| ผู้เขียน | สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
บ้านอองโตนี ฝรั่งเศส ที่พำนักสุดท้าย นายปรีดี พนมยงค์ ฉากเด่นใน Shine The Series
ใน Shine The Series ซีรีส์ไทยที่ฉายทางช่อง 7 และสตรีมทาง WeTV ตอนสุดท้ายคือ EP.8 “ตฤณ” หนึ่งในตัวเอกของเรื่องเดินทางกลับไปฝรั่งเศส ประเทศที่ตฤณเรียนจบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์
หนึ่งในฉากที่ “ศิลปวัฒนธรรม” เห็นว่ามีความโดดเด่นฉากหนึ่งใน EP. นี้คือ “บ้านอองโตนี” (Antony House) ที่พำนักสุดท้ายของ “นายปรีดี พนมยงค์” รัฐบุรุษอาวุโส

ปรีดี คือผู้ร่วมก่อตั้งคณะราษฎร และอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาต้องเผชิญมรสุมทางการเมืองอย่างหนัก จนต้องลี้ภัยไปประเทศจีนใน พ.ศ. 2492 และใช้ชีวิตที่นั่นถึง 21 ปี ก่อนที่ปรีดีและภริยาคือ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ จะตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2513
ช่วงแรกๆ ในฝรั่งเศส ปรีดี ท่านผู้หญิงพูนศุข และลูกๆ ต้องเช่าอะพาร์ตเมนต์ในกรุงปารีส เพราะไม่มีเงินพอจะซื้อที่พัก แต่ค่าเช่าอะพาร์ตเมนต์ก็สูงขึ้นทุกปีจึงต้องหาที่อยู่ใหม่
ท่านผู้หญิงพูนศุขรวบรวมเงินจากการขายบ้านสีลมและสาทร และเงินบำนาญของปรีดีในฐานะรัฐบุรุษและอดีตนายกฯ ซื้อบ้านจากสามีภรรยาชาวฝรั่งเศส ด้วยเหตุผลว่าแม้บ้านจะอยู่ชานเมือง แต่การเดินทางก็ยังสะดวก เพราะมีรถประจำทางหลายสายผ่าน และยังใกล้กับสถานีรถใต้ดินที่ห่างออกไปเพียง 500 เมตร

บ้านอองโตนี ฝรั่งเศส มีพื้นที่ราว 500 ตารางเมตร อยู่ติดถนนใหญ่ ร่มรื่นน่าอยู่ด้วยนานาพันธุ์ไม้หลากสีสัน อย่าง ฟอร์ไซเธีย ทิวลิป ฯลฯ ลักษณะบ้านเป็นทรงสแปนิช 2 ชั้น เมื่อเข้าไปในตัวบ้านจะมีชั้นใต้ดินอีก 1 ชั้น ซึ่งก่อนถึงบันไดลงชั้นใต้ดินเป็นห้องทำงานของปรีดี รายล้อมด้วยชั้นหนังสือที่อัดแน่น
แม้ปรีดีจะอยู่ไกลถึงฝรั่งเศส แต่ก็มีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ที่เคารพนับถือเดินทางไปเยี่ยมพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ป๋วย อึ๊งภากรณ์, ถนัด คอมันตร์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร, ม.จ. พูนพิศมัย ดิศกุล, ส.ศิวรักษ์, สุภา-จินดา ศิริมานนท์, สุพจน์ ด่านตระกูล ฯลฯ
รวมทั้ง ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานเครือมติชน เมื่อครั้งเป็นบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ “ประชาชาติรายวัน” ก็เคยเดินทางไปสัมภาษณ์ปรีดีที่บ้านอองโตนี เมื่อปี 2517

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักประวัติศาสตร์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าถึงช่วงที่ได้พบปรีดีที่ฝรั่งเศสในปี 2513 ว่า ตอนนั้นยังเรียนปริญญาเอกไม่จบ แต่สนใจเรื่อง จึงเขียนจดหมายขอเข้าพบและเดินทางไปปารีสเพื่อสัมภาษณ์
เมื่อจบปริญญาเอกจากสหรัฐอเมริกา อ. ชาญวิทย์ก็กลับมาทำงานที่ ม. ธรรมศาสตร์ ซึ่งช่วงที่เตรียมงานฉลองธรรมศาสตร์ 50 ปี ได้เขียนจดหมายไปขอสัมภาษณ์ปรีดีอีกครั้ง
“ท่านถามว่าจะสัมภาษณ์เรื่องอะไร ท่านเป็นคนละเอียดลออมาก ท่านให้ไปวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งวันที่ 6 จะเป็นวันเกิดผม กะว่าจะไปฉลองที่ปารีส แต่ปรากฏว่าเมื่อผมจะเดินทาง วันที่ 2 พ.ค. (ปี 2526) ท่านก็เสียชีวิตแล้ว ที่บ้านอองโตนี”
หลังจากนั้น ครอบครัวพนมยงค์ตัดสินใจขายบ้านอองโตนีให้ครอบครัวชาวเวียดนาม กระทั่งปี 2567 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ซื้อบ้านอองโตนีต่อจากครอบครัวนี้ในราคาราว 1.6 ล้านยูโร หรือกว่า 63 ล้านบาท
“ผมหวังว่าบ้านหลังนี้ในอนาคต จะตกอยู่ในมือของผู้ที่ควรจะเป็นเจ้าของมันจริงๆ นั่นก็คือรัฐไทยและประชาชนไทย หากวันใดที่รัฐไทยพร้อม ผมก็พร้อมที่จะยกบ้านหลังนี้ให้กับรัฐไทย โดยไม่คิดกำไรใดๆ… เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะมันจะหมายถึงรัฐไทยยอมรับในความสำคัญของการอภิวัฒน์สยาม ยอมรับในคุณูปการของปรีดี พนมยงค์ ยอมรับความผิดพลาดในอดีตที่รัฐกระทำต่อผู้เห็นต่าง ยอมรับในคุณค่าประชาธิปไตย…”
คือถ้อยความตอนหนึ่งที่ธนาธรกล่าวถึงบ้านอองโตนี
อ่านเพิ่มเติม :
- ‘พนมยงค์’ มาจากไหน? จากผู้ดีกรุงศรีถึงรัฐบุรุษนาม ‘ปรีดี’ เกี่ยวข้องกับ ‘พระเจ้าตาก’ อย่างไร
- หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ขอปฏิเสธ! “ข้าพเจ้าไม่ใช่คอมมูนิสต์”
- เกิดอะไรขึ้นเมื่อภาพยนตร์ “พระเจ้าช้างเผือก” เขียนบทโดยปรีดี พนมยงค์ ฉายที่ฟิลิปปินส์
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
นริศ จรัสจรรยาวงศ์. “บ้านรัฐบุรุษอาวุโส ‘ปรีดี พนมยงค์’ ณ กรุงปารีส”.
มติชนออนไลน์. “ชาญวิทย์ เล่าความทรงจำ ‘บ้านอองโตนี’ สุสานปรีดี จำแม่น รสมือข้าวคลุกกะปิในปารีส”.
มติชนสุดสัปดาห์. “‘บ้านอองโตนี’ ที่พำนักสุดท้าย ‘ปรีดี พนมยงค์’ ความทรงจำ คุณค่าที่ต้องปกป้อง และส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ต่อไป”.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 กันยายน 2568





