“ฉลองพระองค์” เมื่อเสด็จฯ เยือนตปท. ของพระราชินีใน ร.7 และ ร.9 ต่างกันอย่างไร?

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี พระราชินีใน ร.7 และ ร.9 กับฉลองพระองค์ เมื่อเสด็จฯ เยือนตปท.
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

พระราชินีใน ร.7 และ ร.9 กับฉลองพระองค์ เมื่อเสด็จฯ เยือนตปท.

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นพระราชินีที่ผู้คนต่างยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งไหม” ด้วยพระองค์ทรงชูและใช้ “ผ้าไหมไทย” ในฉลองพระองค์ จนเป็นที่กล่าวขานของนานาชาติ และต่อมาก็ทรงก่อตั้ง “ศูนย์ศิลปาชีพ” เพื่อส่งเสริมราษฎรให้มีอาชีพเสริม ด้วยการฝึกฝนและผลิตงานศิลปหัตถกรรมไทยพื้นบ้าน

“ฉลองพระองค์” ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นที่ถูกพูดถึงมาตลอด เพราะมีความงดงามที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยอย่างเด่นชัด ขณะเดียวกันก็ใช้รูปแบบเสื้อผ้าสากลเข้ามาเพิ่มเสริมจนคนปัจจุบันใส่ได้อย่างไม่ขัดเขิน

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ภาพจาก เฟซบุ๊ก : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

ฉลองพระองค์ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด คงไม่พ้นยุค 2500 ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระองค์ เสด็จฯ เยือนยุโรปและสหรัฐอเมริกา เพราะปรากฏการใช้ “ผ้าไหมไทย” ประยุกต์เข้ากับชุดเยี่ยงสากล ด้วยการช่วยรังสรรของ “ปิแอร์ บัลแมง” ดีไซน์เนอร์ระดับตำนานของโลก ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น “ไอคอนิก” ที่ใครต่างก็พูดถึง 

ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม แต่เป็นเพราะพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ใช้ฉลองพระองค์เป็นสัญลักษณ์แสดงออกถึงวัฒนธรรมไทยที่มีมาอย่างยาวนานผ่านเสื้อผ้า หรือเรียกได้ว่าเป็น “การทูตยุคใหม่”

อย่างไรก็ตาม การเสด็จฯ ต่างประเทศอย่างเป็นทางการของเหล่าเจ้านายไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยนี้ และยิ่งไปกว่านั้นคือ การปรากฏตัวของ “พระราชินี” ในฐานะ “First Lady” ซึ่งอย่างน้อย ๆ ที่เห็นก็คือในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

ทว่าในยุคนั้นการแต่งฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ก็จะแตกต่างจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ 

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

เรื่องนี้ ดร. ศิบดี นพประเสริฐ เจ้าของผลงาน “Beauty of the Nation แฟชั่นและการทูตไทยในฉลองพระองค์” หนังสือเล่มใหม่จากสำนักพิมพ์มติชน ได้ให้ข้อมูลไว้บนเวที “สิรินิรันดร์ พระพันปีหลวง” ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า

“ในยุครัชกาลที่ 7 เรายังไม่มีแบบแผนชุดประจำชาติที่แน่นอน การเสด็จต่างประเทศในบริบทของรัชกาลที่ 7 เป็นช่วงที่อังกฤษเป็นศูนย์กลางอำนาจโลก

ผมมองว่าในหลวงรัชกาลที่ 7 และสมเด็จฯ รำไพพรรณี ท่านต้องคำนึงมากก็คือว่า ในการแต่งพระองค์ให้ถูกต้องตามธรรมเนียมสากล คือสมเด็จฯ รำไพพรรณี เสด็จประเทศในเอเชียก็ดี ในยุโรป แคนาดา สหรัฐฯ ท่านทรงฉลองพระองค์สากลหมด เพื่อความถูกต้องการทางทูตอย่างหนึ่งด้วย แล้วก็เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้ดูทันสมัย

ด้วยประเทศไทยเราในยุคนั้นหรือสยาม ในสายตาชาติตะวันตกก็เป็นประเทศเล็ก ๆ ในโซนเอเชียตะวันออกไกล ไม่ได้เป็นมหาอำนาจอะไร

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จฯ เยือนต่างประเทศ ภาพจากรัฐสภา

ดังนั้นผมมองว่าสมเด็จฯ รำไพพรรณีท่านก็มีกรอบความคิด ที่มองว่าในฐานะที่ท่านเป็น First Lady หรือพระราชินีสยามพระองค์แรก ๆ ก็ว่าได้ ที่ทำหน้าที่อย่างสตรีหมายเลข 1 ตามแบบพระราชินีในโลกตะวันตกหรือภริยาประธานาธิดีสหรัฐฯ ท่านก็ต้องคิดคำนึงถึงรายละเอียดของฉลองพระองค์ว่าต้องถูกต้องตามธรรมเนียมทางการทูตด้วย แล้วก็ต้องทันสมัยด้วย เพื่อไม่ให้ชาติตะวันตกดูถูกเราได้

แต่ส่วนสมเด็จพระพันปีหลวง โจทย์ของท่านก็มีทั้งชุดไทยและชุดสากล เพราะสมเด็จพระพันปีหลวงท่านมองว่าใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ยุคที่ท่านเสด็จเยือนรัฐอย่างเป็นทางการเป็นยุคสงครามเย็นแล้ว อเมริกาเป็นศูนย์กลางอำนาจโลกแล้ว เมืองไทยเราเองก็ยังคงเป็นประเทศเล็ก ๆ อยู่ในโซนเอเชียตะวันออก

พระฉายพระบรมฉายาลักษณ์อย่างเป็นทางการของราชวงศ์ไทย-อังกฤษ

แล้วเรามีนโยบายต่างประเทศที่ใกล้ชิดกับอเมริกาด้วย โลกตะวันตกด้วย ถ้ามองในเชิงศักยภาพประเทศ เราสู้อเมริกาไม่ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราสามารถเอาไปโชว์ต่างชาติได้ เอาไปสู้ชาติตะวันตกได้ ไปเอาอวดอเมริกาได้นั่นก็คือวัฒนธรรม เรามีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน มีวัฒนธรรมมาแต่โบราณ

แล้วสิ่งใดที่จะเอาไปยืนยันกับชาติตะวันตกเหล่านั้นได้ ถ้าพูดเอาวัจนภาษาหรือตาเนื้อดู ก็ต้องชุดไทยนี่แหละ”

จะเห็นว่าในแต่ละยุค พระราชินีแต่ละพระองค์ของสยามล้วนแต่มีพระราชดำริที่ต่างกัน การแสดงออกที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสังคมโลกที่กำลังดำเนินไป ทว่าทุกอย่างที่ทรงปฏิบัติก็เพื่อบ้านเมืองของเราทั้งสิ้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 เมษายน 2569