
| ผู้เขียน | ปดิวลดา บวรศักดิ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
พระราชินีใน ร.7 และ ร.9 กับฉลองพระองค์ เมื่อเสด็จฯ เยือนตปท.
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นพระราชินีที่ผู้คนต่างยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งไหม” ด้วยพระองค์ทรงชูและใช้ “ผ้าไหมไทย” ในฉลองพระองค์ จนเป็นที่กล่าวขานของนานาชาติ และต่อมาก็ทรงก่อตั้ง “ศูนย์ศิลปาชีพ” เพื่อส่งเสริมราษฎรให้มีอาชีพเสริม ด้วยการฝึกฝนและผลิตงานศิลปหัตถกรรมไทยพื้นบ้าน
“ฉลองพระองค์” ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นที่ถูกพูดถึงมาตลอด เพราะมีความงดงามที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยอย่างเด่นชัด ขณะเดียวกันก็ใช้รูปแบบเสื้อผ้าสากลเข้ามาเพิ่มเสริมจนคนปัจจุบันใส่ได้อย่างไม่ขัดเขิน

ฉลองพระองค์ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด คงไม่พ้นยุค 2500 ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระองค์ เสด็จฯ เยือนยุโรปและสหรัฐอเมริกา เพราะปรากฏการใช้ “ผ้าไหมไทย” ประยุกต์เข้ากับชุดเยี่ยงสากล ด้วยการช่วยรังสรรของ “ปิแอร์ บัลแมง” ดีไซน์เนอร์ระดับตำนานของโลก ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น “ไอคอนิก” ที่ใครต่างก็พูดถึง
ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม แต่เป็นเพราะพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ใช้ฉลองพระองค์เป็นสัญลักษณ์แสดงออกถึงวัฒนธรรมไทยที่มีมาอย่างยาวนานผ่านเสื้อผ้า หรือเรียกได้ว่าเป็น “การทูตยุคใหม่”
อย่างไรก็ตาม การเสด็จฯ ต่างประเทศอย่างเป็นทางการของเหล่าเจ้านายไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยนี้ และยิ่งไปกว่านั้นคือ การปรากฏตัวของ “พระราชินี” ในฐานะ “First Lady” ซึ่งอย่างน้อย ๆ ที่เห็นก็คือในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
ทว่าในยุคนั้นการแต่งฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ก็จะแตกต่างจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

เรื่องนี้ ดร. ศิบดี นพประเสริฐ เจ้าของผลงาน “Beauty of the Nation แฟชั่นและการทูตไทยในฉลองพระองค์” หนังสือเล่มใหม่จากสำนักพิมพ์มติชน ได้ให้ข้อมูลไว้บนเวที “สิรินิรันดร์ พระพันปีหลวง” ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า
“ในยุครัชกาลที่ 7 เรายังไม่มีแบบแผนชุดประจำชาติที่แน่นอน การเสด็จต่างประเทศในบริบทของรัชกาลที่ 7 เป็นช่วงที่อังกฤษเป็นศูนย์กลางอำนาจโลก
ผมมองว่าในหลวงรัชกาลที่ 7 และสมเด็จฯ รำไพพรรณี ท่านต้องคำนึงมากก็คือว่า ในการแต่งพระองค์ให้ถูกต้องตามธรรมเนียมสากล คือสมเด็จฯ รำไพพรรณี เสด็จประเทศในเอเชียก็ดี ในยุโรป แคนาดา สหรัฐฯ ท่านทรงฉลองพระองค์สากลหมด เพื่อความถูกต้องการทางทูตอย่างหนึ่งด้วย แล้วก็เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้ดูทันสมัย
ด้วยประเทศไทยเราในยุคนั้นหรือสยาม ในสายตาชาติตะวันตกก็เป็นประเทศเล็ก ๆ ในโซนเอเชียตะวันออกไกล ไม่ได้เป็นมหาอำนาจอะไร

ดังนั้นผมมองว่าสมเด็จฯ รำไพพรรณีท่านก็มีกรอบความคิด ที่มองว่าในฐานะที่ท่านเป็น First Lady หรือพระราชินีสยามพระองค์แรก ๆ ก็ว่าได้ ที่ทำหน้าที่อย่างสตรีหมายเลข 1 ตามแบบพระราชินีในโลกตะวันตกหรือภริยาประธานาธิดีสหรัฐฯ ท่านก็ต้องคิดคำนึงถึงรายละเอียดของฉลองพระองค์ว่าต้องถูกต้องตามธรรมเนียมทางการทูตด้วย แล้วก็ต้องทันสมัยด้วย เพื่อไม่ให้ชาติตะวันตกดูถูกเราได้
แต่ส่วนสมเด็จพระพันปีหลวง โจทย์ของท่านก็มีทั้งชุดไทยและชุดสากล เพราะสมเด็จพระพันปีหลวงท่านมองว่าใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ยุคที่ท่านเสด็จเยือนรัฐอย่างเป็นทางการเป็นยุคสงครามเย็นแล้ว อเมริกาเป็นศูนย์กลางอำนาจโลกแล้ว เมืองไทยเราเองก็ยังคงเป็นประเทศเล็ก ๆ อยู่ในโซนเอเชียตะวันออก

แล้วเรามีนโยบายต่างประเทศที่ใกล้ชิดกับอเมริกาด้วย โลกตะวันตกด้วย ถ้ามองในเชิงศักยภาพประเทศ เราสู้อเมริกาไม่ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราสามารถเอาไปโชว์ต่างชาติได้ เอาไปสู้ชาติตะวันตกได้ ไปเอาอวดอเมริกาได้นั่นก็คือวัฒนธรรม เรามีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน มีวัฒนธรรมมาแต่โบราณ
แล้วสิ่งใดที่จะเอาไปยืนยันกับชาติตะวันตกเหล่านั้นได้ ถ้าพูดเอาวัจนภาษาหรือตาเนื้อดู ก็ต้องชุดไทยนี่แหละ”
จะเห็นว่าในแต่ละยุค พระราชินีแต่ละพระองค์ของสยามล้วนแต่มีพระราชดำริที่ต่างกัน การแสดงออกที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสังคมโลกที่กำลังดำเนินไป ทว่าทุกอย่างที่ทรงปฏิบัติก็เพื่อบ้านเมืองของเราทั้งสิ้น
อ่านเพิ่มเติม :
- สมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ทรงใช้ “ฉลองพระองค์” เป็นเครื่องมือการทูต
- เล่าเรื่องเจ้านายกับชุดไทย ชุดแต่ละสมัยรับอิทธิพลมาจากไหนบ้าง
- “เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์” ที่ปรึกษาฉลองพระองค์ “สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี” ในพระราชพิธีสถาปนาปี 2468
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 เมษายน 2569




