สองพันปีแห่งการเสาะหาคนดี ในเขาวงกตของปราชญ์กรีก

สองพันปีแห่งการเสาะหาคนดี ในเขาวงกตของปราชญ์กรีก
ภาพ The School of Athens (ภาพจาก : commons.wikimedia.org)

สองพันปีแห่งการเสาะหาคนดี ในเขาวงกตของปราชญ์กรีก : ว่าด้วยกติกา อำนาจ และชะตากรรมของมนุษย์การเมือง

ในยามที่สังคมหนึ่งต้องหวนกลับมาพิจารณากติกาสูงสุดของตนเอง คำถามสำคัญมักมิได้อยู่ที่บุคคล หากอยู่ที่ “หลักการ” ว่าเราควรผูกอนาคตร่วมกันไว้กับคุณธรรมของผู้ปกครอง หรือกับโครงสร้างที่รู้เท่าทันความบกพร่องของมนุษย์

คำถามเช่นนี้มิใช่ของใหม่ในโลกสมัยใหม่ หากเป็นปัญหาเก่าแก่เทียบเท่าอารยธรรมตะวันตก นับแต่วันที่นครรัฐกรีกเริ่มตั้งคำถามอย่างจริงจังต่ออำนาจ ความชอบธรรม และขอบเขตของการเชื่อฟัง ภายใต้ความจริงพื้นฐานข้อหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือ มนุษย์เป็นสัตว์การเมืองที่ไม่สมบูรณ์

สองพันปีแห่งการเสาะหา “คนดี” และมนุษย์ก็ยังเวียนวนอยู่ในเขาวงกตเดิม

ประวัติศาสตร์ทางความคิดของมนุษยชาติล้วนอบอวลด้วยความพยายามจะสถาปนาผู้ปกครองในอุดมคติ ตั้งแต่ราชาปราชญ์ของเพลโต ไปจนถึงผู้นำผู้ทรงศีลธรรมในสมัยใหม่ เราหวังให้ความดีของบุคคลเยียวยาความเปราะบางของสังคม โดยลืมตั้งคำถามอันน่ากระอักกระอ่วนว่า หากมนุษย์ล้วนมีอคติ ความหลง และความใฝ่ต่ำ เหตุใดเราจึงยังออกแบบการเมืองราวกับเชื่อในความบริสุทธิ์ของใครบางคน

รัฐธรรมนูญ สถาบัน และกลไกการสรรหาจำนวนมากจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเฟ้นหา “คนดี” แต่ตราบใดที่ความหมายของความดีถูกนิยามโดยอำนาจ ความดีนั้นย่อมแปรสภาพเป็นเครื่องมือ มากกว่าจะเป็นหลักยึดของความยุติธรรม คำถามจึงย้อนกลับมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ใครกันเล่ามีสิทธิ์ตัดสินว่า ใครดีพอจะอยู่เหนือการตรวจสอบ

โซเครติส : การเมืองในฐานะการไต่ถามอย่างไม่สิ้นสุด

โซเครติสมิได้ทิ้งคัมภีร์ไว้ให้ชนรุ่นหลัง หากทิ้งท่าทีต่ออำนาจไว้เป็นมรดก เขาเปรียบรัฐเสมือนเรือที่ลอยอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร คำถามจึงมิใช่ว่าใครพูดเก่ง หรือใครเป็นที่รัก หากเป็นว่าใครเข้าใจทิศทาง ลม คลื่น และพร้อมจะรับผิดเมื่อเรือแล่นผิดทาง

สำหรับโซเครติส ประชาธิปไตยมิใช่พิธีกรรมแห่งการนับเสียง หากเป็นกระบวนการของการสอบทาน (Examination) อย่างไม่รู้จบ เขาเรียกบทบาทของพลเมืองผู้ตั้งคำถามต่ออำนาจว่า “ตัวเหลือบ” (Gadfly) ผู้คอยปลุกสังคมไม่ให้หลับใหลไปกับความเคยชิน และความศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจ

รัฐใดที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเพียงแสดงเจตจำนง แต่ปิดปากมิให้ตั้งคำถาม รัฐนั้นอาจสงบงามในสายตาผู้ปกครอง แต่ในสายตาของโซเครติส ความสงบเช่นนั้นคืออาการของสังคมที่ละทิ้งเหตุผลเพื่อแลกกับความสบายใจ

