“ศรีเชียงใหม่” อำเภอใน จ. หนองคาย ทำไมมีคำว่า “เชียงใหม่” ?

ตลาด ล้านนา แม่ค้า ประกอบเรื่อง ตลาดปสาน ศรีเชียงใหม่ อำเภอใน จ. หนองคาย ทำไมมีคำว่าเชียงใหม่
ภาพประกอบเนื้อหา - ตลาดใน “ล้านนา” ภาคเหนือของสยาม

ศรีเชียงใหม่ อำเภอใน จ. หนองคาย ทำไมมีคำว่าเชียงใหม่ ?

เคยสงสัยไหมว่า “ศรีเชียงใหม่” อันเป็นอำเภอหนึ่งใน จ. หนองคาย ทำไมถึงมีคำว่า “เชียงใหม่” เกี่ยวกับอะไรกับ จ. เชียงใหม่ ที่อยู่ภาคเหนือ ?

เรื่องนี้ต้องย้อนไปในสมัยพระเจ้าโพธิสาลราช แห่งอาณาจักรล้านช้าง (ครองราชย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2063-2093)

ในช่วงต้นการปกครอง หรือ พ.ศ. 2065 มีข้อมูลระบุว่า พระองค์ทรงแต่งราชทูตไปขอเอาพระไตรปิฎกและพระสังฆราชเจ้าจากพระเมืองแก้ว พระเจ้าแผ่นดินเชียงใหม่ มายังเวียงจันทน์

แผนที่แสดงตำแหน่งล้านช้างกับล้านนา

จึงทำให้พื้นที่ที่พระองค์ทรงปกครองเริ่มมีชาวเชียงใหม่อยู่บ้าง เพราะมีข้าพระติดตามมาด้วย 

ต่อมา ด้วยพระองค์มีสัมพันธ์อันดีกับทางล้านนา จึงมีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้นที่เวียงจันทน์ กับเจ้าหญิงยอดคำทิพย์ พระราชธิดาพระเจ้าเกษเกล้าแห่งล้านนา เชียงใหม่

การอภิเษกสมรสในครั้งนั้น เรียกได้ว่าใหญ่โตมโหฬารเพราะมีการแต่งขบวนรับเจ้าหญิงเชียงใหม่อย่างยิ่งใหญ่ มีขบวนขันหมากพร้าว (มะพร้าว) รับที่บริเวณเวียงจันทน์ฝั่งขวาจึงได้ชื่อว่า “เมืองพานพร้าว” มาก่อนจะเป็นชื่อศรีเชียงใหม่

ภาพจากจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน จาก มติชน ออนไลน์

ทั้งนี้เจ้าหญิงแห่งเชียงใหม่ก็มาพร้อมกับบริวารข้าทาสหญิงชายมากมาย พระเจ้าโพธิสาลราชจึงให้ผู้ชายไปอยู่ที่เมืองบ้านหัวซาย ซึ่งซายก็แปลว่าผู้ชาย (ปัจจุบันเข้าใจผิดว่าคือหัวทราย) ส่วนผู้หญิงให้อยู่ที่บ้านกองนาง ซึ่งนางก็คือผู้หญิง

ต่อมา ชาวเชียงใหม่กลุ่มนี้คงอาศัยอยู่ที่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงหรือประเทศลาวปัจจุบัน

วันเวลาผ่านไป พระเจ้าโพธิสาลราช และเจ้าหญิงยอดคำทิพย์ มีพระราชโอรส คือ สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช ซึ่งทรงสามารถครองราชย์ได้ทั้งล้านช้าง-ล้านนา จน พ.ศ. 2092 ได้ครองราชย์ที่เชียงใหม่

อนุสาวรีย์พระไชยเชษฐาธิราช ที่พระธาตุหลวง ประเทศลาว (ภาพ Vientiane : monument au roi Setthathirat, devant le Pha That Luang, CC BY-SA 3.0 <https://creativecommons.org/licenses/by-sa/3.0>, via Wikimedia Commons)

อย่างไรก็ดี เมื่อพระชนกสวรรคต พระองค์จึงเสด็จกลับเวียงจันทน์ และทรงนำพระแก้วมรกตมาด้วย ทำให้ชาวเชียงใหม่ตามมาอีกระลอกใหญ่เพราะเป็น “ข้าพระแก้ว” 

พระแก้วมรกต ภาพโดย วรวิทย์ พานิชนันท์

บริเวณเมืองพานพร้าวจึงเต็มไปด้วยชาวเชียงใหม่

อย่างไรก็ดี เมื่อถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีการแบ่งเขตการปกครองใหม่ จากเดิมที่ชื่อว่า “พานพร้าว” ก็กลายเป็น “อำเภอศรีเชียงใหม่” ซึ่งก็คาดว่ามาจากการที่ในอดีตมีชาวเชียงใหม่อาศัยอยู่มาก และเพิ่มคำว่าศรีเข้าไปไม่ให้ซ้ำกับเชียงใหม่แท้ ๆ

ชาวศรีเชียงใหม่ นับพันคน รำบวงสรวงบูชาพญานาค ริมฝั่งโขง จาก ข่าวสด

ที่นี่จึงได้ชื่อว่า “เชียงใหม่ภาคอีสาน” นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดหนองคาย. กรมศิลปากร: กรุงเทพฯ, 2544.

https://www.silpa-mag.com/history/article_7032


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 เมษายน 2569