“หม่อมเฉื่อย” หม่อมในกรมดำรง ที่ทรงชื่นชมยกย่องว่า “เป็นบุญที่มีเมียดี”

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ไม่เกินความจริงไปนักหากจะบอกว่า เบื้องหลังความสำเร็จในการทรงงานราชการแผ่นดินของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย คือ หม่อมเฉื่อย หม่อมในกรมดำรง ที่ทรงชื่นชมยกย่องตราบจนบั้นปลายพระชนมชีพ

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาในกรมดำรง ประสูติแต่หม่อมเฉื่อย ทรงเล่าถึง “เรื่องโรแมนซ์” ของพระบิดาไว้ในหนังสือ “สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น” ว่า

เจ้าจอมมารดาชุ่ม พระมารดาในกรมดำรง หม่อมเฉื่อย หม่อมในกรมดำรง
เจ้าจอมมารดาชุ่ม พระมารดาในกรมดำรง (ภาพ : Wikimedia Commons)

คุณชวด คือ พระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) บิดาของเจ้าจอมมารดาชุ่ม พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (เจ้าจอมมารดาชุ่มคือพระมารดาในกรมดำรง) ยกที่บ้านถวายแด่กรมดำรง ซึ่งขณะนั้นยังทรงดำรงพระยศเป็น พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร

คุณชวดผู้หญิงซึ่งก็คือมารดาของเจ้าจอมมารดาชุ่ม บอกว่า เมื่อถวายที่บ้านแล้วก็ต้องถวายแม่บ้านด้วย จึงยก “แม่นวม” หลานป้าของท่านถวายแก่กรมดำรง เมื่อครั้งยังทรงเป็นนายทหารมหาดเล็ก

เวลานั้น กรมดำรงต้องทรงอยู่เวรที่ประตูวิเศษไชยศรีตามหน้าที่ เผอิญทอดพระเนตรเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าออกในวังอยู่เสมอก็เกิดพอพระทัย ให้คนตามไปสืบว่าเป็นใคร ได้ความว่าชื่อ “เฉื่อย” เป็นลูกสาวคุณนายผ่อง (ธิดาพระยาเพชรปาณี) กับจ่าชำนาญราชกิจ (กรมพระตำรวจหลวงรัชกาลที่ 4)

เมื่อบิดาสิ้นชีวิตได้อยู่บ้านมารดาข้างวัดรังษี ที่เดินเข้าออกในวังอยู่เสมอเนื่องจากไปหาพี่สาว ซึ่งเป็นเจ้าจอมอยู่ในพระราชวัง

กรมดำรงทรงต้องพระทัยแม่เฉื่อยอย่างมาก ถึงขั้นโปรดให้ไปขอ คุณนายผ่องจึงให้คนไปสืบความว่ากรมดำรงทรงมีหม่อมแล้วหรือยัง ได้รับคำตอบว่า “ไม่มี” ถึงอย่างนั้นคุณนายผ่องก็ยังเกรงกลัวเจ้านายอยู่ แต่ที่สุดก็ยกลูกสาวให้ตามที่ทรงขอ และตามที่น้องสาวของตนคือประเสริฐให้คำแนะนำ

หม่อมเฉื่อย หม่อมในกรมดำรง

กรมดำรง กับ พระธิดา หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา ธิดา ของ หม่อมเฉื่อย หม่อมในกรมดำรง หม่อมเจ้าหญิงพัฒนายุ ธิดา ของ หม่อมลำดวน
กรมดำรงกับพระธิดา คือหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา และหม่อมเจ้าหญิงพัฒนายุ (พระองค์หลังประสูติแต่หม่อมลำดวน) (ภาพจาก https://www.damrong.org/?p=3845)

เมื่อแม่เฉื่อยเข้ามาอยู่ในวังแล้ว จึงได้รู้จักกับแม่นวม ซึ่งกรมดำรงทรงให้ความมั่นใจว่า ถึงอย่างไรก็จะทรงเลี้ยงดูให้ความเป็นธรรมเสมอกัน และถ้าใครมีลูกเป็นผู้ชายก็จะให้ผู้นั้นรับพระราชทานตราเป็นเอกภรรยา ซึ่งหม่อมเฉื่อยมีลูกชายก่อน