ข้อถกเถียงร่วมสมัยว่าด้วยคุณภาพของพลเมือง แม้จะมีน้ำเสียงแข็งกร้าวในงานของ Jason Brennan หากเมื่อขูดเปลือกออก ก็ยังสะท้อนคำเตือนเดียวกับโซเครติสว่า การเมืองที่ไม่ฝึกให้มนุษย์คิด ย่อมเปิดช่องให้ทั้งฝูงชน และชนชั้นนำใช้อำนาจโดยไร้การไต่ถาม

โซเครติส จากภาพเขียนที่มีชื่อว่า The Death of Socrates (ภาพจาก : commons.wikimedia.org)

เพลโต : เมื่อความดีถูกทำให้ศักดิ์สิทธิ์จนตรวจสอบไม่ได้

เพลโตมองประชาธิปไตยด้วยสายตาแห่งความระแวง เขาเห็นว่าระบอบซึ่งปล่อยให้อารมณ์ และความปรารถนานำหน้าเหตุผล อาจกลายเป็นทางลัดสู่ทรราช อุดมคติของ “ราชาปราชญ์” จึงมิใช่การยกย่องบุคคล หากเป็นความพยายามจะผูกอำนาจเข้ากับปัญญา และความรับผิด

แต่บทเรียนจากประวัติศาสตร์กลับชี้ให้เห็นว่า เมื่อใดที่ “ความดี” ถูกทำให้ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อนั้นความดีจะกลายเป็นเกราะกำบังจากการตรวจสอบ หลายสังคมต่างคุ้นเคยกับภาพของ “คนดีย์” ผู้ถูกยกให้สูงส่งจนกติกาไม่อาจแตะต้อง

เพลโตเตือนว่า รัฐที่ฝากชะตากรรมไว้กับคุณธรรมของผู้นำ มากกว่าความเข้มแข็งของระบบ ย่อมเสี่ยงต่อการล่มสลายจากภายใน ความคิดนี้ได้รับการต่อยอดโดย Karl Popper ซึ่งเสนอว่า ปัญหาทางการเมืองมิใช่การตามหาผู้ปกครองที่เลิศเลอ หากเป็นการออกแบบกติกาเพื่อจำกัดความเสียหายจากผู้ปกครองที่เลวร้าย

อริสโตเติล : ทางสายกลางของกฎหมายและความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์

อริสโตเติลแตกต่างจากอาจารย์ของเขา เขามิได้เริ่มจากอุดมคติ หากเริ่มจากความจริงว่า มนุษย์ล้วนไม่สมบูรณ์ แนวคิด “Polity” ของเขาจึงตั้งอยู่บนการผสมผสานระหว่างกฎหมายกับการมีส่วนร่วมของพลเมือง ภายใต้ความเชื่อในปัญญาที่เกิดจากการรวมกันของคนธรรมดา

หลัก “กฎหมายเหนือบุคคล” ในสายตาอริสโตเติล มิใช่กฎหมายที่แข็งทื่อ หากเป็นกฎหมายที่มีชีวิต เป็นเหตุผลร่วมที่พร้อมปรับเปลี่ยนเมื่อไม่อาจรับใช้ความยุติธรรมได้อีกต่อไป ในมิติของการออกแบบกติกา “ทางสายกลาง” (Golden Mean) จึงมิใช่การยอมความอย่างไร้หลักการ แต่คือการสร้างจุดสมดุลเชิงโครงสร้างที่ป้องกันมิให้ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งครอบงำเสถียรภาพของรัฐจนเสียดุลยภาพ กติกาที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอาจสร้างเสถียรภาพ แต่เสถียรภาพเช่นนั้นย่อมแลกมาด้วยการหยุดนิ่งของสังคม

เมื่อกฎหมายถูกใช้เป็นอาวุธในสงครามการเมือง ความยุติธรรมย่อมแปรสภาพเป็นเครื่องมือ อริสโตเติลคงมองว่า นี่คือสัญญาณของระบอบที่หลงลืมเป้าหมายแท้จริงของกฎหมาย นั่นคือการจัดการความขัดแย้ง มิใช่การทำให้มันแข็งตัวจนแตกหัก

