อุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่น เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ประเทศรักธรรมชาติหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

อุทยานแห่งชาติฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ หนึ่งในอุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงที่สุด
อุทยานแห่งชาติฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ (ภาพจาก : Japan-Guide.com)

อุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่น เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ประเทศรักธรรมชาติหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ปัจจุบันนี้ ญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นประเทศรักธรรมชาติ เพราะญี่ปุ่นสามารถอนุรักษ์ธรรมชาติได้ดีมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก 

สืบเนื่องจากวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่ใกล้ชิดและเป็นมิตรกับธรรมชาติ พื้นที่เกือบ 70% ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์และยังได้รับการดูแลอย่างดี และญี่ปุ่นยังมีอุทยานแห่งชาติที่แสนงดงามตั้งอยู่ทั่วประเทศด้วย

อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไประหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นที่มีต่อธรรมชาตินี้กลับแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง เพราะพวกเขาถูกมองว่าเป็นประเทศผู้ทำลายธรรมชาติ

ชาวญี่ปุ่นกำลังลำเลียงท่อนซุง อุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นกำลังลำเลียงท่อนซุง (ภาพจาก : nippon.com)

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมหาศาลไปกับสงคราม ไม่ว่าจะเป็นขุดเจาะภูเขาเพื่อหาแร่ธาตุและถ่านหิน โค่นต้นไม้ขนาดใหญ่จากป่าเพื่อนำไปสร้างทางรถไฟ สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ภายในญี่ปุ่นเท่านั้น หากแต่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ที่ญี่ปุ่นเข้าไปยึดครองด้วย

แม้แต่ในประเทศไทย ก็เคยเกิดกรณีความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยกับกองทัพญี่ปุ่นในเรื่องการตัดไม้ เช่น ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 1942 (พ.ศ. 2485) ญี่ปุ่นได้ขนไม้ออกไปจากประเทศไทยเป็นมูลค่าสูงถึง 1,500,000 บาท โดยไม่ชำระค่าไม้ 

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นจึงพยายามลบภาพจำประเทศผู้ทำลายธรรมชาติ ด้วยการผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (โดยเฉพาะป่าไม้) อย่างจริงจัง

งานศึกษาของ Koji Matsushita เรื่อง Japanese Forestation Policies During the 20 Years Following World War II ชี้ให้เห็นว่า ในปี 1945 (พ.ศ. 2488) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง ญี่ปุ่นซึ่งถูกยึดครองโดยสหรัฐอเมริกาได้ผ่านพระราชบัญญัติการสร้างทรัพยากรป่าไม้ (Forest Resources Creation Act) เพื่อฟื้นฟูป่าที่ถูกทำลาย

มากไปกว่านั้น ญี่ปุ่นยังเลือกสร้างภาพลักษณ์ประเทศรักธรรมชาติผ่านการก่อตั้งอุทยานแห่งชาติเพิ่มเติม หลังจากที่ยุติการประกาศก่อตั้งอุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่นแห่งใหม่ ๆ ไปตั้งแต่ปี 1936 (พ.ศ. 2479)

ก่อนปี 1936 (พ.ศ. 2479) ญี่ปุ่นมีอุทยานแห่งชาติทั้งหมด 13 แห่ง แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน ญี่ปุ่นก็ได้ก่อตั้งอุทยานแห่งชาติขึ้นอีก 22 แห่ง

ยังไม่นับรวมพื้นที่กึ่งอุทยานแห่งชาติและอุทยานประจำจังหวัดที่มีอยู่หลายสิบแห่งทั่วประเทศด้วย

อุทยานแห่งชาติฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ หนึ่งในอุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงที่สุด (ภาพจาก : Japan-Guide.com)
อุทยานแห่งชาติฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ หนึ่งในอุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงที่สุด (ภาพจาก : Japan-Guide.com)

ระหว่างปี 1993-2021 (พ.ศ. 2536-2564) ญี่ปุ่นยังผลักดันให้อุทยานแห่งชาติและสถานที่สำคัญทางธรรมชาติทั้งหมด 5 แห่งไปสู่เวทีโลก จนได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ประกอบไปด้วย 

1) เกาะยากุชิมะ จังหวัดคาโงชิมะ ขึ้นทะเบียนในปี 1993 

2) ผืนป่าชิรากามิ-ซานจิ จังหวัดอาโอโมริและจังหวัดอากิตะ ขึ้นทะเบียนในปี 1993 

3) อุทยานแห่งชาติชิเรโทโกะ จังหวัดฮอกไกโด ขึ้นทะเบียนในปี 2005 

4) หมู่เกาะโองาซาวาระ กรุงโตเกียว ขึ้นทะเบียนในปี 2554

5) เกาะอามามิ-โอชิมะ เกาะโทคุโนะชิมะ พื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะโอกินาวา และเกาะอิริโอโมเตะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ขึ้นทะเบียนในปี 2564

ด้วยเหตุ ญี่ปุ่นจึงประสบความสำเร็จอย่างมากที่ใช้อุทยานแห่งชาติและมรดกโลกทางธรรมชาติ ในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศขึ้นมาใหม่ จากประเทศผู้ทำลายสิ่งแวดล้อมในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกลายเป็นประเทศรักธรรมชาติในปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

รณวีร์ หิรัญสิ. “ความขัดแย้งในกิจการทำไม้สักของประเทศไทยในระหว่างสงครามมหาเอเชียบูรพา.” วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 24, 3 (กันยายน-ธันวาคม 2567): 670-699.

สุรางค์ศรี ตันเสียงสม. ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551.

Japan-Guide.com. “Japan’s World Heritage Sites.” accessed August 7, 2026. https://www.japan-guide.com/e/e2251.html

Matsushita, Koji. “Japanese Forestation Policies During the 20 Years Following World War II.” IntechOpen. September 30, 2015. https://www.intechopen.com/chapters/48987#

Ministry of the Environment. “National Parks of Japan.” accessed August 7, 2026. https://www.env.go.jp/content/000287634.pdf

National Parks of Japan. “Discover National Parks Story.” accessed August 7, 2026. https://www.japan.travel/national-parks/discover/national-park-story/


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 สิงหาคม 2569