The School of Athens กับ 1 หญิงสาวที่ถูกซ่อนไว้ในภาพ?

The School of Athens ของ ราฟาเอล
ภาพวาดฝาผนัง ปูนเปียก ยุคเรอเนซองส์

The School of Athens กับ 1 หญิงสาวที่ถูกซ่อนไว้ในภาพ?

เมื่อพูดถึงภาพวาดอันโด่งดังในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยา (Renaissance) หนึ่งในภาพที่เรามักจะนึกถึงกันคือ The School of Athens ผลงานของ ราฟาเอลโล ซานซิโอ ดา อูร์บิโน (Raffaello Sanzio da Urbino) หรือที่ส่วนใหญ่เรียกกันว่า ราฟาเอล (Raphael)

The School of Athens ภาพวาดฝาผนัง
The School of Athens (ภาพจาก : wikipedia.org)

ราฟาเอลได้วาดนักคิดและนักปรัชญามากมายไว้ในภาพ แต่เขาอาจแอบซ่อนผู้หญิงคนหนึ่งไว้ที่มุมซ้าย ให้เธอยืนจ้องหน้ามายังผู้ชมอย่างไม่วางตา

ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็คือ ไฮพาเทีย (Hypatia) แห่งอเล็กซานเดรีย นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และนักปรัชญาหญิงคนแรกที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์

ว่ากันว่าเธอได้ร่วมเรียบเรียงคำอธิบาย (Commentary) เกี่ยวกับงานคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ของนักวิชาการกรีก เช่น Almagest ของ ปโตเลมี (Ptolemy)

ไฮพาเทียเป็นบุตรสาวของธีออนแห่งอเล็กซานเดรีย (Theon of Alexandria) นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และผู้ดูแลห้องสมุดแห่งอเล็กซานเดรีย ทำให้เธอมีความรอบรู้ศาสตร์แขนงต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก ๆ

ในช่วงที่เติบโตขึ้นเธอก็ได้เดินทางไปที่กรุงเอเธนส์ (Athens) เพื่อศึกษาเล่าเรียนกับ พลูทาร์ก (Plutarch) และเมื่อกลับมายังอเล็กซานเดรีย เธอได้กลายเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียง สอนคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และปรัชญา

ปรัชญาที่เธอสอนนั้นได้อิทธิพลมาจากเพลโต (Plato) มีแนวคิดไม่เชื่อในปาฏิหาริย์ สิ่งลึกลับที่พิสูจน์ไม่ได้ และสอนให้ตั้งคำถามในสิ่งเหนือธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากความเชื่อของคริสต์ศาสนาในยุคสมัยนั้น ทำให้เธอถูกมองว่าเป็นพวกนอกรีตจากการต่อสู้กันทางความคิด

รูปไฮฟาเทีย ยืนจ้องตา ผู้ดู
ไฮพาเทีย (Hypatia) (ภาพจาก : wikipedia.org)

ในช่วง ค.ศ. 412 หลังจากที่ไซริลแห่งอเล็กซานเดรีย (Cyril of Alexandria) ได้ขึ้นมาเป็นพระสังฆราช (Bishop) การที่เธอถูกมองว่าเป็นพวกนอกรีตและเป็นศัตรูกับศาสนจักรก็ดูจะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจาก เกิดความขัดแย้งระหว่างการเมืองและศาสนาในเมืองอเล็กซานเดรีย และหนึ่งในข้าหลวงที่มีอิทธิพลพอ ๆ กับไซริลอย่าง โอเรสเตส (Orestes) ก็เป็นลูกศิษย์ของไฮพาเทีย

เมื่อความขัดแย้งเดินทางมาถึงจุดแตกหักในช่วง ค.ศ. 415 ไฮพาเทียก็ถูกพวกคลั่งศาสนาหัวรุนแรงจับตัวไปทำร้าย และลากไปจนถึงโบสถ์แห่งหนึ่ง จนที่สุดเธอก็เสียชีวิต คนร้ายกลุ่มนี้ยังเผาทำลายตำรา และงานต่าง ๆ ทำให้ตัวตนของเธอแทบจะเลือนหายไป

เมื่อกาลเวลาผ่านมาจนถึงยุคเรอเนซองส์ พระสันตะปาปายูลิอุสที่ 2 (Pope Julius II) ให้ราฟาเอลวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังในห้องอ่านหนังสือส่วนตัว เขาจึงได้วาดภาพ The School of Athens ที่รวมเอานักปรัชญามากมายไว้ด้วยกัน 

