ทำไม “โอชิน” ละครทีวีญี่ปุ่นตำนานดราม่ายุค 80s กลับมาเป็นกระแสในหลายประเทศอีก?

ภาพประกอบเนื้อหา - สตรีญี่ปุ่นในชุดกิโมโน มาชมดอกไม้ในโตเกียว เมื่อ 28 มีนาคม 2021 ภาพจาก BEHROUZ MEHRI / AFP

ก่อนที่วัฒนธรรมร่วมสมัยบนหน้าจอจะเข้าสู่ยุคซีรีส์เกาหลีเมื่อเกิดปรากฏการณ์ “แดจังกึม” ขึ้นมา คอละครยุคก่อนหน้านี้มีประสบการณ์ติด “ละครทีวี” ญี่ปุ่นอย่าง โอชิน (Oshin) ที่เรียกน้ำตาและทำให้หลายคนสะเทือนใจกันกับเรื่องราวในเนื้อหาชีวิตครอบครัวที่ชวนสงสารอย่างมาก เวลาล่วงเลยมาไม่ต่ำกว่า 3 ทศวรรษแล้ว ปัจจุบันในยุค 2021 โอชิน กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้งภายหลังจากมีข่าวว่าผู้เขียนบทผลงานชิ้นนี้เสียชีวิตลงในวัย 95 ปี

สึงาโกะ ฮาชิดะ (Sugako Hashida) นักเขียนบทหญิงเจ้าของผลงาน “โอชิน” อันลือลั่นโด่งดังมาหลายยุคและถูกสร้างซ้ำหลายครั้ง จนสื่อบางแห่งถึงกับกล่าวขานว่า เป็นอีกหนึ่งผลงานทางทีวีญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แต่เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน ค.ศ. 2021 (ราววันที่ 5 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น) มีรายงานข่าวว่า สึงาโกะ ฮาชิดะ เสียชีวิตเมื่อขณะอายุ 95 ปี สืบเนื่องมาจากมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (lymphoma)

รายงานข่าวจาก Japan Times และ BBC รวมถึงสื่อต่างประเทศอีกหลายแห่งเปิดเผยเรื่องนี้โดยอ้างอิงข้อมูลจากการเปิดเผยจากมูลนิธิของเธอว่า เธอเสียชีวิตในบ้านพักที่ชิซูโอกะ (Shizuoka)

ผลงาน โอชิน ที่มาจากการเขียนบทของเธอออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1983 ไปจนถึงปี 1984 เคยทำสถิติเรตติ้งที่ 52.6 เปอร์เซ็นต์มาแล้ว งานวิจัยเกี่ยวกับสื่อละครโทรทัศน์ที่ถูกนิยามว่า Asadora (จะอธิบายในเนื้อหาต่อไป) โดย Elisabeth Scherer ใช้ชื่องานวิจัยว่า Revisiting a nationalinstitution: NHK’s morningdrama (asadora) in transition เผยแพร่ในวารสารวัฒนธรรมร่วมสมัยในเอเชียตะวันออก (East Asian Journal of Popular Culture) เมื่อปี 2019 กล่าวอ้างถึงคำเอื้อนเอ่ยจากประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) อดีตปธน.สหรัฐฯ ขณะเดินทางเยือนญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1983

อดีตปธน.เรแกน เอ่ยเปรียบเปรยถึงความคล้ายคลึงกันระหว่างความนิยมของตัวละครโอชินกับการเติบโตและความสำเร็จทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (Haberman, 1984)

ความสำเร็จทางวัฒนธรรมร่วมสมัยในยุคนั้นถูกส่งออกไปสู่สายตาต่างชาติโดย Japan Foundation ซึ่งนำโอชินไปเผยแพร่ออกอากาศในต่างประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในโครงการเผยแพร่ทางวัฒนธรรม จนกระทั่งในปี 1995 โอชิน เผยแพร่ออกอากาศไปแล้ว 44 ประเทศ (Takahashi, 1998 : 144)

นักวิชาการบางรายมองว่า โอชิน นำภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นในเชิงบวกแยกออกจากภาพเชิงลบแบบยุคจักรวรรดิญี่ปุ่นออกมาสู่สายตานานาชาติ

