ย้อนรอยวังเก่าที่ถูกลืมตั้งแต่ครั้งสร้างกรุงฯต้นรัตนโกสินทร์

ภาพถ่ายทางอากาศของพระราชวังบวรสถานมงคล ที่ประทับของพระมหาอุปราชสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (ภาพจากหนังสือ “พระราชวัง ๓ แคว้น”)

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีในปี พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้ว ได้ทรงย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีทางฟากตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยามาสร้างทางฟากตะวันออก เนื่องจากตั้งแต่ครั้งยังทรงรับราชการในสมัยกรุงธนบุรี ทรงพิจารณาเห็นว่ากรุงธนบุรีนั้นเป็นเมืองอกแตก เวลาต่อสู้จะเสียเปรียบข้าศึก ด้วยมีลำน้ำกีดขวางอยู่กลางเมือง หากเกิดศึกหนักด้านใดจะส่งกำลังจากอีกด้านไปช่วยไม่ทันเวลา

ครั้นเสด็จเถลิงราชสมบัติ จึงทรงย้ายพระนครมาสร้างทางฟากตะวันออกแต่ฝั่งเดียว พร้อมกับสร้างพระราชวังหลวงและวังต่างๆประทานเจ้านายพระองค์ชายที่เจริญพระชันษาสมควรจะเสด็จอยู่วังแล้ว ๑๐ พระองค์ ด้วยกฎมณเฑียรบาลระบุไว้ว่าพระราชฐานชั้นในจะเป็นที่ประทับของพระเจ้าอยู่หัว ผู้หญิงและเด็กเท่านั้น ซึ่งบางวังก็ยังปรากฏให้เห็นจนถึงปัจจุบัน ได้แก่

พระราชวังบวรสถานมงคล

ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ทรงสถาปนาสมเด็จพระอนุชาธิราชเป็นพระมหาอุปราชจึงมีการสร้างพระราชวังบวรสถานมงคลขึ้นที่เหนือวัดสลัก (วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์) ไปจนถึงคลองคูเมืองเพื่อเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พระราชวังหลัง

สร้างขึ้นบริเวณตำบลสวนลิ้นจี่ ตั้งแต่กรมพระราชวังบวรสถานพิมุขยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ด้วยที่บริเวณนั้นเป็นป้อมปราการมาแต่ครั้งกรุงธนบุรี จึงเป็นที่สำคัญสำหรับปกป้องพระนครและยังอาจสร้างตรงที่พระนิเวศน์เดิมของกรมพระราชวังหลังด้วย ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลศิริราช

ซากประตูวังวังริมป้อมพระสุเมรุของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา (ภาพจากหนังสือ “พระราชวัง ๓ แคว้น”)

วังริมป้อมพระสุเมรุ

ที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา เดิมอยู่ในเขตพระราชนิเวศน์เดิมของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ตั้งอยู่มุมพระนครด้านทิศเหนือ เป็นที่สำคัญสำหรับรักษาพระนครทางด้านทิศเหนือ ปัจจุบันเหลือเพียงซากประตูวัง ส่วนตัววังและตำหนักถูกรื้อลงหมดแล้ว

วังริมป้อมจักรเพชร

พื้นที่สำคัญสำหรับรักษาพระนครทางด้านทิศใต้อันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ พระโอรสของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ ตั้งอยู่ใต้วัดเลียบ (วัดราชบูรณะ) ริมป้อมจักรเพชร

วังริมวัดโพธิ์

วังของกรมหมื่นนรินทรพิทักษ์ พระภัสดาของพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้ากุ โดยยังเป็นพระนิเวศน์เดิมของพระองค์ด้วย ตั้งอยู่ริมวัดโพธิ์ บริเวณพระวิหารพระนอนในปัจจุบัน

วังปากคลองวัดชนะสงคราม

ที่ประทับของกรมขุนสุนทรภูเบศร์ นามเดิมว่า หม่อมเรือง เมื่อครั้งเสียกรุงมีอุปการะแก่กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท จึงได้ปฏิญาณเป็นพี่น้องกัน ครั้นสถาปนาพระราชวงศ์ กรมพระราชวังฯ จึงทูลขอให้ยกขึ้นเป็นเจ้า ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยของเอกชน ตั้งอยู่ริมถนนเจ้าฟ้าระหว่างโรงกษาปน์เก่าและโรงทหาร

วังสวนมังคุด

เป็นพระนิเวศน์สถานเดิมของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดีแต่ครั้งกรุงธนบุรี เมื่อทรงสร้างราชธานีใหม่แล้ว สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดีทรงเสด็จไปประทับในพระราชวังหลวง จึงประทานให้เป็นวังเจ้าฟ้ากรมหมื่นนรินทรรณเรศร์ พระโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดีได้เสด็จประทับต่อมา ปัจจุบันเหลือเพียงแนวกำแพงอิฐ

แนวกำแพงอิฐเก่าของวังสวนมังคุด วังของสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมหมื่นนรินทรรณเรศร์ (ภาพจากหนังสือ “เวียงวังฝั่งธนฯ ชุมชนชาวสยาม”)

วังบ้านปูน

ที่ประทับของพระองค์เจ้าขุนเณร พระอนุชาต่างพระชนนีของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ตั้งอยู่บริเวณวัดระฆัง ปัจจุบันไม่ปรากฏสภาพของวังให้เห็นแล้ว

วัดวงศมูลวิหาร ภายในกรมอู่ทหารเรือในปัจจุบัน เป็นพระราชนิเวศน์แต่ครั้งกรุงธนบุรีของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (ภาพจากหนังสือ “พระราชวัง ๓ แคว้น”)

พระราชนิเวศน์เดิม

เดิมเป็นพระราชนิเวศน์แต่ครั้งกรุงธนบุรีของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อทรงเสด็จมาประทับในพระราชวังหลวง จึงทรงประทานให้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จไปประทับ ณ พระราชวังเดิม จึงทรงโปรดให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงเสนานุรักษ์ เสด็จไปประทับที่พระราชนิเวศน์เดิมจนสิ้นรัชกาลที่ ๑ ปัจจุบันเป็นกรมอู่ทหารเรือ

พระราชวังเดิม

พระราชวังเดิมในพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นป้อมปราการสำหรับรักษาพระนครด้านทิศใต้ฝ่ายตะวันตก ในชั้นแรกโปรดให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงธิเบศร์บดินทรเสด็จไปประทับ ครั้นกรมหลวงธิเบศร์บดินทรสิ้นพระชนม์ จึงโปรดให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จไปประทับจนตลอดรัชกาลที่ ๑ ปัจจุบันเป็นกองบัญชาการทหารเรือ

ซึ่งวังทั้ง ๑๐ วังนั้น บางแห่งก็ยังเป็นที่รู้จัก บางแห่งยังปรากฏบางส่วนของวัง แต่บางแห่งก็ถูกทำลายและถูกลืมเลือนไปแล้วตามกาลเวลา เพราะโลกนี้ล้วนเป็นอนิจจังคือ สิ่งใดเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วย่อมดับไปเป็นธรรมดา


คัดย่อจากบทความ “’ไล่ที่ทำวัง’ เมื่อแรกสร้างกรุงเทพฯ” ในนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนเมษายน ๒๕๒๕

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป