| ผู้เขียน | สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ พระราชโอรสรัชกาลที่ 5 ทรงทำคะแนนสูงสุด “โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก” รัสเซีย
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) มีการปฏิรูปประเทศหลายด้าน พระองค์จึงทรงส่งพระราชโอรสไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการกลับมาพัฒนาสยามให้ก้าวหน้า ทั้งเพื่อสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับผู้นำชาติมหาอำนาจในยุโรป
พระราชโอรสรุ่นแรกที่ทรงส่งไปศึกษาต่อในประเทศแถบยุโรปมีด้วยกัน 4 พระองค์ ได้แก่ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ) ทรงจบการศึกษาด้านบูรพคดีศึกษาจากอังกฤษ, พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์) ทรงจบด้านกฎหมายจากอังกฤษ, พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี) ทรงศึกษาด้านภาษาที่ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี และพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช) ทรงศึกษาด้านการทหารที่เดนมาร์ก
เมื่อพระราชโอรสรุ่นกลางเจริญพระชนม์พอจะดูแลตัวเองได้บ้างแล้ว รัชกาลที่ 5 ก็ทรงส่งพระราชโอรสรุ่นนี้ราว 10 พระองค์ ไปศึกษาต่อต่างประเทศ รวมถึง สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ (สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ต้นราชสกุล “จักรพงษ์”) พระราชโอรสชั้นเจ้าฟ้า ที่ประสูติแต่สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอรรคราชเทวี (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) ที่ทรงศึกษาวิชาทหารที่รัสเซีย ตามคำเชิญของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย
เหตุที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ พระราชโอรสรัชกาลที่ 5 ทรงศึกษาด้านการทหาร เนื่องด้วยรัชกาลที่ 5 มีพระราชประสงค์ให้พระราชโอรสชั้นเจ้าฟ้าศึกษาเล่าเรียนด้านการทหารทุกพระองค์ ดังที่มีพระราชดำรัสว่า “คงจะต้องเป็นทหารทุกคน เว้นไว้แต่ที่กําลังกายไม่พอ แต่ต้องเรียนรู้วิชาพลเรือนด้วย. ส่วนพระองค์เจ้านั้นจะเป็นทหารฤาพลเรือนก็ไม่สู้กีดขวางอันใดนัก”

เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ พระราชโอรสรัชกาลที่ 5 กับชีวิตอีกซีกโลกที่ “รัสเซีย”
ก่อนจะทรงเดินทางไปศึกษาต่อที่รัสเซียนั้น ใน พ.ศ. 2439 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ต้องไปประทับที่อังกฤษ เพื่อทรงเรียนรู้ และฝึกฝนภาษาอังกฤษเสียก่อน โดยมีนายนกยูง มหาดเล็กคนสนิทตามเสด็จ
ต่อมา พ.ศ. 2440 นายพุ่ม สาคร สามัญชนอายุไล่เลี่ยกับเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ที่สามารถสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวงได้เป็นคนแรกก็เดินทางมาสมทบ ไม่เพียงเพื่อเป็นพระสหายในต่างแดน แต่ด้วยรัชกาลที่ 5 มีพระราชประสงค์ให้นายพุ่มเป็นแรงส่งเสริมให้เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงตั้งใจเรียนอย่างเต็มพระกำลัง
เมื่อทรงศึกษาภาษาอังกฤษจนสามารถใช้สื่อสารได้ดีแล้ว ใน พ.ศ. 2441 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มก็เดินทางไปยังโรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก (Corps des Pages) กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จักรวรรดิรัสเซีย ซึ่งเมื่อไปถึงทั้งสองต้องเรียนภาษารัสเซียเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งภาษา
