| ผู้เขียน | ปดิวลดา บวรศักดิ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
6 เจ้านายไทย ผู้ทรงดำรงตำแหน่งวังหน้า สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระองค์ใดบ้าง?
อย่างที่ทราบกันดีว่าตำแหน่ง “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” “พระมหาอุปราช” หรือ “วังหน้า” ว่าที่กษัตริย์องค์ต่อไป นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงยกเลิกไปใน พ.ศ. 2428 และทรงประกาศสถาปนาตำแหน่ง “สยามมกุฎราชกุมาร” ซึ่งเป็นองค์รัชทายาทตามแบบอย่างตะวันตก

แล้วพระองค์ใดบ้างที่ทรงดำรงตำแหน่ง “พระมหาอุปราช” หรือ “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์?
มีข้อมูลปรากฏอยู่ทั้งหมด 6 พระองค์ ดังนี้
สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 มีทั้งหมด 2 พระองค์ ได้แก่
1. กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระองค์ทรงเป็นพระอนุชาธิราชร่วมพระราชชนกและพระราชชนนีกับรัชกาลที่ 1
2. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2

สมัยรัชกาลที่ 2 พระองค์ทรงตั้งตำแหน่งนี้ 1 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนเสนานุรักษ์
จนเข้าสู่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ก็ปรากฏตำแหน่งวังหน้าอีกพระองค์หนึ่ง นั่นคือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ พระปิตุลาของพระองค์
ผ่านมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์ทรงสถาปนาพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชอนุชา ขึ้นเป็นวังหน้าและเป็นกษัตริย์เสมอพระองค์

ส่วนกรมพระราชวังบวรสถานมงคลพระองค์สุดท้าย เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 คือกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ

ทั้งหมดนี้คือ 6 เจ้านายไทย ผู้ทรงดำรงตำแหน่งวังหน้า ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม :
- พระปิ่นเกล้า วังหน้าสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงศึกษาไสยศาสตร์วิทยาคม ลือกันถึงขั้นหายตัวได้!?
- รัชกาลที่ 1-3 ทรงคัดเลือก “ขุนนางวังหน้า” อย่างไร ไม่ให้ตีกับขุนนางวังหลวง?
- วังหน้าองค์สุดท้ายสมัยอยุธยา คือ “เจ้าฟ้า” พระองค์ใด?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
https://cuir.car.chula.ac.th/dspace/bitstream/123456789/23206/7/Prapasson_Bo_ch2.pdf
https://www.silpa-mag.com/history/article_135743
https://www.silpa-mag.com/history/article_136040
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 กันยายน 2568





