้าที่มหาดเล็กรับใช้ประจำพระองค์เป็นครั้งแรก ในพิธีวันฉลองนักบุญยอร์ช (St. George) ทรงบันทึกเหตุการณ์วันนั้นไว้ว่า
“มหาดเล็กประจำพระองค์ในเครื่องแบบเต็มยศ ต้องไปรายงานตัวที่โรงเรียนเวลา ๘.๑๕ น. แล้วจึงไปพระราชวังฤดูหนาวเพื่อรอรับเสด็จจักรพรรดินีและบรรดาพระราชธิดา เมื่อเสด็จมาถึง พวกเราถวายคำนับ และยกชายฉลองพระองค์ตามที่ได้รับมอบหมาย แล้วเดินตามเสด็จผ่านห้องนั่งเล่นสีทอง ที่นี่นั้น เราจะต้องเดินตามพระองค์ไปทั่วห้องจนน่าเวียนหัว เมื่อจักรพรรดินีทรงทักทายบรรดานางสนองพระโอษฐ์ที่ยืนกระจาย ๆ กันอยู่ทั่วห้องเพื่อรอเฝ้า พระนางรับสั่งพลางทรงพระสรวลว่า ‘นี่เป็นโอกาสที่เธอจะได้ฝึกซ้อม’…”

ในบันทึกเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ บรรยายอีกว่า ช่วงท้ายของพิธีหลายชั่วโมงนี้ เมื่อจักรพรรดิซาร์ และจักรพรรดินีเสด็จพระราชดำเนินเคียงคู่กัน งานยากที่สุดจะตกอยู่กับเหล่ามหาดเล็กประจำพระองค์ เพราะต้องคอยยกชายฉลองพระองค์ และเดินตามเสด็จผ่านโถงประตูหลายแห่ง ซึ่งที่โถงประตูแห่งหนึ่ง ซับในชายฉลองพระองค์ของจักรพรรดินีเกิดไปเกี่ยวเข้ากับอะไรบางอย่างจนขาด แต่เคราะห์ดีที่หลุดออกมาเสียก่อนที่พระนางจะถูกดึงจนหงายหลัง
“ตอนเย็น ๕ โมงครึ่ง พวกเราต่างเหนื่อยและหิว ขณะกำลังปฏิบัติงานในพระราชพิธีเหล่านี้ ทางที่ดีที่สุดคือเราต้องลืมให้หมดว่าเราเป็นทหาร และคิดแต่เพียงว่าต้องรักษามารยาทการวางตนในราชสำนัก” คือเนื้อหาส่วนหนึ่งในบันทึกเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ
งานในหน้าที่มหาดเล็กรับใช้ประจำพระองค์ครั้งสุดท้ายของเจ้าฟ้าชายจากสยาม และนายพุ่ม คือ การสวนสนามครั้งใหญ่ ที่จัดเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีลูเบต์ (Loubet) แห่งฝรั่งเศส ทั้งสองสวมเครื่องแบบมหาดเล็กรับใช้ประจำพระองค์ แต่เพิ่มขีดยศสีทองที่เสื้อคลุม และแขนเสื้อ รวมทั้งคาดกระบี่นายทหาร
ฤดูหนาวปีนั้น มีพระราชอาคันตุกะเสด็จเยือนกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กหลายพระองค์ รวมทั้งพระเจ้าวิคเตอร์ เอมมานูเอล (King Victor Emmanuel) และพระราชินีเอเลนา (Queen Elena) แห่งอิตาลี และพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 (Ferdinand I) แห่งบัลแกเรีย

แต่ผู้มีบุคลิกโดดเด่นที่สุดคือ เอมีร์แห่งบูคารา (Emir of Bukhara) ผู้ทรงมีสีพระพักตร์เรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึก ทุกครั้งที่เสด็จไปงานเลี้ยงรับรอง หรือทอดพระเนตรละครดนตรี พระหัตถ์ข้างหนึ่งจะกุมดาบไว้ ส่วนอีกข้างกำช่อดอกไม้ ต่อมา เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงสนิทสนมกับเอมีร์ และทั้งสองพระองค์ก็ทรงแลกเปลี่ยนเหรียญตราระหว่างกัน
นับเป็นประสบการณ์ล้ำค่า ที่พระราชโอรสรัชกาลที่ 5 ทรงได้รับระหว่างศึกษาที่จักรวรรดิรัสเซียอันยิ่งใหญ่ ทั้งยังแสดงให้เห็นว่า แม้ทรงเป็นเจ้าฟ้าจากสยาม แต่เมื่อต้องทรงปฏิบัติหน้าที่มหาดเล็กรับใช้ประจำพระองค์ ก็ทรงทำด้วยความรับผิดชอบอย่างที่สุด และทรงมีวินัยเคร่งครัดตามอย่างที่ทรงศึกษาวิชาทหาร
อ่านเพิ่มเติม :
- เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ พระราชโอรสรัชกาลที่ 5 ทรงทำคะแนนสูงสุด “โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก” รัสเซีย
- ลูกเลี้ยง “เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ” 4 พระองค์ มีใครบ้าง?
- “หม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาศ” ผู้ครองพระทัย “เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ” แทนหม่อมคัทริน
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์. แคทยาและเจ้าฟ้าจักรพงษ์: เรื่องรักและการจากลา. พันขวัญ ทิพม่อม, แปล. กรุงเทพฯ: ริเวอร์ บุ๊คส์, ฉบับปรับปรุงใหม่ทั้งหมด พ.ศ. 2568.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 มกราคม 2569