ด้วยพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงเชิญเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ มาศึกษาด้วยพระองค์เอง จึงทรงตระเตรียมที่พักไว้ให้อย่างสมพระเกียรติ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มได้พำนักที่พระราชวังฤดูหนาวขนาดใหญ่โต ซึ่งจัดไว้ให้เป็นที่รับรองราชอาคันตุกะของจักรพรรดิซาร์ และได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิซาร์ ณ พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ ซึ่งเป็นพระราชวังฤดูร้อนอันงดงามโอฬาร ห่างจากกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กไปราว 30 ไมล์
หลังจากพำนักที่พระราชวังฤดูหนาวได้ราว 2 สัปดาห์ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มได้ไปพักผ่อนตากอากาศตลอดช่วงฤดูร้อน ที่วิลลา คราสซอฟสกายา (Villa Krassovskaya) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังปีเตอร์ฮอฟ และในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมช่วงปลายฤดูร้อนสั้น ๆ ของรัสเซีย ทั้งสองก็เดินทางกลับมายังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเรียน
หนังสือ “แคทยาและเจ้าฟ้าจักรพงษ์ :เรื่องรักและการจากลา” (สำนักพิมพ์ริเวอร์ บุ๊คส์) โดย ม.ร.ว. นริศรา จักรพงษ์ บรรยายถึงชีวิตของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ พระราชโอรสรัชกาลที่ 5 เมื่อแรกเข้าโรงเรียนนายร้อยมหาดเล็กรัสเซียไว้อย่างละเอียดว่า
ตามกฎเกณฑ์ บรรดามหาดเล็กจะคัดเลือกจากบุตรชายของครอบครัวขุนนาง นายทหารระดับสูง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และพระราชวงศ์ต่างชาติ แล้วจึงเข้าสู่ระบบอันเคร่งครัด และการศึกษาที่เข้มข้น เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับราชการประจำกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์
ทว่า ไม่ใช่ทุกคนจะได้เป็นมหาดเล็ก เพราะในการสอบไล่ครั้งสุดท้ายต้องได้คะแนนอย่างน้อย 9 คะแนน จากคะแนนเต็ม 12 คะแนน มิฉะนั้นจะถูกลดชั้นไปเป็นนายทหารในกรมทหารทั่วไปเป็นเวลา 3 ปี ก่อนจะได้เข้าประจำการอยู่ในกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ต่อไป
อย่างไรก็ดี แม้ไม่ได้ระบุเป็นลายลักษณ์อักษร แต่เป็นที่ทราบกันทั่วไปอยู่แล้วว่า ไม่ว่าจะได้คะแนนมากน้อยแค่ไหน ก็ใช่ว่านักเรียนคนใดก็ตามจะสามารถเป็นนายทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ได้ หากไม่มีฐานะร่ำรวยพอที่จะใช้ชีวิตอย่างหรูหราให้สมเกียรติของนายทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ อันเป็นกรมทหารที่โอ่อ่าที่สุด

เจ้านายสยามผู้สร้างสถิติคะแนนสูงสุด “โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก” รัสเซีย
โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็กรัสเซียมีการเรียนการสอน 7 วิชา เทียบเท่าหลักสูตรโรงเรียนมัธยมสามัญทั่วไป รวมถึงการฝึกภาคสนามสำหรับรายวิชาเฉพาะด้านการทหารอีก 2 วิชา
เนื่องจากเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงอยู่ภายใต้พระอุปถัมภ์ของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 อีกทั้งทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง พระองค์ และนายพุ่มจึงมีคณาจารย์พิเศษช่วยสอน เพื่อช่วยให้ติดตามบทเรียนได้ทัน ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นเรื่องท้าทายไม่น้อย เพราะต้องเรียนเป็นภาษารัสเซีย และอังกฤษทั้งหมด เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มจึงต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