ภาพ The School of Athens ผู้ชายสองคนตรงกลาง คือ เพลโต และอริสโตเติล (ภาพจาก : commons.wikimedia.org)

บทสรุป : จากเทวดาในจินตนาการ สู่การเมืองของมนุษย์ธรรมดา

หากมีบทเรียนใดจากปราชญ์กรีกทั้งสาม บทเรียนนั้นอาจมิใช่คำตอบ หากเป็นคำเตือนให้มนุษย์ถ่อมตนต่ออำนาจ ไม่มีระบบใดสมบูรณ์ และไม่มีผู้นำใดบริสุทธิ์พอจะอยู่เหนือการตรวจสอบ สังคมที่เติบโตได้ มิใช่สังคมที่รอคอยคนดีตลอดไป หากเป็นสังคมที่ยอมรับความบกพร่องของมนุษย์ และออกแบบกติกาเพื่ออยู่กับความบกพร่องนั้นอย่างมีศักดิ์ศรี

เมื่อกติกาสูงสุดถูกนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง คำถามสุดท้ายจึงมิได้อยู่ที่บุคคล หากอยู่ที่การตัดสินใจร่วมกันว่า เราจะฝากชะตากรรมไว้กับความดีที่ตรวจสอบไม่ได้ หรือกับระบบที่มนุษย์ธรรมดาสามารถตรวจสอบมนุษย์ด้วยกันเองได้อย่างสันติ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


บรรณานุกรม :

ภาษาไทย

เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง. (2561). รัฐธรรมนูญนิยมในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: ฟ้าเดียวกัน.

ไชยันต์ ไชยพร. (2565). ปรัชญาการเมือง: จากยุคคลาสสิกสู่สมัยใหม่. กรุงเทพฯ: ศยาม.

บรรเจิด สิงคะเนติ. (2560). หลักพื้นฐานของรัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. (2542). กฎหมายมหาชน เล่ม 1: วิวัฒนาการของกฎหมายมหาชนและรัฐธรรมนูญ. กรุงเทพฯ: นิติธรรม.

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. (2559). นิติรัฐ นิติธรรม และรัฐธรรมนูญ. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.

ประชาไท (บ.ก.). (2561). นิติรัฐในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: ประชาไท.

ปิยบุตร แสงกนกกุล. (2560). คำอธิบายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: อ่านกฎหมาย.

ฟ้าเดียวกัน (บ.ก.). (2560). รัฐธรรมนูญในระบอบรัฐประหาร. กรุงเทพฯ: ฟ้าเดียวกัน.

วรเจตน์ ภาคีรัตน์. (2558). รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: อ่านกฎหมาย.

วรเจตน์ ภาคีรัตน์. (2563). นิติรัฐกับรัฐประหาร. กรุงเทพฯ: อ่านกฎหมาย.

วิญญู อังคณารักษ์. (2560). ความคิดทางการเมืองของอริสโตเติล. นนทบุรี: มสธ.

สมบัติ จันทรวงศ์. (2557). ปรัชญาการเมืองสมัยโบราณ. กรุงเทพฯ: คบไฟ.

ภาษาต่างประเทศ

Aristotle. (1998). Politics. Indianapolis: Hackett.

Brennan, J. (2016). Against Democracy. Princeton: Princeton University Press.

Dahl, R. A. (1998). On Democracy. New Haven: Yale University Press.

Fukuyama, F. (2011). The Origins of Political Order. New York: Farrar, Straus and Giroux.

Ginsburg, T., & Huq, A. Z. (2018). How to Save a Constitutional Democracy. Chicago: University of Chicago Press.

Lane, M. (2014). “Greek Democracy and the Greek Political Legacy.” In The Oxford Handbook of Greek and Roman Political Thought. Oxford: Oxford University Press.

Levitsky, S., & Ziblatt, D. (2018). How Democracies Die. New York: Crown.

Plato. (1991). The Republic. New York: Basic Books.

Popper, K. R. (1945). The Open Society and Its Enemies. London: Routledge.

Strauss, L. (1959). What Is Political Philosophy? Glencoe, IL: Free Press.

Tushnet, M. (2004). “Constitutional Hardball.” Georgetown Law Journal, 92(3), 523–553.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 มกราคม 2569