| ผู้เขียน | พิมพ์ลภัส บัวคำ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
พิธีแรกนาขวัญเกาหลี การบวงสรวงเทพเจ้าแห่งการเกษตรที่หายไปหลังยุคโซซอน
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของธรรมชาติ พิธีกรรมกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่สร้างความมั่นคงทางจิตใจให้มนุษย์ สำหรับเกาหลียุคโบราณแล้วพิธีกรรมปรียบเสมือนจุดเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณ ที่รวมเอาความเชื่อเรื่องเทพเจ้าแห่งการเกษตร และปรัชญาขงจื๊อเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตที่ตั้งอยู่บนการพึ่งพาธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

ย้อนกลับไปในสมัยของพระเจ้าซองจงแห่งอาณาจักรโครยอ ค.ศ. 983 ได้ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับพิธีกรรมการเกษตรเพื่อขอพรให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ ที่คล้ายกับพิธีแรกนาขวัญของไทย เรียกว่า “ซอนนงจ๊อกจอนดัน” (선농적전단) ซึ่งเป็นรัฐพิธีไถนา ที่แปลงนาสาธิต โดยกษัตริย์ทรงเป็นองค์ประธานบวงสรวงเทพเจ้าแห่งการทำนาและสร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกร โดยกษัตริย์จะเลือกวันประกอบพิธีอิงตามฤกษ์ของวันคยองชิบและวันหมู (해일) พิธีนี้เป็นความเชื่อที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรชิลลา
ต่อมาในยุคอาณาจักรโชซอน สมัยของพระเจ้าแทจงก็ยังคงประกอบพิธีตามธรรมเนียมเดิม แต่มีสิ่งที่ต่างไป คือ ย้ายแปลงนาสาธิตมาไว้ทางทิศตะวันออก สะท้อนถึงความเชื่อเรื่องทิศของชาวเกาหลีที่ว่า ทิศตะวันออกเป็นทิศของพญามังกร
ในสมัยนี้จะมีกลุ่มผู้เข้าร่วมพิธี 3 ชนชั้นหลัก คือ ชนชั้นกษัตริย์และองค์รัชทายาท ชนชั้นขุนนาง และตัวแทนเกษตรกรจากเมืองต่างๆ โดยผู้เข้าร่วมพิธีต้องทำจิตใจให้บริสุทธิ์ก่อนที่จะถึงวันประกอบพิธีเป็นเวลา 3 วัน และต้องจัดเตรียมเครื่องบวงสรวงไว้ล่วงหน้า อีกทั้งก่อนเริ่มพิธีจะต้องสักการะศาลบรรพกษัตริย์ ตามหลักความเชื่อขงจื๊ออีกด้วย
ในสมัยพระเจ้าซองจงแห่งอาณาจักรโชซอนก็ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับพิธีนี้อย่างชัดเจน ระบุว่า การทำพิธีมีหลายรูปแบบ โดยหลังจากเสร็จพิธีแล้วกษัตริย์จะเลี้ยงเหล้าสุราแก่ประชาชน ยกย่องเชิดชูเกียรติเหล่าขุนนาง จัดงานเลี้ยงให้ขุนนางอาวุโสที่ทำคุณให้แก่แผ่นดิน อีกทั้งอ่านบทกวีขงจื๊อและร้องเพลงของนางคณิกา

พิธีนี้ดำเนินและสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่องและปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลา จนถึงสมัยพระเจ้าซุนจง ใน ค.ศ. 1908 เกิดการปฏิรูปอาณาจักรโชซอนครั้งใหญ่ รวมศาลเทพเจ้าแห่งการทำนาเข้ากับศาลเทพเจ้าแห่งธัญพืช ส่งผลให้ยกเลิกการบวงสรวง เหลือไว้เพียงพิธีแรกนาขวัญ เมื่อสิ้นสุดพิธีกษัตริย์จะปลูกต้นไม้ไม่ว่าจะเป็น ต้นหม่อน ต้นสน ต้นเฟอร์ โดยมีองค์รัชทายาทและขุนนางร่วมด้วย การทำนาสาธิตหายไปจนกลายเป็นการปลูกป่าแทน
พิธีนี้ปฏิบัติสืบต่อกันมานานนับพันปี แต่ต่อมาใน ค.ศ. 1910 เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองเกาหลีถือเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์โชซอน พิธีกรรมต่าง ๆ ของราชสำนักเกาหลีถูกยกเลิกไปโดยปริยาย ถือเป็นการสิ้นสุดของพิธีแรกนาขวัญเกาหลีนับแต่นั้นเป็นต้นมา
อ่านเพิ่มเติม :
- ศาสนาเกาหลี ความหลากหลายแบบพหุนิยม แต่เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
- จูม็อกบับ ข้าวปั้นเกาหลี สัญลักษณ์ประชาธิปไตย ที่เชื่อมโยง “เหตุการณ์สังหารหมู่ควังจู”
- “แรกนาขวัญ-นาตาแฮก” การสร้างขวัญและกําลังใจของเกษตรกร
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ปริศวร์ ยิ้มเสน, และ พิเชฐ แสงทอง. “ศึกษาพิธีกรรมบวงสรวงและความเชื่อในประเพณีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในสมัยโชซอน.” วารสารวิเทศศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 14 (1), มกราคม-มิถุนายน. 2567. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jis/article/download/267452/182594/1138740.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569