ทั้งสองต้องตื่นนอน 7 โมงเช้า เรียนคณิตศาสตร์เวลา 8 โมง พอถึง 11 โมงก็รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับร้อยเอกครูลอฟ (Captain Khrulov) แห่งกรมทหารม้ารักษาพระองค์ ที่เป็นผู้อภิบาลเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และปิยอตร์ วาสิลิเยวิช เปตรอฟ (Pyotr Vasilievich Petrov) อาจารย์ภาษารัสเซีย (ต่อมาได้ถวายการสอนให้พระราชโอรส และพระราชธิดาของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2) ระหว่างเที่ยงถึงบ่าย 2 มีชั้นเรียนอื่น ๆ และตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 4 โมง เป็นการฝึกภาคสนาม และเรียนวิชาพละ
เวลา 4 โมงเย็น กลับพระราชวังฤดูหนาวไปเรียนต่อจนถึง 5 โมง แล้วรับประทานอาหารค่ำพร้อมกับฝึกพูดภาษารัสเซียเพิ่มเติม จากนั้นเรียนต่อตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึง 3 ทุ่ม เว้นแต่ร้อยเอกครูลอฟจะจัดกิจกรรมพิเศษให้ เช่น ออกไปชมละคร อุปรากร ละครสัตว์ ส่วนด้านดนตรี ทั้งเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มได้เรียนเปียโน ไวโอลิน และบาลาไลกา (balalaika) ซึ่งเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ โปรดบาลาไลกาเป็นพิเศษ ทั้งยังทรงเปียโนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ทุกเช้าวันอาทิตย์มีชั้นเรียนเต้นรำ ที่ห้องโถงพระราชวังฤดูหนาว โดยมีผู้อำนวยการคณะบัลเลต์หลวง (Imperial Ballet) รับหน้าที่ครูสอนลีลาศฉบับสมบูรณ์ถวายเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทั้งจังหวะง่ายจนถึงยาก ตลอดจนการเต้นรำที่งดงามนานาประเภทของรัสเซีย และฮังการี
ยังมีชั้นเรียนวาดเขียน เรียนขี่ม้าที่โรงม้าหลวงหรือที่โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก ส่วนในฤดูหนาว เดือนละครั้งในวันอาทิตย์ ทั้งสองจะขับเลื่อนทรอยกา (troika) เทียมม้า 3 ตัว กับร้อยเอกครูลอฟ และนายทหารอื่น ๆ ไปไกลราว 30 กิโลเมตร เพื่อล่ากระต่ายป่า นกกระทา และนกคุ่ม แต่ทั้งคู่ไม่ได้เพลิดเพลินกับการล่าสัตว์นัก เพราะถือเป็นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
การเรียนของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ และนายพุ่มก้าวหน้าเป็นลำดับ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2444 ทั้งคู่ออกฝึกอีกครั้ง ที่คราสนอเยอ ซีโล (Krasnoye Selo) เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ทั้งฝึกภาคสนาม และการลาดตระเวน โดยไม่อาศัยเครื่องมือช่วย ศึกษาการใช้เครื่องมือสนาม การวัดระยะทางบนพื้นที่โล่ง และยุทธศาสตร์การวางกำลังรบ
เดือนเมษายน พ.ศ. 2445 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ พระราชโอรสรัชกาลที่ 5 ทรงสอบไล่ได้เป็นลำดับที่ 1 ได้รับการจารึกพระนามบนแผ่นหินอ่อนร่วมกับชื่อของนักเรียนที่เคยได้คะแนนสูงสุดคนอื่น ๆ ในอดีต โดยคะแนนที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงทำได้ คือ 11.82 คะแนน นับเป็นสถิติสูงสุดในประวัติของโรงเรียนนายร้อยมหาดเล็ก ส่วนนายพุ่มได้คะแนน 11.53 มาเป็นลำดับที่ 2
อ่านเพิ่มเติม :
- ลูกเลี้ยง “เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ” 4 พระองค์ มีใครบ้าง?
- “สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์” ทิวงคตเพราะอะไร? ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หรือถูกวางยาพิษ
- นักเรียนไทยกลุ่มแรก ที่ไม่ใช่พระราชโอรส ที่ ร.5 ทรงส่งไปเรียนต่างประเทศมีใครบ้าง?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ศิลปวัฒนธรรมออนไลน์. “รัชกาลที่ 5 ‘พ่อ’ ผู้เอาพระทัยใส่การศึกษาของพระราชโอรสเพื่อทำงานของบ้านเมือง”. เข้าถึงเมื่อ 13 มกราคม 2569.
ม.ร.ว. นริศรา จักรพงษ์. แคทยาและเจ้าฟ้าจักรพงษ์: เรื่องรักและการจากลา. พันขวัญ ทิพม่อม, แปล. กรุงเทพฯ: ริเวอร์ บุ๊คส์, ฉบับปรับปรุงใหม่ทั้งหมด พ.ศ. 2568.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 มกราคม 2568





