“นายฮ้อย” นักค้าผู้ร่ำรวยแห่งแดนอีสาน ที่ต้องแลกมาด้วยความทรหด

ควาย นายฮ้อย นักค้า
ควาย ที่สุโขทัย (ภาพจาก : collections.lib.uwm.edu)

นายฮ้อย นักค้าผู้ร่ำรวยแห่งแดนอีสาน ที่ต้องแลกมาด้วยความทรหด

ช่วงนี้ถ้าให้พูดถึงละครที่น่าสนใจและกำลังขึ้นจอแก้ว หนึ่งเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ “เจ้าคุณพี่กับอีนางคำดวง” ที่ได้คู่ขวัญตลอดกาลอย่าง “เบลล่า-ราณี แคมเปน” (รับบทเป็น “นายฮ้อยคำดวง”) และ “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” (รับบทเป็น “ขุนเอกอิทธิฤทธิ์”) มาสร้างตำนานบทใหม่ 

หลังจากเล่นคู่กันแล้วกระแสเปรี้ยง จับมือกันดังใน “ละครชุดสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร” ต่อด้วย “ปดิวรัดา” กับตำนานบทพูด “ฉันเป็นลูกคนเดียว” แล้วก็เรื่องสุดท้ายที่ได้ร่วมงานกันจริง ๆ จัง ๆ อย่าง “กรงกรรม”

กลับมาครั้งนี้ก็มาแนวพีเรียดอีกครั้ง แต่ย้อนไปในช่วงรัชกาลที่ 5 และมีกลิ่นอายของอีสานเข้ามา จะเห็นว่านางเอกเป็น “นายฮ้อย” ที่ต้องคุมฝูงควายจากอีสานมาขายที่เมืองหลวง แล้วมาพบกับพระเอกที่รับราชการอยู่

เบลล่าและเจมส์จิ ในเรื่อง เจ้าคุณพี่กับอีนางคำดวง (ภาพจาก : Ch3)

เนื้อเรื่องจะดำเนินไปอย่างไร ยังไม่ทราบดี แต่สิ่งที่น่าสนใจของละครเรื่องนี้และอยากหยิบมาพูดคืออาชีพ “นายฮ้อย” ที่มีอิทธิพลและความสำคัญอย่างมากในอีสาน

นายฮ้อยคำนี้เป็นภาษาถิ่นอีสาน หมายถึงคนที่ทำการค้าตามหมู่บ้าน ตำบล รวมถึงคนที่เร่ของไปขายในที่ไกล ๆ ซื้อของถูกไปขายแพงเอากำไร อาจเรียกสั้น ๆ ว่า พ่อค้า พวกนี้คือนายฮ้อย

นายฮ้อยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ชาย ไม่ค่อยมีผู้หญิง เนื่องจากผู้หญิงต้องเป็นแม่ศรีเรือน อยู่กับบ้าน ผู้ชายจะทำงานนอกบ้าน การที่ละครเรื่องนี้วางบทให้ผู้หญิงมารับบทนายฮ้อยจึงน่าสนใจทีเดียว

นายฮ้อยที่คนได้ยินบ่อย ๆ ก็คือ “นายฮ้อยวัว” หรือ “นายฮ้อยควาย” เนื่องจากอีสานค้าวัวควายมานานมาก คนพวกนี้เรียกได้ว่ามีอยู่ทั่วไปในภาคอีสาน อยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ (แต่ก็จะมีแกนนำอีกที ซึ่งก็มีไม่กี่คน) มีฐานะดี เนื่องจากต้องซื้อหรือรับวัวและควายตามหมู่บ้านมาจำนวนมาก อาจเป็นร้อยหรือพันตัว เพื่อไปขายที่กรุงเทพฯ รวมถึงในพื้นที่ภาคกลางอีกทีหนึ่ง

เด็กชายขี่ควายที่จังหวัดสุโขทัย
ภาพเด็กชายขี่ควายที่จังหวัดสุโขทัย ถ่ายเมื่อ ค.ศ. 1936 (ภาพจาก University of Wisconsin-Milwaukee Libraries)

เมื่อได้ควายและวัวตามจำนวนที่ต้องการแล้ว กลุ่มนายฮ้อยก็จะรวมตัวกันออกเดินทางเป็น “คาราวาน” ให้นึกภาพคาราวาน แบบคาวบอยอเมริกันตะวันตกได้เลย เพราะคล้าย ๆ กัน แต่ต่างชาติจะใช้ม้า เราจะใช้วัวหรือควาย ส่วนอาวุธเขาใช้ปืนลูกโม่ เราใช้ปืนคาบศิลา ปืนแก๊ป หน้าไม้ ดาบ ฯลฯ

การคุมฝูงวัวควายไปขายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ในหนังสือ “เปลี่ยนอีสานให้เป็น ‘ไทย’ อุดมการณ์รัฐชาติกับสำนึกการเมืองของคนที่ราบสูง” (สำนักพิมพ์มติชน) ของ ประวิทย์ สายสงวนวงศ์ ถึงกับบอกว่า…

กลุ่มคนพวกนี้จะรวมตัวกันออกเดินทางในลักษณะคาราวาน ไปในเส้นทาง เช่น ดงพญาไฟไปปากเพรียวและสระบุรี, ดงพญากลางไปบัวชุม ลพบุรี, ช่องเสม็จจากสุรินทร์ไปศรีโสภณ ฯลฯ

นายฮ้อยต้องเดินทางกันเป็นเดือน ๆ ระหว่างทางต้องเจอทั้งโจรที่คอยมาดักปล้น สัตว์ป่าที่จ้องจะทำร้าย ทำให้ “กองคาราวานนายฮ้อยจึงคล้ายกับบททดสอบความเป็น ‘ลูกผู้ชาย’ ของลูกอีสานที่หมายมั่นจะสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยการเสี่ยงชีวิต”

แต่การเสี่ยงชีวิตนี้ก็คุ้มค่า เพราะในงาน “เศรษฐกิจชุมชนหมู่บ้านอีสาน ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจอีสานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงปัจจุบัน (2488-2544): รายงานฉบับสมบูรณ์” ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ราคาควายถ้าซื้อมา 10 บาท นายฮ้อยก็จะขายประมาณ 15 บาท ถ้าซื้อมาตัวละ 12 บาท ก็จะขายไปประมาณ 20 บาท 

ส่วนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ราคาควายสูงขึ้น ซื้อมาตัวละ 300 บาท ก็ขาย 400 บาท ซื้อมา 700-800 บาท ก็ขายประมาณ 1,400-1,500 บาท 

ถือว่าได้กำไรอยู่ไม่น้อย

ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนายฮ้อย ที่หยิบยกมาเขียนให้อ่านกันเท่านั้น หากใครสนใจก็สามารถค้นหาอ่านเพิ่มเติม หรือจะติดตามดูละคร “เจ้าคุณพี่กับอีนางคำดวง” เผื่อว่าจะมีรายละเอียดอื่น ๆ ให้ชม ก็ได้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ประวิทย์ สายสงวนวงศ์. เปลี่ยนอีสานให้เป็น ‘ไทย’ อุดมการณ์รัฐชาติกับสำนึกการเมืองของคนที่ราบสูง. กรุงเทพฯ: มติชน, 2568.

https://www.angrin.tlri.gov.tw/english/Thailand2003/4.2.pdf

สุวิทย์ ธีรศาศวัต. เศรษฐกิจชุมชนหมู่บ้านอีสาน ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจอีสานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงปัจจุบัน (2488-2544): รายงานฉบับสมบูรณ์. [ม.ป.ท.]:สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, 2546. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:85820.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 กันยายน 2568