บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษค้าขายล้มเหลวในอยุธยา สาเหตุเพราะ “โรคระบาด” ?

ภาพวาด เกาะเมือง อยุธยา โดยชาวต่างชาติ บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ
ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพวาดกรุงศรีอยุธยา โดย Struys Jan Janszoon ค.ศ. 1681 (พ.ศ. 2224)

บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษค้าขายล้มเหลวในอยุธยา สาเหตุเพราะ “โรคระบาด” ?

“อังกฤษ” เป็นอีกหนึ่งชาติตะวันตกที่เข้ามาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา ผ่าน “บริษัทอินเดียตะวันออก” (East India Company-EIC) แต่อยู่ได้เพียง 20 กว่าปี ก็ต้องล่องเรือกลับบ้านเพราะขาดทุนหนัก

หนึ่งในสาเหตุความล้มเหลวครั้งนี้ มีการอ้างว่าเป็นเพราะ “โรคระบาด”

สำนักงานใหญ่ EIC อีสต์อินเดียตะวันออก 14 ปี สมเด็จพระนเรศวรทรงครองราชย์ บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ
สำนักงานใหญ่ของ EIC ที่อังกฤษ (ภาพวาดสีน้ำ โดย Thomas Malton the Younger ใน Wikimedia Commons)

กำพล จำปาพันธ์ เล่าเรื่องนี้ไว้ในผลงาน “Downtown Ayutthaya ต่างชาติต่างภาษา และโลกาภิวัตน์แรกในสยาม-อุษาคเนย์” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับกรุงศรีอยุธยา เริ่มต้นในรัชสมัย สมเด็จพระเอกาทศรถ (ครองราชย์ พ.ศ. 2148-2154) เมื่อพ่อค้าชาวอังกฤษเข้ามาติดต่อค้าขาย และเปิดสถานีการค้าขึ้นในอยุธยา ซึ่งต่อมาคือ “บ้านอังกฤษ” หรือ “ค่ายอังกฤษ” ภายใต้การบริหารจัดการโดยบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ

บ้านอังกฤษตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะเมือง ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนเหนือของหมู่บ้านญี่ปุ่น ในบันทึกของพ่อค้าชาวอังกฤษ กล่าวถึงการสร้างอาคารสำหรับทำการค้าที่นี่ไว้ว่า

“แม้ว่าจะได้รับการรับรองอย่างดีก็ตาม (แต่) บรรดาผู้แทนของบริษัทก็ต้องประสบความลำบากอย่างยิ่ง ในการขออนุญาตสร้างโรงเก็บสินค้าซึ่งทนไฟได้ (fire-proof) แต่ในที่สุดเขาก็ได้รับอนุญาตให้สร้างได้… อย่างไรก็ตามพวกเขาได้จ่ายเงินเกินสมควรในการสร้างบ้าน แต่ยอมทำเช่นนั้นก็ด้วยเงื่อนไข ‘หวังผลประโยชน์ในอนาคต’”

อีกเหตุผลที่ทำให้ EIC ตัดสินใจเข้ามาเปิดการค้ากับอยุธยา ก็เนื่องจาก พ.ศ. 2151 กัปตันวิลเลียม คีลิง (William Keeling) เดินเรือมาแวะพักที่เมืองบันทัม และได้พบกับเอกอัครราชทูตชาวสยามผู้หนึ่ง

เขาเชิญเอกอัครราชทูตรายนี้มารับประทานอาหารเย็น เพื่อสอบถามเรื่องการค้าของกรุงศรีอยุธยา และได้รับคำตอบว่า

“ในประเทศของตน (กรุงศรีอยุธยา-ผู้อ้าง) คงจะจำหน่ายผ้าสีแดงพันผืนได้ในเวลา 2 วัน และคงจำหน่ายได้ปริมาณมากต่อปี พวกไทยใช้ทำเป็นผ้าคลุมหลังช้างและม้าของเขา เอกอัครราชทูตบอกเขาอีกว่า มีทองคำมากมาย ทองคำเนื้อดีมีค่า 3 เท่าของน้ำหนักเงิน ส่วนพลอยหลายชนิดก็ปรากฏว่ามีจำนวนมาก ราคาถูกด้วย”

ผังเมือง ของ เกาะเมือง อยุธยา ภาพวาด ของ แกมป์เฟอร์ เจ้าฟ้าอภัย ลูกพระเจ้าท้ายสระ บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ
แผนที่เกาะเมืองอยุธยา ในจดหมายเหตุแกมป์เฟอร์ (ภาพจาก THE NEW YORK PUBLIC LIBRARY DIGITAL COLLECTIONS)

แม้จะได้รับความสะดวกจากราชสำนักในการทำการค้า แต่ EIC กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ เพราะขาดทุนต่อเนื่อง มีหนี้สินรุงรัง จนไม่สามารถแข่งกับบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดาได้

อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (ครองราชย์ พ.ศ. 2154-2171) โปรดปรานอังกฤษ และทรงให้อังกฤษกู้ยืมเงินก้อนหนึ่งเพื่อเป็นทุนค้าขาย แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ธุรกิจของ EIC ดีขึ้น

EIC พยายามปรับเปลี่ยนบทบาทการค้าไปเป็นพ่อค้าคนกลาง ซื้อสินค้าจากอยุธยาไปขายให้ญี่ปุ่น แต่สถานะทางการเงินก็ไม่กระเตื้อง

เมื่อขาดทุนสะสม เงินทุนร่อยหรอ ทั้งยังต้องเจอคู่แข่งอย่างฮอลันดา ที่มีความชำนาญและมีเครือข่ายกับคนพื้นเมืองมากกว่า บวกกับสภาพอากาศและโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่ง ประหนึ่งว่าโรคระบาดได้อยู่ในเรือของเรา” จนเจ้าหน้าที่บริษัทเสียชีวิตไปหลายราย

หลังผ่านไปเพียง 20 กว่าปี ในที่สุดบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษก็ตัดสินใจถอนสถานีการค้าออกจากอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เหลือแต่การค้าขนาดเล็กของเอกชนอังกฤษเท่านั้นที่ (กัดฟัน?) สู้ต่อ

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 กันยายน 2568