“อั่งถ่อก้วย” ไม่ใช่กุยช่าย

อั่งถ่อก้วย (ภาพจากเว็บไซต์ https://kknews.cc/zh-cn/culture/xraz9bg.html)

หากถามคนส่วนใหญ่ว่ารู้จัก หรือเคยกิน “อั่งถ่อก้วย” หรือเปล่า? หลายคนอาจปฏิเสธทันที หลายคนไม่มั่นใจ แต่ถ้ายกมาให้เห็นว่า “อั่งถ่อก้วย” มีหน้าตาอย่างไร คนส่วนใหญ่จะร้อง “อ๋อๆๆๆ ขนมกุยช่าย” แต่ถ้า “อั่งถ่อก้วย” พูดได้ต้องปฏิเสธเสียงในฟิล์มว่า “อึมสี-ไม่ใช่”

กูไช้ก้วยตัวจริง เสียงจริง ต้องหน้ากลมแป้น ผิวขาวพอมองเห็นไส้ขนมด้านใน และชื่อที่ถูกต้องตามทะเบียนบ้านที่เมืองจีนคือ “กูไช้ก้วย” (ขนมกุยช่าย-เป็นเสียงที่เพี้ยนไปจากชื่อดั้งเดิม) ทว่าอั่งถ่อก้วยและกูไช้ก้วยนั้นเทียบได้กับแฝดคนละฟอง เพราะขนมทั้งสองชนิดทำจากแป้งชนิดเดียวกัน ด้วยกรรมวิธีเดียวกัน มีไส้ (ขนม) ด้านในเหมือนกันคือใบกูไช่ เผือก หน่อไม้ มันแกว ข้าวเหนียว ฯลฯ

ขนมกุยช่าย หรือชื่อที่ถูกต้องตามภาษาจีนคือ “กูไช้ก้วย” (ภาพจากเว็บไซต์ https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_490922/attachment/8-315)

ขนมจากสวรรค์ 

ในหนังสือวัฒนธรรมการกินแต้ซัว ของศูนย์วิจัยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แต้จิ๋ว ที่อาป๊าและลิ้มเฮียช่วยแปลให้นั้น ตอนหนึ่งกล่าวถึง “อั่งถ่อก้วย” ว่า “ไซอ้วงป้อ (ซีหวังหมู่-เทพสูงสุดของลัทธิเต๋าสาขาหนึ่ง) ประทานท้อวิเศษให้แก่พระเจ้าฮั่นบูตี้-กษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น (บุคคลจริงในประวัติศาสตร์) จำนวน ๔ ผล และบอกว่าหากท้อวิเศษนี้ ๓,๐๐๐ ปี จึงจะออกลูก แผ่นดินตงง้วนไม่ควรปลูก และถึงปลูกก็ไม่มีลูก ท่านบอกแก่พระเจ้าฮั่นบูตี้ว่าให้ชาวเมืองจงทำเป็นขนมเลียนแบบรูปผลท้อ สำหรับเป็นขนมไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษ ผู้ไหว้จะอายุยืน มีความสุข สุขภาพแข็งแรง”

ท้อที่กล่าวนั้นเป็นต้นท้อต้นเดียวกับในเรื่องไซอิ๋ว มีชื่อเต็มว่า ซิ่วท้อ มีคุณสมบัติเรื่องอายุวัฒนะ เมื่อครั้งซุนหงอคงบุกสวรรค์ได้ไปขโมยเก็บมากินจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต หากตามตำนานแล้ว ช่ื่อที่เรียกว่าอั่งถ่อก้วย จึงน่ามาจากรูปลักษณ์ของขนมที่ทำเลียนแบบผลท้อที่สุกเป็นสีแดงชวนกิน เพราะ อั่ง แปลว่า สีแดง (รวมถึงตระกูลสีแดงอื่น ๆ เช่น สีชมพู บานเย็น ส้ม เพราะสมัยก่อนนั้นไม่มีเฉดสีต่าง ๆ มากเช่นปัจจุบัน) ถ่อ คือ ผลท้อ ก้วย คือ ขนม

