“ลูกคนนี้ฉลาด” พระราชดำรัส “รัชกาลที่ 4” ถึง “สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ”

ลูกคนนี้ฉลาด สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ลูกคนนี้ฉลาด
กรมดำรงและเจ้าจอมมารดาชุ่ม (ภาพ : Wikimedia Commons)

“ลูกคนนี้ฉลาด” พระราชดำรัสรัชกาลที่ 4 ถึง “สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ”

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม 

ตั้งแต่ยังพระเยาว์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงได้รับการอภิบาลอย่างดี จนเมื่อเติบใหญ่ พระองค์ก็ทรงช่วยเหลืองานบ้านงานเมืองมากมาย ทั้งยังเป็นผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยอย่างถ่องแท้ จนได้พระฉายานามว่า “บิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย”

กรมดำรง เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เจ้าจอมมารดาชุ่ม
กรมดำรงและเจ้าจอมมารดาชุ่ม (ภาพ : Wikimedia Commons)

พระปรีชาสามารถนี้ อาจเรียกได้ว่า ติดตัวพระองค์มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เพราะแม้แต่พระราชบิดาก็มีพระราชดำรัสชมว่า “ลูกคนนี้ฉลาด”

เรื่องนี้ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล หรือท่านหญิงพูน พระธิดาในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าไว้ในหนังสือ “พระประวัติลูกเล่า” ว่า

เมื่อสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ทรงเรียนเสร็จ ก็จะเสด็จกลับมาแต่งพระองค์ขึ้นไปเฝ้ารัชกาลที่ 4 ในเวลาเสวย

พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 4 ฉายร่วมกับพระราชโอรสและพระราชธิดา

วันหนึ่ง สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ทรงตามเข้าไปยืนเกาะโต๊ะเสวย ซึ่งในเวลานั้นสูงเพียงพระเศียรของพระองค์ รัชกาลที่ 4 ก็ทรงลูบพระเศียร แล้วมีพระราชดำรัสกับเจ้าจอมมารดาชุ่มว่า “ลูกคนนี้จะเป็นที่พึ่งของเองได้ต่อไป”

ทั้ง เจ้าจอมมารดาชุ่ม ก็เล่าอีกว่า เมื่อสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ เสวยนมอยู่ รัชกาลที่ 4 ก็ทรงลองเอานิ้วพระหัตถ์ใส่ในพระโอษฐ์ของพระราชโอรสแทนนม แต่พระองค์ก็ไม่ทรงดูดกลับและหยุดอยู่นิ่ง ๆ 

ด้วยเหตุนี้เอง รัชกาลที่ 4 จึงมีพระราชดำรัสออกมาว่า “ลูกคนนี้ฉลาด”

แม้พระราชดำรัสนี้จะปรากฏขณะพระองค์ทรงพระเยาว์ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ก็ทำให้ทราบได้ว่า พระราชดำรัสของรัชกาลที่ 4 ไม่ทรงผิดเพี้ยนไปเลยแม้แต่น้อย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

https://www.finearts.go.th/storage/contents/file/ZwqnUS0aCMSeW8x8FbvSWUF6YT5tm6HYhlN1KkB8.pdf


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569