รัชกาลที่ 5 มีรับสั่งให้ใคร? ไปปฏิบัติ “ราชการลับ”อะไร? หลังอังกฤษเตะตัดขาสยาม

รัชกาลที่ 5 ประพาสยุโรป ราชการลับ
รัชกาลที่ 5 คราวเสด็จประพาสยุโรป 2440

พ.ศ. 2434 ก่อนที่ “ซาเรวิช” (จักรพรรดินิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซีย) จะเสด็จเยือนสยาม แต่แล้วอังกฤษก็ปฏิบัติการเตะตัดขาสยาม หากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีรับสั่งให้ “กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ” ทรงปฏิบัติ “ราชการลับ” แก้เกมส์อังกฤษ จนเป็นผลสำเร็จ

ซาเรวิช

ซาเรวิช ทรงเป็น “รัชทายาท” ต่อจากซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 แต่ก่อนเวลาจะมาถึง พระองค์ควรเสด็จไปทอดพระเนตรโลกภายนอก และได้ศึกษาอารยธรรมประเทศต่างๆ เพื่อเตรียมพระองค์ก่อนก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจ ที่ครอบครองดินแดนกว้างใหญ่ที่สุดบนพื้นโลกเช่นรัสเซีย

เมื่อจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3 พระบรมราชชนก มีพระราชดำริให้มกุฎราชกุมารเสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงเปิดเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย ใน พ.ศ. 2434 จึงเป็นที่จับตาของชาวโลกว่า การเสด็จประพาสรอบโลกจากฝั่งตะวันตกมาทางทิศตะวันออกครั้งนี้ จะเสด็จฯ เยือนประเทศใด ที่นั่นก็น่าจะได้รับอานิสงส์

ราชการลับ
ซาเรวิชขณะเยือนสยาม

ขบวนเสด็จครอบคลุมระยะทางกว่า 51,000 กิโลเมตร และทางทะเลเพิ่มอีก 22,000 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่ไม่เคยมีเจ้านายชั้นสูงของยุโรปเสด็จฯ มาก่อน ที่กรีก เจ้าชายยอร์ชแห่งกรีก พระประยูรญาติของซาเรวิชเข้ามาสมทบด้วย ก่อนเสด็จเดินทางสู่อียิปต์ ตัดเข้าเอเชียทางคลองสุเอซ สู่อินเดีย ศรีลังกา สิงคโปร์ เวียดนาม จีน และญี่ปุ่น ทุกประเทศที่เสด็จไป ทรงได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่

อานิสงส์

รัชกาลที่ 5 ทรงเห็นว่านี่คือ “โอกาส” ของสยาม ด้วยสถานการณ์เวลานั้น สยามอยู่ท่ามกลางนักล่าเมืองขึ้นที่มีอิทธิพล ด้วยรัสเซียเป็นประโยชน์ต่อสยามมากกว่าชาติมหาอำนาจใดในสมัยนั้น ภาพลักษณ์ของรัสเซียจะเป็นภูมิคุ้มกันสำหรับสยามได้

ด้วยฐานะของรัสเซีย ที่เป็นพันธมิตรอยู่กับฝรั่งเศส นอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อสถานการณ์ทางการเมือง สำหรับอังกฤษและเยอรมนีที่มีผลประโยชน์อยู่ในเอเชียแล้ว ยังส่งผลไปถึงดินแดนในเอเชียที่ถูกมหาอำนาจยุโรปคุกคามอยู่ การมาของผู้ยิ่งใหญ่จากยุโรป ย่อมส่งผลทางจิตวิทยาเชื่อมโยงอิทธิพลของคนกลุ่มต่างๆ ในภูมิภาคนี้โดยรวม

ราชการลับ

หมายกำหนดการใหม่ที่ซาเรวิชตัดสินพระทัยแบบกะทันหันที่จะมาเยือนกรุงเทพฯ ด้วย ทันทีที่รัฐบาลอังกฤษทราบเรื่อง ก็ปล่อยข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ทันทีว่า มีอหิวาตกโรคระบาดอยู่ที่สยาม เพื่อปลุกปั่นว่าสยามไม่ปลอดภัยที่จะเดินทางมา

รัชกาลที่ 5 ทรงสยบข่าวโคมลอยทั้งหมดเกี่ยวกับการระบาดของอหิวาตกโรคในกรุงเทพฯ ด้วยการส่งกรมหมื่นดำรงราชานุภาพ (พระยศในเวลานั้น) ให้อัญเชิญพระราชสาส์นส่วนพระองค์ไปทูลเชิญซาเรวิชถึงสิงคโปร์  

ซาเรวิชจึงตัดสินพระทัยจะเสด็จฯ เยือนสยาม 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉายกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระราชอนุชาคู่พระทัย

จากสิงคโปร์ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพเสด็จโดยเรือมกุฎราชกุมารนำกองเรือรบและเรือพระที่นั่งของรัสเซียเข้ามายังกรุงสยาม ส่งผลให้แผนการเสด็จยืดออกไปอีก 1 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 19-25 มีนาคม พ.ศ. 2434 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์แก่ซาเรวิช ตามธรรมเนียมต้อนรับเจ้านายชั้นสูงจากต่างประเทศ

ในปี 2434 นั้น รัชกาลที่ 5 ทรงมอบหมายให้กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ อธิบดีกรมศึกษา เป็นผู้รับผิดชอบภารกิจ แทนที่จะเป็นเสนาบดีว่าการต่างประเทศ เพราะนี่คือ “ราชการลับ” ที่ต้องการตบตาให้คนนอกเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญด้านการต่างประเทศ และหลีกเลี่ยงที่จะถูกมองว่ามีการเมืองแอบแฝง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ไกรฤกษ์ นานา. ประวัติศาสตร์นอกตำรา สยามรัฐตามทรรศนะโลกตะวันตก, สำนักพิมพ์มติชน กุมภาพันธ์ 2560


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 เมษายน 2568