“อั่งถ่อก้วย” ในวิถีชีวิต

ในชีวิตลูกหลานจีน และจีนโพ้นทะเล ต้องมีอั่งถ่อก้วยเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย ลิ้มเฮียเล่าให้ฟังว่า “เมื่อ ‘เก๊างวยะ’-เด็กเกิดมาอายุครบ ๑ เดือน ครอบครัวจะทำอั่งถ่อก้วยไปไหว้เทพเจ้าตามคติความเชื่อของตน พออายุครบ ๑๕ ปี พิธี ‘ฉุกฮวยฮึ้ง’-ออกจากสวนผลไม้ การแสดงว่าพ้นจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ งานแต่งงานลูกชายหรือลูกสาว งานวันแซยิดอายุ ๖๐ ปี ต้องมีอั่งถ่อก้วย เมื่อเสียชีวิตก็ใช้อั่งถ่อก้วยเป็นหนึ่งในขนมเส้นไหว้ในงานศพ โดยใช้อั่งถ่อก้วย (แบบปกติ) ไหว้บรรพบุรุษของผู้ตายที่ล่วงลับไปก่อนหน้า ส่วนผู้ตายใช้ขนม “โหงวก้วย โหงวอั่ง” ซึ่งเป็นขนมที่ใช้สูตรแป้งแบบเดียวกับอั่งถ่อก้วยแต่ไส้ด้านในใส่น้ำตาลเพียงเล็กน้อย (เมื่อไหว้เสร็จมักทิ้งให้เป็นทานแก่สัตว์ ไม่ค่อยนิยมเอามากิน) ปั้นเป็น ๕ อย่าง คือ เซียะลิ่วก้วย ซากักเล้า เบี๋ยเกี้ย-ขนมพิมพ์ทรงกลม อั่งถ่อก้วย และกูก้วย-ขนมพิมพ์รูปเต่า ซึ่งทั้งหมดใช้แป้งขนมสีขาว 

ขนมดังกล่าวจะใช้ไหว้เมื่อผู้ตายเสียชีวิตครบ ๗ วัน และวันที่จะออกทุกข์ (สำหรับคนจีนอาจเป็นวันที่ผู้ตายเสียชีวิตครบ ๔๙ วัน หรือ ๑๐๐ วัน) เมื่อไหว้เสร็จลูกหลานผู้ตายจะเปลี่ยนจากเสื้อผ้าไว้ทุกข์เป็นเสื้อผ้าปกติ และใช้ขนม ๕ อย่าง อีกครั้ง แต่แป้งขนมจะเป็นสีชมพู ทั้งเทศกาลประจำปีต่าง ๆ ไม่ว่าตรุษจีน/สารทจีนที่มีขนมเข่ง ง้วงเซียว-เทศกาลขนมจ้าง ตั่งโจ่ย-เทศกาลขนมบัวลอย เสี่ยวซิ้ง-งานขอบคุณเทพเจ้าของแต่ละชุมชน ฯลฯ แม้หลายเทศกาลมีขนมประจำเทศกาลอยู่แล้ว หลายบ้านก็ยังใช้อั่งถ่อก้วยในเทศกาลเหล่านี้ด้วยการไหว้เทพเจ้า ไหว้เจ้าที่ที่บ้านในวันพระจีน (วัน ๑ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำของจีน) ตลอดจนวันเกิดเทพเจ้าต่าง ๆ จนถึงเป็นขนมกินเล่นหรือกินอิ่มแทนข้าวก็ได้”

อั่งถ่อก้วยบนโต๊ะเส้นไหว้แต่ละสารท แต่ละพิธีกรรมที่วนเวียนอยู่ในชีวิตผู้คนตั้งแต่เกิดจนตายหลังเสร็จภาระการเป็นของเส้นไหว้ อั่งถ่อก้วยก็กลายเป็นอาหารการกินของครอบครัว เป็นอาหารหล่อเลี้ยงร่างกายและจิตวิญญาณ

(คัดลอกส่วนหนึ่งจากบทความ “อั่งถ่อก้วย ขนมฟ้าประทานที่ใช้กันตั้งแต่เกิด-ตาย” เขียนโดย เสี่ยวจิว ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม มิถุนายน ๒๕๕๒)

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป