“น้องหญิงวไลยอลงกรณ์” ผู้ประดุจพระราชโสทรภคินีในรัชกาลที่ 6

น้องหญิงวไลยอลงกรณ์ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ สมเด็จฯ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระพันวัสสา ไม่โปรดอยู่หลุมหลบภัยในสงครามโลกครั้งที่ 2
จากซ้าย : สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์, สมเด็จฯ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (ภาพ : Wikimedia Commons)

“น้องหญิงวไลยอลงกรณ์” ผู้ประดุจพระราชโสทรภคินีในรัชกาลที่ 6

สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ทรงเป็นพระราชธิดาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ประสูติแต่สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2427

พระองค์ทรงเป็นพระโสทรกนิษฐภคินีในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร และทรงเป็นพระโสทรเชษฐภคินีในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช และสมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ น้องหญิงวไลยอลงกรณ์ หนังสือราชพัสตราภรณ์
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช และสมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ (ภาพจากหนังสือราชพัสตราภรณ์)

แม้จะทรงเป็นพระราชธิดาต่างพระราชชนนีใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทว่ารัชกาลที่ 6 ก็ทรงพระเมตตาต่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์อย่างยิ่ง ทรงรักและดูแลประดุจพระราชโสทรภคินี และทรงเรียกสมเด็จฯ เจ้าฟ้าพระองค์นี้ว่า “น้องหญิงวไลยอลงกรณ์”

กฤตนันท์ ในจิต เล่าในบทความ “สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ผู้ประหนึ่งว่าเป็นพระราชโสทรภคินีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤศจิกายน 2568 ไว้ตอนหนึ่งว่า

ชาววังโดยมากออกพระนามสมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ว่า “ทูลกระหม่อมฟ้าหญิง” หรือ “ทูลกระหม่อมวไลย” บ้างก็ออกพระนามว่า “ทูลกระหม่อมหญิงแหม่ม” เนื่องจากทรงไว้พระเกศายาวประบ่าตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทั้งยังมีพระพักตร์คล้ายชาวตะวันตก และโปรดฉลองพระองค์อย่างสตรีตะวันตก

ช่วงเวลาที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์เจริญพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินี พระราชชนนีในรัชกาลที่ 6 ทรงสูญเสียพระราชธิดา 2 พระองค์ที่ตกไประหว่าง พ.ศ. 2427-2430 ทำให้มีพระราชประสงค์จะมีพระราชธิดา

สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ น้องหญิงวไลยอลงกรณ์ ใน พระราชพิธีโสกันต์
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ในพระราชพิธีโสกันต์ (ภาพ : Wikimedia Commons)

พระองค์ทรงเอ่ยพระโอษฐ์กับสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา ซึ่งเป็นพระภคินี เพื่อขอสมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์มาเป็นพระราชธิดา

สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ จึงทรงเรียกสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ว่า “เสด็จแม่” และทรงเรียกสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา ว่า “สมเด็จป้า” และประทับยังพระที่นั่งสุทธาศรีอภิรมย์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี โดยแบ่งครึ่งห้องพระบรรทม กระทั่งพระราชพิธีโสกันต์ถึงทรงแยกไปบรรทมยังห้องอื่นในพระบรมมหาราชวัง

เหตุนี้ รัชกาลที่ 6 จึงทรงสนิทคุ้นเคยกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ตั้งแต่ครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธฯ กรมขุนเทพทวาราวดี

เมื่อเสด็จฯ ไปทรงศึกษายังประเทศอังกฤษ นอกจากทรงเขียนจดหมายกราบทูลถึงพระราชชนกและพระราชชนนีถึงความเป็นไปที่นั่น เพื่อให้ทั้ง 2 พระองค์ทรงคลายความห่วงใยแล้ว ก็ยังทรงสอบถามถึงสมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ที่พระองค์ทรงเรียกว่า “น้องหญิง” อยู่เสมออีกด้วย

เมื่อทรงขึ้นครองราชย์ และทรงทราบว่า สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ทรงพระประชวร ด้วยสาเหตุที่น่าจะเกิดจากพระวักกะ (ไต) ก็ทรงแนะนำให้ไปรักษาพระองค์ในประเทศอังกฤษ

สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 น้องหญิงวไลยอลงกรณ์
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ทรงแต่งพระองค์แบบตะวันตก (ภาพ : Wikimedia Commons)

เมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ทรงกลับมาพักรักษาพระองค์ที่ไทยแล้ว รัชกาลที่ 6 ก็ทรงสอบถามด้วยความห่วงใยในพระพลานามัยของพระราชภคินีพระองค์นี้เสมอ

คราวใดที่รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมพระราชมารดา ณ พระราชวังพญาไท ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์เข้าเฝ้าฯ พร้อมกันด้วยทุกครั้ง

นอกจากนี้ เมื่อมีพระราชพิธีต่างๆ และต้องเสด็จฯ ผ่านเจ้านายฝ่ายในที่ประทับ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ รัชกาลที่ 6 ก็จะมีพระราชปฏิสันถารกับน้องหญิงวไลยอลงกรณ์ทุกครั้งด้วยเช่นกัน

สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในการบริหารกิจการฝ่ายในด้วยความจงรักภักดีและด้วยความอุตสาหะอย่างดียิ่ง รัชกาลที่ 6 จึงมีพระบรมราชโองการสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าต่างกรม มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ นรินทรเทพยกุมารี กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร

คำว่า “ราชสิรินธร” ในพระนาม “กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร” สามารถแปลความหมายโดยรวมได้ว่า “ผู้ทรงไว้ซึ่งสิริของพระราชา” หมายถึง ผู้มีความรุ่งโรจน์ สง่างาม เป็นสิริมงคลแก่พระราชา ซึ่งในที่นี้หมายถึงรัชกาลที่ 6 นั่นเอง

สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคพระวักกะพิการ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 (นับตามปฏิทินไทย) ณ วังคันธวาส ถนนวิทยุ สิริพระชนมายุ 54 พรรษา 

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

กฤตนันท์ ในจิต. “สมเด็จฯ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ผู้ประหนึ่งว่าเป็นพระราชโสทรภคินีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว”. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤศจิกายน 2568.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568