โอชิน เล่าเรื่องราวของสตรีซึ่งถือกำเนิดในครอบครัวฐานะยากจนในหมู่บ้านที่ทำการเกษตรต้นทศวรรษ 1900s ไม่เพียงแค่เรื่องฐานะที่ชวนสงสารเท่านั้น ตัวละครหลักในเรื่องยังประสบชะตากรรมและปัญหาภายในครอบครัวหลายประการโดยเฉพาะเรื่องบทบาทของผู้หญิงกับความสัมพันธ์ในเครือญาติ แม้จะเผชิญอุปสรรคมากมายในชีวิต แต่ในหน้าที่การงานยังได้เป็นหนึ่งในพนักงานระดับสูงในซูเปอร์มาร์เก็ตได้

ตัวอย่างภาพยนตร์ “โอชิน” ฉบับ 2013

โอชิน ออกอากาศเผยแพร่ไปในหลายประเทศตั้งแต่จีน, ไทย, อิหร่าน ไปจนถึงสหรัฐอเมริกา รายงานข่าวจาก Japan Times ยังเผยว่า นายหู จิ่นเทา อดีตประธานาธิบดีจีนและผู้นำทางการเมืองคนสำคัญของจีนถึงกับเคยเอ่ยปากเมื่อปี 2008 ว่า “ประทับใจอย่างมาก” ในตัวซีรีส์เรื่องนี้

สำหรับผู้คนที่เติบโตมาในยุค 80s จนถึงต้นยุค 90s คนจำนวนไม่น้อยยังจดจำ “โอชิน” เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำด้วย ภายหลังข่าวการเสียชีวิตของผู้เขียนบท “โอชิน” เผยแพร่ไปทั่วโลก ผลงานเรื่อง “โอชิน” เริ่มกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง

รายงานข่าวจาก BBC เผยว่า แฟนของละครทีวีเรื่องนี้ต่างเริ่มออกมารำลึกถึงความทรงจำในวัยเด็กเกี่ยวกับโอชินมากขึ้นเป็นพิเศษในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ฮิตในจีนอย่าง Weibo เริ่มออกมาแลกเปลี่ยนพูดคุยถึงเรื่องโอชินว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เปิดประตูไปสู่สื่อบันเทิงญี่ปุ่น

อิทธิพลของเรื่อง “โอชิน” มีมากถึงขั้นทำให้เกิดงานวิจัยศึกษาถึงผลงาน “ละครยามเช้า” (Asadora) อันเป็นซีรีส์ฉายช่วงเช้าและมีผู้หญิง(โดยเฉพาะสตรีที่เป็นภรรยาทำงานบ้าน)นำเรื่อง

งานวิจัยของอลิซาเบ็ธ อธิบายว่า นับตั้งแต่ปี 1961 Asadora (หรือในความหมายว่า serial TV novel) ออกอากาศสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมตอนเช้าเป็นเวลา 15 นาที ตั้งแต่วันจันทร์ถึงเสาร์ Asadora มักมีแพทเทิร์นโครงเรื่องเกี่ยวกับตัวละครหญิงในแต่ละช่วงเวลา แต่ละเรื่องอาจเล่าเรื่องราวตัวละครภายในช่วง 1 ปีหรือภายหลังปรับมาเป็น 6 เดือนบ้าง

เมื่อ “โอชิน” เริ่มออกอากาศไม่นานก็กลายเป็นผลงานที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางสภาพสังคมแบบวัตถุนิยมในช่วงเศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตและถูกเรียกว่า “ภาวะฟองสบู่” (Bubble Economy) ในยุค 90s ก่อนที่ฟองสบู่จะแตกในเวลาต่อมา

ดร. อาร์วินด์ ซิงก์ฮัล (Dr. Arvind Singhal) ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส (University of Texas) ให้สัมภาษณ์กับ BBC โดยอธิบายความสำเร็จของโอชินในระดับโลกว่า มาจากสารเรื่องคุณค่าของ “ความรัก, ความเสียสละ, อดทนอดกลั้น และการให้อภัย” 

ตัวละครโอชินเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง ไม่ย่อท้อแม้จะต้องเผชิญหน้ากับความลำบากจนถึงเรื่องเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม

ดร. หยวน จูมิน (Yuen Shu Min) นักวิชาการด้านญี่ปุ่นศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์มองว่า ประเด็นสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ผู้ติดตามเพศหญิงนิยมเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งคือการพูดถึงบทบาทและตำแหน่งแห่งหนทางสังคมของสตรีในครอบครัวซึ่งประสบสภาพความตึงเครียดระหว่างลูกสะใภ้กับแม่สามี ไปจนถึงกดดันจากความคาดหวังเรื่องปมสืบสายตระกูล

รายละเอียดเล็กน้อยที่สร้างความแตกต่างนี้น่าจะต้องยกความดีความชอบให้กับทักษะในการเขียนบทของคุณมาชิดะ ซึ่งรายงานข่าวเผยว่า เธอมีชื่อเสียงเรื่องการเก็บข้อมูลจากการสังเกตการณ์ในครอบครัวสะท้อนผ่านผลงานละครทีวีที่เธอเขียนบท และที่สำคัญ ขณะให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2018 คุณมาชิดะ ยังกล่าวว่า งานเรื่องโอชินมีแรงบันดาลใจมาจากความสัมพันธ์ช่วงแรกๆ ของเธอกับแม่สามีซึ่งเป็นไปอย่างตึงเครียด

“เมื่อฉันทำอาหาร แม่สามีจะบ่นว่ามันจืดไป หากฉันอธิบายว่าควรลดปริมาณเกลือลง เธอก็จะไปเอ่ยกับครอบครัวว่าสะใภ้คนใหม่ตอบโต้เธอกลับ ฉันตกใจว่าการอธิบายเรื่องต่างๆ กลับทำให้ถูกมองว่าเป็นการอวดดี”

ไม่เพียงแค่ปัญหาในชีวิตโอชิน เรื่องหน้าที่การงานของตัวละครหลักในเรื่องก็สะท้อนภาพเส้นทางอาชีพของนักเขียนบทเองเช่นกัน รายงานข่าวเผยว่า คุณมาชิดะเข้าทำงานในสตูดิโอภาพยนตร์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำหน้าที่เขียนบท แต่ต้องลาออกเมื่อบริษัทต้นสังกัดพยายามย้ายเธอมาทำงานเลขาฯ แต่ท้ายที่สุดเธอก็ประสบความสำเร็จในฐานะคนเขียนบท

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Nikkei Shimbun เมื่อปี 2019 คุณมาชิดะ อธิบายว่า เรื่องเกี่ยวกับโอชินเป็นต้นแบบเรื่องของ “ผู้หญิงในญี่ปุ่นที่สามารถรอดมาจากความยากลำบากนานนับปี”

 

ลดแรง 30% สมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรมในวันที่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 64 ลดราคา 30% แถมฟรีอีก 1 เดือน (12 ฉบับ / 1 ปี + แถมฟรี 1 เดือน) คลิกสมัครหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


อ้างอิง:

Haberman, Clyde. ‘In Japan, “Oshin”means it’s time for a good cry’,
New York Times, 11 March 1984, p. 25.

“Sugako Hashida, writer of acclaimed Japanese TV drama ‘Oshin,’ dies at 95”. Japan Times. Online. Published 6 APR 2021. Access 4 JUN 2021. <Sugako Hashida, writer of acclaimed Japanese TV drama ‘Oshin,’ dies at 95>

SCHERER, ELISABETH. “Revisiting a nationalinstitution: NHK’s morningdrama (asadora) in transition”. East Asian Journal of Popular Culture. Volume 5 Number 2, 2019. <https://www.academia.edu/41205723/Revisiting_a_national_institution_NHK_s_morning_drama_asadora_in_transition_Editorial_>

Takahashi, Kazuo. ‘The impact of Japanese television programs: Worldwide “Oshin phenomena”’, Journal of Regional Development Studies ,1, 1998. pp. 143–56.

Yip, Waiyee. “Oshin: The gritty Japanese drama that gripped the world”. BBC. Online. Published 4 JUN 2021. Access 4 JUN 2021. <https://www.bbc.com/news/world-asia-57005333>


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 มิถุนายน 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป