ก่อน “เสียกรุงฯ ครั้งที่ 2” พ.ศ. 2310 “กรุงศรีอยุธยา” เกิดเค้าลางอะไรเตือนบ้าง?

จิตรกรรมฝาผนัง เผา อยุธยา เสียกรุงครั้งที่ 2 พระเจ้าเอกทัศ ราชวงศ์ บ้านพลูหลวง กรุงศรีอยุธยา
สงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ภาพจิตรกรรมฝาผนังจัดแสดงภายในอาคารภาพปริทัศน์ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

สงสัยไหม ก่อน “เสียกรุงฯ ครั้งที่ 2” พ.ศ. 2310 “กรุงศรีอยุธยา” เกิดเค้าลางอะไรเตือนบ้าง?

ถ้าหากย้อนดูใน “พระราชพงศาวดาร” หรือหลักฐานต่าง ๆ ของไทย จะพบลายลักษณ์อักษรที่บันทึกเค้าลางก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ทั้งใน พระราชพงศาวดารกรุงสยาม ฉบับบริติชมิวเซียม, พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล รวมไปถึง “คำให้การชาวกรุงเก่า” ฯลฯ

แต่ครั้งนี้จะขอนำเสนอหลักฐาน 3 ชิ้น ที่พูดถึงเค้าลางก่อนเกิดเหตุ ซึ่งมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน ได้แก่ พระราชพงศาวดารกรุงสยาม ฉบับบริติชมิวเซียม, พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล และคำให้การชาวกรุงเก่า

พระราชพงศาวดารกรุงสยาม ฉบับบริติชมิวเซียม ระบุไว้ว่า…

“…ด้วยอายุแผ่นดินกรุงพระนครศรีอยุธยาถึงกาลฆาต จึงอาเพศให้เห็นประหลาดเป็นนิมิตพระประธานวัด (พระ) เจ้าพนังเชิง น้ำพระเนตรไหลลงมาจนพระนาภี ในวัง วัดพระศรีสรรเพชญ์นั้นพระบรมไตรโลกนาถพระอุระแตก ดวงพระเนตรตกลงมาอยู่ที่ตัก เป็นอัศจรรย์ พระเจดีย์วัดราชบุรณะนั้น กาบินมาเสียบตายบนปลายยอดโดยอาเพศ อนึ่งพระนเรศวรเจ้าโรงแสงใน กระทืบพระบาทสนั่นไปทั้ง 4 ทิศ อากาศกวิปริตไปต่าง ๆ บอกเหตุลางจะเสียกรุง…”

ด้าน “พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล” ก็บันทึกไว้ว่า…

“…ด้วยอายุแผ่นดินกรุงพระนครศรีอยุธยาถึงกาลขาด จึงอาเพศให้เห็นประหลาดเป็นนิมิต. พระประธานวัดเจ้าพระนางเชิง น้ำพระเนตรไหลลงมาจนพระนาภี ในวังนั้นวัดพระศรีสรรเพชญนั้น พระบรมไตรโลกนาถ พระอุระแตก ดวงพระเนตรตกลงมา อยู่ที่ตักเป็นอัศจรรย์ พระเจดีย์วัดราชบุรณะนั้น กาบินมาเสียบตายบนปลายยอดโดยอาเพศ อนึ่ง รูปพระนเรศวนเจ้าโรงแสงในกระทืบพระบาทสนั่นไปทั้งสี่ทิศ อากาศก็วิปริตไปต่างๆ บอกเหตุลางจะเสียกรุง…”

ส่วนใน “คำให้การชาวกรุงเก่า” ก็ระบุไว้เช่นกัน ดังนี้…

“…เมื่อใกล้จะเสียพระนครศรีอยุธยานั้น เกิดลางร้ายต่าง ๆ คือ พระพุทธปฏิมากรใหญ่ที่วัดพนัญเชิง มีน้ำพระเนตรไหล พระพุทธปฏิมากรติโลกนาถ ซึ่งแกะด้วยไม้พระศรีมหาโพธิ์นั้น พระทรวงแยกออกเป็นสองภาค พระพุทธปฏิมากรทองคำเท่าตัวคนและพระพุทธสุรินทร์ซึ่งหล่อด้วยนาคอันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีสรรเพชญในพระราชวังนั้น

มีพระฉวีเศร้าหมอง พระเนตรทั้งสองหลุดหล่นลงอยู่พระหัตถ์ มีกาสองตัวตีกัน ตัวหนึ่งบินโผลงตรงยอดเหมฉัตรเจดีย์ที่วัดพระธาตุ อกสวมลงตรงยอดพระเจดีย์เหมือนดังคนจับเสียบไว้ เทวรูปสมเด็จพระนเรศวรนั้นมีน้ำพระเนตรไหล และเปล่งศัพท์สำเนียงเสียงอันดัง อสนีบาตตกลงหลายครั้งหลายหน…” (ปรับย่อหน้าโดยผู้เขียน)

จากหลักฐานที่ปรากฏคงทำให้เห็นภาพว่าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ “เสียกรุงฯ ครั้งที่ 2” มีลางอะไรเกิดขึ้นบ้างใน “กรุงศรีอยุธยา”

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้ง 3 ชิ้น มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน และพระราชพงศาวดารหลายฉบับก็มีการชำระในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดังนั้นเนื้อหาบางจุด จึงอาจเจือความคิดและทัศนคติของคนยุคหลังเข้าไปในประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

มนตรี สังข์ทอง และศศินันท์ ศาสตร์สาระ. ก้าวแรกแห่งการกู้เอกราชของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช: จากวัดพิชัยสู่บ้านพรานนก. วารสารประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์. ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน), 2563.


เผยแพร่ในระบบออนลไน์ครั้งแรกเมื่อ 6 มิถุนายน 2567