เผอิญแม่นวมมีลูกออกมาเป็นผู้หญิงทั้ง 4 คน และแม่เฉื่อยก็ตั้งต้นมีแต่ลูกชาย 3 คนติดๆ กัน แล้วมีฝาแฝดเป็นหญิงอยู่ได้ราว 3 ชั่วโมงก็ตาย แล้วมีผู้ชายเป็นคนที่ 6 ถึงคนที่ 7 เป็นผู้หญิงคือข้าพเจ้า จึงได้ตั้งใจจะเลี้ยงเองด้วยไม่เคยมี ต่อมาถึงหญิงพิลัยและหญิงบันดาล แล้วก็ดิศศานุวัติ เป็นผู้ชายคนสุดท้อง รวม 10 คน แม่จึงเป็นโรคโลหิตน้อยไม่ฟื้นได้” ท่านหญิงพูนทรงเล่าในหนังสือ แล้วบอกอีกว่า

หม่อมอีก 3-4 คน ล้วนแต่เป็นผู้มีเชื้อสายนำมาถวายบ้าง คุณย่าถวายบ้าง ซึ่งกรมดำรงทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงอย่างเสมอหน้า มิได้หลงใหลผู้ใดเป็นพิเศษ

เรื่องหม่อมเฉื่อย หม่อมในกรมดำรงนั้น ท่านหญิงพูนบอกว่า กรมดำรงโปรดเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งตรัสว่า

“แม่เธอเขาไม่ใช่คนโง่ เขาใช้หูและตา เขาไม่ใช้ปาก พ่อได้ประโยชน์มากจากเขารู้เห็น ถ้าเขาไปไหนมาไหนเขาก็เล่าให้พ่อฟังแต่ในห้องคนเดียว เขาเป็นคนไม่มีพวกและไม่ลืมตัว”

กรมดำรงยังทรงชื่นชมและยกย่องหม่อมเฉื่อยอยู่เสมอว่า

“เป็นบุญของพ่อที่มีทั้งแม่ดีและเมียดี คนเราแม้ตัวจะดีสักเพียงไร ถ้าผู้อยู่ใกล้ไม่ช่วยก็เอาตัวไม่รอด ทั้งคุณย่าและแม่เธอถูกทดลองด้วยเพชรด้วยทองมาเสียมากต่อมาก แต่ทั้ง ๒ คนไม่มีใครรับ มิฉะนั้นพ่อก็ต้องมีชื่อว่ารับสินบน”

หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล พระธิดา กรมดำรง อาหารฝรั่งสมัยรัชกาลที่ 5 หม่อมเฉื่อย หม่อมในกรมดำรง
หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล พระธิดาในกรมดำรง ประสูติแต่หม่อมนวม

และในเวลาที่มีใครเสียคนเพราะผู้หญิง กรมดำรงก็มักจะตรัสว่า “แม่เธอเขาเกิดมาสำหรับพ่อ ตั้งแต่ได้เขามาก็เกิดบุญพูนเขา ไม่มีลงเลย”

เมื่อหม่อมเฉื่อย หม่อมในกรมดำรง ถึงแก่อนิจกรรม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงมีลายพระราชหัตถ์มาทรงเสียพระราชหฤทัยกับกรมดำรง ลงวันที่ 17 ธันวาคม ร.ศ. 122 (พ.ศ. 2446) ความว่า

“กรมดำรง ฉันได้ฟังข่าวโดยความสลดใจทันทีทั้งได้รู้ว่าจะเปนอยู่แล้วนั้น มีความรู้สึกน้ำใจเธอ แลเหน ความลำบากเพียงใดในเมื่อจำเปนต้องเปลี่ยนไปใหม่ในการบ้านเรือน แลที่ยิ่งกว่านั้นคือขาดมิตรอันวิเศษเช่นเฉื่อยนี้ ขอให้เธอรงับใจ รักษาตัวเพื่อเหนแก่ราชการ อย่าให้เจ็บไข้ลงได้ คำที่เตือนเธอนี้ไปจากผู้ซึ่งรงับไม่ได้เหมือนที่ได้ทำราชการในเวลาทุกข ซึ่งฉันได้ชมอยู่ในหมู่นี้”

แม้จะผ่านไปแล้วหลายสิบปี แต่กรมดำรงยังทรงระลึกถึงหม่อมเฉื่อยเสมอมา ดังที่ท่านหญิงพูนทรงเล่าว่า “แม้จนเมื่อจวนจะสิ้นพระชนม์แล้วก็ยังทรงบ่นถึงอยู่”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล. สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น. กรุงเทพฯ: มติชน, พิมพ์ครั้งที่ 7, 2566.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 มีนาคม 2568