มีเรื่องเล่าและทฤษฏีกล่าวไว้ว่า ในตอนแรกราฟาเอลได้วาดไฮพาเทียไว้ตรงกลางรูป แต่เมื่อพระสันตะปาปาทราบว่าคนที่เขาวาดเป็นใคร ก็รู้สึกไม่พอใจ และสั่งให้ลบออก ทำให้ราฟาเอลต้องซ่อนไฮพาเทียไว้ที่ด้านซ้ายของภาพวาด แล้วปรับภาพลักษณ์ของเธอให้มีลักษณะคล้ายหลานชายของพระสันตะปาปาแทน

แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักวิชาการออกมาโต้แย้งทฤษฏีนี้ โดยในงานวิจัยเรื่อง Conjecture and Proof: A Case of Shifting Identities in Raphael’s School of Athens ของ Katherine Smith Abbott และ Stephen Abbott ศาสตราจารย์ด้านศิลปะ จาก Middlebury College ได้นำเสนอไว้ว่า

หากวิเคราะห์กันตามมุมมองทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่บุคคลด้านซ้ายมือของภาพที่จ้องมองมายังผู้ชมนั้นจะเป็นไฮพาเทีย เนื่องจากเธอถูกสังหารด้วยน้ำมือกลุ่มชาวคริสต์หัวรุนแรงที่คลั่งศาสนา การนำภาพของเธอมาใส้ไว้ในห้องทำงานของพระสันตะปาปาจึงเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงและรับไม่ได้ในยุคนั้น

ทำให้แท้จริงแล้วตัวตนของบุคคลนั้นน่าจะเป็น ฟรานเชสโก มาเรีย เดลลา โรเวเร (Francesco Maria della Rovere) หลานชายผู้เป็นที่รักของพระสันตะปาปายูลิอุสที่ 2 นั่นเอง

ถึงแม้ตัวตนของบุคคลดังกล่าวในภาพ The School of Athens จะมีข้อโต้แย้งว่าคือใครกันแน่ แต่การยืนจ้องหน้ามายังผู้ชมอย่างไม่วางตา เช่นเดียวกับราฟาเอลที่วาดตัวเขาเองในภาพแล้วมองมาในลักษณะคล้ายกัน อาจสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญบางอย่างที่จิตกรแฝงนัยยะเอาไว้ก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

Joshua J. Mark. (2009). Hypatia of Alexandria. World History Encyclopedia. https://www.worldhistory.org/Hypatia_of_Alexandria/ 

Katherine Smith Abbott and Stephen Abbott. (2011). Conjecture and Proof:  A Case of Shifting Identities in Raphael’s School of Athens. Bridges 2011: Mathematics, Music, Art, Architecture, Culture. https://archive.bridgesmathart.org/2011/bridges2011-527.pdf?fbclid=IwY2xjawTNapJleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF6ZVBFRlpweEFsVnpjemxzc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHmn4QOECRsHwU9SWW8iM_K57mzcsYG4eF8i0Qf-07m8mklb7WMx4f9DPDCIr_aem_MfKV5FlYk0IPn4MTWXVv2g 

Pasachoff, N., Pasachoff, J.M. (2014). Hypatia. In: Hockey, T., et al. Biographical Encyclopedia of Astronomers. Springer, New York, NY. https://link.springer.com/rwe/10.1007/978-1-4419-9917-7_669?fbclid=IwY2xjawTNI6tleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF6ZVBFRlpweEFsVnpjemxzc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHmER7pJZxY0kSTwQLy7CqhLO_SUKkpCpRx_4tGZ93rdkZt8QBzpH0vdFjxJg_aem_5e5D-Y4sN2KcryP3rEBEJw#citeas 

Oxford Classical Dictionary. (2022). Hypatia. Oxford University Press. https://academic.oup.com/edited-volume/61673/chapter-abstract/548938247?utm_source=chatgpt.com&utm_id=97757_v0_s00_e0_tv0&fbclid=IwY2xjawTNI6NleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF6ZVBFRlpweEFsVnpjemxzc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHmER7pJZxY0kSTwQLy7CqhLO_SUKkpCpRx_4tGZ93rdkZt8QBzpH0vdFjxJg_aem_5e5D-Y4sN2KcryP3rEBEJw&login=true

Michael Deakin. (2026). Hypatia. Encyclopædia Britannica. https://www.britannica.com/topic/Library-of-Alexandria 

ทีมงานต่วย’ตูน. (2553). แด่ความจริง ไฮพาเทีย. https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/74655 


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 กรกฎาคม 2569