เกิดอะไรขึ้นที่ “กาซา” ? เมื่อ “ฮุน เซน” อ้าง ปัญหาเขตแดนเขมร-ไทยอาจเหมือนที่นั่น

ผู้อพยพ ฉนวนกาซา
ผู้อพยพในฉนวนกาซา ปี 2005 (ภาพจาก The Palestinian Museum)

เกิดอะไรขึ้นที่ฉนวนกาซา ? เมื่อ “ฮุน เซน” อ้าง ปัญหาเขตแดนเขมร-ไทยอาจยืดเยื้อเหมือนที่นั่น

ตามที่ ข่าวสด รายงานเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 โดยอ้างอิงจาก เดอะพนมเปญโพสต์ สื่อกัมพูชา ซึ่งนำเสนอคำกล่าวของ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่ออกมาเตือนว่า หากปัญหาเขตแดนระหว่างกัมพูชากับไทยไม่ได้รับการแก้ไขผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) อาจนำไปสู่ความขัดแย้งเรื้อรังคล้ายสถานการณ์ใน “กาซา” ระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

อย่างที่ทราบกันว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างชาวยิว (อิสราเอล) กับชาวมุสลิม (ปาเลสไตน์และพันธมิตร) ทั้งยืดเยื้อยาวนานและซับซ้อนมาก แต่ความห่างไกลกับผลกระทบต่อเราที่น้อยมาก (ยกเว้นการจับตัวประกันชาวไทย) ทำให้เราหลงลืมไปเหมือนกันว่า “เกิดอะไรขึ้นที่กาซา ?”

เรื่องนี้ รศ. ดร. โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ เล่าไว้ใน มติชนออนไลน์ (22 มกราคม 2568) ในช่วงที่ความรุนแรงต่าง ๆ ระหว่าง 2 ฝ่ายขยายวงกว้าง จนองค์กรระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ สหภาพยุโรป ต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย ก่อนจะบรรลุข้อตกลงการหยุดยิงชั่วคราวเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 จึงขอสรุปมาเล่า ดังนี้

กาซา หรือ ฉนวนกาซา (Gaza Strip) เป็นดินแดนอ้างสิทธิ (โดยนิตินัย) ของรัฐบาลปาเลสไตน์ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชายแดนตะวันตกเฉียงใต้ติดประเทศอียิปต์ ด้านตะวันออกและเหนือติดต่อประเทศอิสราเอล มีความยาว 41 กิโลเมตร กว้าง 6-12 กิโลเมตร เป็นพื้นที่รวม 365 ตารางกิโลเมตร

พื้นที่ดังกล่าวมีประชากรชาวปาเลสไตน์ประมาณ 1.85 ล้านคน นับว่ามีประชากรหนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หากนึกไม่ออกลองเทียบกับจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีเนื้อที่ 416.7 ตารางกิโลเมตร คือใหญ่กว่า แต่มีประชากรเพียง 187,993 คน

ดินแดน ปาเลสไตน์ อิสราเอล
แผนที่บริเวณ อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ. 1870

ฉนวนกาซาตั้งอยู่บนดินแดนที่เป็นศูนย์กลางความขัดแย้งสุดซับซ้อนและยืดเยื้อที่สุดในโลก มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ทั้งทางการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อประชากรในพื้นที่และทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

พื้นที่กาซามีความสำคัญมาแต่โบราณ เพราะตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ระหว่างแอฟริกากับเอเชีย ที่ตรงนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอียิปต์โบราณ ฟิลิสเตีย โรมัน และออตโตมัน

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 อังกฤษเข้ามาจัดการพื้นที่ตรงนี้ภายใต้มติของสันนิบาตชาติ ก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปาเลสไตน์ภายใต้การอารักขาของอังกฤษ หลังสงครามอาหรับ-อิสราเอล

พ.ศ. 2491 อียิปต์เข้าปกครองฉนวนกาซา แต่ไม่ได้ผนวกอย่างเป็นทางการ กระทั่ง พ.ศ. 2510 เมื่ออิสราเอลยึดกาซาจากอียิปต์ในสงคราม 6 วัน ชาวยิวจึงเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น

หลังจากเกิด ข้อตกลงออสโล (Oslo Accords) ที่อนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ปกครองตนเอง (อย่างจำกัด) ในเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา และรับรอง องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) เป็นคู่เจรจาเรื่องสถานะและปัญหาต่าง ๆ กับอิสราเอล โดยเฉพาะเรื่องพรมแดนของอิสราเอลกับปาเลสไตน์ และสิทธิในการกลับถิ่นฐานเดิมของชาวปาเลสไตน์

ถึงอย่างนั้น ตามข้อตกลงดังกล่าวก็ไม่ได้ระบุถึงการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์

กระทั่ง พ.ศ. 2536 กาซากลายเป็นพื้นที่ปกครองตนเอง ภายใต้การบริหารขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์

ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองภายในปาเลสไตน์เอง อย่าง กลุ่มฟาตาห์ และ กลุ่มฮามาส นำไปสู่การแบ่งแยกการปกครองใน พ.ศ. 2550 โดยกาซาอยู่ภายใต้การควบคุมของฮามาส ส่วนเขตเวสต์แบงก์อยู่ภายใต้การปกครองของฟาตาห์

ตั้งแต่นั้นมา ความตึงเครียดระหว่างฮามาสกับอิสราเอลมักนำไปสู่การปะทะกันหลายครั้ง รวมถึงการปิดล้อมฉนวนกาซา ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชากรในพื้นที่ การโจมตีด้วยจรวดและการตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศกลายเป็นวงจรความรุนแรงที่ดูจะไม่มีที่สิ้นสุด

ตั้งแต่ พ.ศ. 2567 ถึงปัจจุบัน ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น เริ่มจากการเผชิญหน้าระหว่างชาวอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์ในกรุงเยรูซาเลม ลุกลามไปสู่การยิงจรวดข้ามพรมแดนและโจมตีทางอากาศ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงเพื่อเปิดช่องทางความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามที่ระบุข้างต้น แต่ยังไม่อาจหาข้อสรุปว่า วัฏจักรแห่งความโหดร้ายนี้จะจบเมื่อใด…

โกวิทกล่าวทิ้งท้ายว่า “อิสราเอลและกลุ่มฮามาสไม่มีความไว้วางใจต่อกันเลย สงครามต้องเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอนและอาจจะขยายวงกว้างออกไปอีกมาก เพราะทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮามาสต่างก็มี ‘สปอนเซอร์’ เป็นประเทศมหาอำนาจทั้ง 2 ค่ายอยู่แล้วนั่นเอง”

แผนที่ ฉนวนกาซา
แผนที่กาซา แสดงพื้นที่อยู่อาศัยของประชากร (ภาพโดย Map of the Gaza Strip ใน Wikimedia Commons)

กลับมาที่ปัญหาพรมแดนไทย-กัมพูชา หลัง ฮุน เซน ออกมาพูด ด้าน พล. ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกไทยก็ออกมาโต้ว่า ปมเขตแดนไทย-กัมพูชา ต้องยึดตามกติกาที่ 2 ประเทศทำร่วมกัน และการอ้างถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเป็นคนละเรื่องกับปัญหาปัจจุบัน เพราะทหารกัมพูชาเพิ่งเข้ามาขุดคูเลตใหม่ตรงจุดปะทะ

ดังนั้น ปัญหาพรมแดนไทย-กัมพูชา จะยืดเยื้อและรุนแรงเหมือนที่กาซาหรือไม่นั้น ขอผู้อ่านพิจารณาด้วยวิจารณญาณตนเองเถิด

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 มิถุนายน 2568