
| ผู้เขียน | ฑิตยาพร จินตวร |
|---|---|
| เผยแพร่ |
“ตราพระราหู” ของวิเศษแห่งกรุงลังกาในวรรณคดีพระอภัยมณี
หากกล่าวถึงวรรณคดีเรื่อง “พระอภัยมณี” ผลงานของ “สุนทรภู่” ครูกวีเอกของไทย ภาพจำที่ชัดเจนคงหนีไม่พ้น “ปี่” ของพระอภัยมณี

หากพิจารณาตามขนบของวรรณคดีไทย ซึ่งตัวเอกมักเป็นกษัตริย์ที่ออกเดินทางเพื่อศึกษาวิชาอาคม และเสาะหา “ของวิเศษ” มาคู่บารมี ในเรื่องนี้ยังมีของวิเศษอีกชิ้นหนึ่งที่ทรงพลานุภาพ และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินเรื่อง สิ่งนั้นคือ “ตราพระราหู”
ตราพระราหูเป็นของวิเศษคู่กรุงลังกา เชื่อกันว่าแต่เดิมเป็นของที่เทวดานำลงมาถวายเพื่อเป็นตราประจำพระองค์ของกษัตริย์ลังกา ของวิเศษชิ้นนี้ โดดเด่นที่ความงดงามพิสดารและเปลี่ยนสีตามช่วงเวลา ดังที่สุนทรภู่เขียนพรรณนาไว้ในตอนที่ขุนนางเมืองลังกาพร้อมใจกันถวายตรานี้ให้แก่ “นางละเวงวัณฬา” เพื่อขึ้นครองราชย์แทน “เจ้าลังกา” และ “อุศเรน” ที่สิ้นพระชนม์ไปว่า…
ประการหนึ่งซึ่งตราพระราหู เป็นของคู่ขัตติยาเทวาถวาย
เป็นตราแก้วแววเวียนวิเชียรพราย แต่เช้าสายสีรุ้งดูรุ่งเรือง
ครั้นแดดแขงแสงขาวดูพราวพร้อย ครั้นบ่ายคล้อยเคลือบสีมณีเหลือง
ครั้นค่ำช่วงดวงแดงแสงประเทือง อร่ามเหลืองรัศมีเหมือนสีไฟ
แม้นเดินหนฝนตกไม่ถูกต้อง เอาไว้ห้องหับแห่งตำแหน่งไหน
ไม่หนาวร้อนอ่อนอุ่นลมุนละไม ถ้าชิงไชยแคล้วคลาศซึ่งศาสตรา

นอกจากความงามแล้ว ตราพระราหูยังมีเรื่องราวเหนือธรรมชาติ ในยามค่ำคืนก็ให้แสงสว่าง ยามฝนตกจะเดินไปที่ใดก็จะไม่เปียกฝน ช่วยปรับอุณหภูมิให้อบอุ่นสบาย ป้องกันภยันอันตรายจากภูตผีปีศาจ และยังสามารถป้องกันเสียงปี่อันทรงพลังของพระอภัยมณีได้ด้วย
ตามเนื้อเรื่อง นางละเวงพกตราพระราหูติดตัวไว้เป็นเครื่องรางและสิ่งอำนวยความสะดวก แต่เมื่อถึงคราวคับขันที่ “สินสมุทร” บุกจู่โจมเข้ามาหมายจะจับตัวนาง จึงนำตราพระราหูมาใช้เป็นอาวุธ ซึ่งมีฤทธิ์เดชร้ายกาจจนสินสมุทรต้องกลับมาทูลพระอภัยมณีและศรีสุวรรณความว่า…
แล้วทูลว่าตราสำคัญหม่อมฉันเห็น เขาแกะเป็นดวงหน้าพระราหู
ครั้นเข้าชิดฤทธิไกรเป็นไฟฟู นางถืออยู่กับกายมีสายพัน
เมื่อหวดถูกลูกยาเหมือนฟ้าฟาด เจียนจะขาดชีวาถึงอาสัญ
จะจับนางขวางขัดเป็นอัศจรรย์ หาไม่วันนี้ก็เสร็จสำเร็จการ
ด้วยอานุภาพที่น่าอัศจรรย์นี้ ทำให้ตราพระราหูกลายเป็นที่หมายปองของเจ้าเมืองต่าง ๆ นำมาสู่อุบายของนางละเวงที่ส่งหนังสือพร้อมรูปวาดกระจายไปทั่วสารทิศ เพื่อหาคนมาช่วยรบกับพระอภัยมณีแลกกับราชสมบัติเมืองลังกา ก่อนที่ในท้ายที่สุด ตราวิเศษชิ้นนี้จะถูกส่งต่อให้แก่ “มังคลา” ผู้เป็นโอรสของนาง

อาจารย์ “กาญจนาคพันธุ์” ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ใน “ภูมิศาสตร์สุนทรภู่” ว่าตราพระราหูนี้ อาจจะเป็นการผสมผสานระหว่างจินตนาการกับเรื่องเล่าวิทยาการต่างแดนของสุนทรภู่ โดยหยิบเอาเรื่องราวของแก้วทับทิมเม็ดใหญ่ของกษัตริย์แห่งเมืองลังกาที่งดงามและยิ่งใหญ่ดั่งไฟ มารวมกับทับทิมส่องแสงยามค่ำคืนของกษัตริย์เกาะสุมาตรา สุนทรภู่ยังได้จินตนาการเพิ่มถึงการเป็นเครื่องป้องกันอันตราย
และนำมาเรียกใหม่ว่า “ตราพระราหู”
อ่านเพิ่มเติม :
- “นางเงือก” จากเรื่อง “พระอภัยมณี” มีขาหรือไม่?
- เพลงปี่ของพระอภัยมณี สุนทรภู่ยืมไอเดียจากพงศาวดารจีนไซ่ฮั่น ?!?
- สุนทรภู่ ต้องกินเหล้าจึงประพันธ์ได้ดีจริงหรือ?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
อภิลักษณ์ เกษมผลกูล. “สุนทรทรรศน์” นัยพินิจผ่านชีวิตและผลงานของสุนทรภู่. (2553)
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 มิถุนายน 2569




