รัชกาลที่ 2 รับสั่งจำคุกพระราชาคณะ 3 รูป ที่ทำผิด “เมถุนปาราชิก”

พระสงฆ์ จิตรกรรมฝาผนัง หอพระไตรปิฎก วัดบวรนิเวศวิหาร รับสั่งจำคุก รัชกาลที่ 2 รับสั่งจำคุกพระราชาคณะ โอวาทานุสาสนี ห้ามขายหมี่ให้พระ
ภาพพระสงฆ์ในจิตรกรรมฝาผนัง ภายในหอพระไตรปิฎก วัดบวรนิเวศวิหาร

ความผิด “เมถุนปาราชิก” ซึ่งถือว่าผิดพระวินัยข้อสำคัญของพระสงฆ์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 การเอาผิดลงโทษไม่ได้ยุติเพียงแค่ “การสึก” ออกจากเพศบรรพชิตเท่านั้น หากยังรุนแรงถึงมี “รับสั่งจำคุก” ด้วย 

รัชกาลที่ 2 รับสั่งจำคุกพระราชาคณะ

เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2359 คณะสงฆ์เกิดความปั่นป่วน เมื่อมีผู้ฟ้องร้องพระราชาคณะ 3 รูป ว่าทำผิดพระวินัยเรื่อง “เมถุนปาราชิก” ซึ่ง 1 ใน 3 รูปนั้น มีสมณศักดิ์ถึงขั้น “สมเด็จ” คือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (บุญศรี) จากวัดมหาธาตุ ส่วนอีก 2 รูป คือ พระญาณสมโพธิ์ (เค็ม) วัดนาคกลาง และพระมงคลเทพมุนี (จีน) วัดหน้าพระเมรุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2 บันทึกเรื่องนี้ไว้ว่า “ทั้ง 3 รูปนี้ประพฤติผิดพระวินัยบัญญัติข้อสำคัญ ต้องเมถุนปาราชิกมาช้านานถึงมีบุตรหลายคน” 

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

รัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นรักษรณเรศ (ต่อมาคือ หม่อมไกรสร) และ พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ต่อมาคือ รัชกาลที่ 3) เป็นผู้รับผิดชอบคดีความดังกล่าว หลังจากทรงพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความผิดจริงดังที่มีการฟ้อง จึงมีรับสั่งจำคุก

หากเรื่องไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เพราะ “ศิษย์” ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (บุญศรี) ไม่ยอมยุติ

ทิ้งบัตรสนเท่ห์

เมื่อชำระความกรณีดังกล่าวเรียบร้อย ไม่นานก็มีผู้ทิ้ง “บัตรสนเท่ห์” ที่เขียนเป็นโคลง 1 บท ว่า

ไกสรพระเสด็จได้.  สึกชี

กรมเจษฎาบดี.  เร่งไม้

พิเรนทรแม่นอเวจี.  ไป่คลาด

อาจพลิกแผ่นดินได้.  แม่นแม้นเมืองทมิฬ

เมื่อรัชกาลที่ 2 ทรงทราบ จึงมีพระราชดำริให้สืบเอาตัวผู้ทิ้ง เพราะบังอาจว่ากล่าวหยาบช้าถึงแผ่นดิน จนได้ความว่าเป็น พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นศรีสุนเทร ด้วยพระองค์ทรงเป็นศิษย์สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (บุญศรี) และเป็นกวีที่มักทรงใช้คำว่า “ไป่” แทน “ไม่” จึงทรงมีรับสั่งให้นำตัวไปคุมขัง ต่อมาประชวรสิ้นพระชนม์จึงไม่ได้ตัดสินโทษ

รับสั่งขังคุก
(ภาพประกอบเนื้อหา) จิตรกรรมภาพพระภิกษุ วัดบวรนิเวศวิหาร

อนึ่ง คดีพระราชาคณะ 3 รูป ต้องปาราชิกนี้ ทำให้รัชกาลที่ 2 ทรงตระหนักในความหละหลวมของสังฆมณฑล จึงทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระสังฆราช (มี) และสมเด็จพระพนรัตน์ (อาจ) วัดสระเกศ เรียบเรียงหนังสือ “โอวาทานุสาสนี” สำหรับแจกจ่ายไปตามพระอารามต่างๆ เพื่อให้พระสงฆ์มีความรู้และปฏิบัติถูกต้องตามพุทธบัญญัติ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพลเรือเอก หลวงอาจณรงค์ (อิง ช่วงสุวนิช) ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2511

วรพร ภู่พงศ์พันธุ์ และคณะ. สังคuติยวงศ์และโอวาทานุสาสนี: รากฐานพุทธจักรในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ : เอกสารลำดับที่ 75, โครงการวิจัย “100 เอกสารสำคัญ: สรรพสาระประวัติศาสตร์ไทย” ในความสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2558.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 สิงหาคม 2568