| ผู้เขียน | สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษค้าขายล้มเหลวในอยุธยา สาเหตุเพราะ “โรคระบาด” ?
“อังกฤษ” เป็นอีกหนึ่งชาติตะวันตกที่เข้ามาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา ผ่าน “บริษัทอินเดียตะวันออก” (East India Company-EIC) แต่อยู่ได้เพียง 20 กว่าปี ก็ต้องล่องเรือกลับบ้านเพราะขาดทุนหนัก
หนึ่งในสาเหตุความล้มเหลวครั้งนี้ มีการอ้างว่าเป็นเพราะ “โรคระบาด”

กำพล จำปาพันธ์ เล่าเรื่องนี้ไว้ในผลงาน “Downtown Ayutthaya ต่างชาติต่างภาษา และโลกาภิวัตน์แรกในสยาม-อุษาคเนย์” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับกรุงศรีอยุธยา เริ่มต้นในรัชสมัย สมเด็จพระเอกาทศรถ (ครองราชย์ พ.ศ. 2148-2154) เมื่อพ่อค้าชาวอังกฤษเข้ามาติดต่อค้าขาย และเปิดสถานีการค้าขึ้นในอยุธยา ซึ่งต่อมาคือ “บ้านอังกฤษ” หรือ “ค่ายอังกฤษ” ภายใต้การบริหารจัดการโดยบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ
บ้านอังกฤษตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะเมือง ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนเหนือของหมู่บ้านญี่ปุ่น ในบันทึกของพ่อค้าชาวอังกฤษ กล่าวถึงการสร้างอาคารสำหรับทำการค้าที่นี่ไว้ว่า
“แม้ว่าจะได้รับการรับรองอย่างดีก็ตาม (แต่) บรรดาผู้แทนของบริษัทก็ต้องประสบความลำบากอย่างยิ่ง ในการขออนุญาตสร้างโรงเก็บสินค้าซึ่งทนไฟได้ (fire-proof) แต่ในที่สุดเขาก็ได้รับอนุญาตให้สร้างได้… อย่างไรก็ตามพวกเขาได้จ่ายเงินเกินสมควรในการสร้างบ้าน แต่ยอมทำเช่นนั้นก็ด้วยเงื่อนไข ‘หวังผลประโยชน์ในอนาคต’”
อีกเหตุผลที่ทำให้ EIC ตัดสินใจเข้ามาเปิดการค้ากับอยุธยา ก็เนื่องจาก พ.ศ. 2151 กัปตันวิลเลียม คีลิง (William Keeling) เดินเรือมาแวะพักที่เมืองบันทัม และได้พบกับเอกอัครราชทูตชาวสยามผู้หนึ่ง
เขาเชิญเอกอัครราชทูตรายนี้มารับประทานอาหารเย็น เพื่อสอบถามเรื่องการค้าของกรุงศรีอยุธยา และได้รับคำตอบว่า
“ในประเทศของตน (กรุงศรีอยุธยา-ผู้อ้าง) คงจะจำหน่ายผ้าสีแดงพันผืนได้ในเวลา 2 วัน และคงจำหน่ายได้ปริมาณมากต่อปี พวกไทยใช้ทำเป็นผ้าคลุมหลังช้างและม้าของเขา เอกอัครราชทูตบอกเขาอีกว่า มีทองคำมากมาย ทองคำเนื้อดีมีค่า 3 เท่าของน้ำหนักเงิน ส่วนพลอยหลายชนิดก็ปรากฏว่ามีจำนวนมาก ราคาถูกด้วย”

แม้จะได้รับความสะดวกจากราชสำนักในการทำการค้า แต่ EIC กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ เพราะขาดทุนต่อเนื่อง มีหนี้สินรุงรัง จนไม่สามารถแข่งกับบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดาได้
อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (ครองราชย์ พ.ศ. 2154-2171) โปรดปรานอังกฤษ และทรงให้อังกฤษกู้ยืมเงินก้อนหนึ่งเพื่อเป็นทุนค้าขาย แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ธุรกิจของ EIC ดีขึ้น
EIC พยายามปรับเปลี่ยนบทบาทการค้าไปเป็นพ่อค้าคนกลาง ซื้อสินค้าจากอยุธยาไปขายให้ญี่ปุ่น แต่สถานะทางการเงินก็ไม่กระเตื้อง
เมื่อขาดทุนสะสม เงินทุนร่อยหรอ ทั้งยังต้องเจอคู่แข่งอย่างฮอลันดา ที่มีความชำนาญและมีเครือข่ายกับคนพื้นเมืองมากกว่า บวกกับสภาพอากาศและโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่ง “ประหนึ่งว่าโรคระบาดได้อยู่ในเรือของเรา” จนเจ้าหน้าที่บริษัทเสียชีวิตไปหลายราย
หลังผ่านไปเพียง 20 กว่าปี ในที่สุดบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษก็ตัดสินใจถอนสถานีการค้าออกจากอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เหลือแต่การค้าขนาดเล็กของเอกชนอังกฤษเท่านั้นที่ (กัดฟัน?) สู้ต่อ
อ่านเพิ่มเติม :
- ออกญาสมบัติธิบาล “ขุนนางใหญ่” ชาวจีนมากบารมีคนแรกในราชสำนักกรุงศรีฯ
- ตามรอย “วัดท่าทราย” บริเวณที่ตั้ง ปืนใหญ่ปราบหงสา วัดเก่าแก่ที่ถูกลืมในอยุธยา
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 กันยายน 2568





