“วิรุญจำบัง” ขุนศึกยักษ์นักล่องหน กับวาระสุดท้ายคราวช่วยทศกัณฐ์รบพระราม

หัวโขน วิรุญจำบัง วิรุฬจำบัง วิรุณจำบัง

“วิรุญจำบัง” ยักษ์จากเรื่องรามเกียรติ์ ที่มาของเครื่องรางที่มีอานุภาพเกี่ยวกับการกำบังอันตราย ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย ไปจนถึงการหายตัวได้ แล้วแต่การนำเสนอเพื่อส่งเสริมความเชื่อความศรัทธาต่อของขลังชิ้นนั้น ๆ

แต่เรื่องราวของวิรุญจำบังในวรรณคดีมิได้แคล้วคลาดไปจนตลอดลอดฝั่ง แม้จะเป็นหนึ่งในผู้มีฤทธิ์มากในหมู่ยักษ์และวงศาคณาญาติของทศกัณฐ์ สุดท้ายก็เป็นผู้รนหาที่ตายในภารกิจทวงคืนนางสีดาของพระรามอยู่ดี บทบาทของวิรุญจำบัง มีดังนี้

หัวโขน วิรุญจำบัง
หัวโขนวิรุญจำบัง (ภาพจากหนังสือ หัวโขน สมบัติศิลป์ แผ่นดินไทย, 2542)

“วิรุญจำบัง” บ้างเขียน วิรุณจำบัง, วิรุฬจำบัง เป็นโอรสของพญาทูษณ์แห่งเมืองจารึก พญาทูษณ์นี้เป็นอนุชาของทศกัณฐ์ วิรุญจำบังจึงเป็นหลานลุงของเจ้ากรุงลงกา ความโดดเด่นที่ทำให้วิรุญจำบังมีฤทธาศักดานุภาพมากคือสามารถหายตัวได้ทั้งคนทั้งม้าคู่ใจที่ชื่อว่า “นิลพาหุ”

วิรุญจำบังปรากฏอยู่ช่วงกลาง ๆ ของรามเกียรติ์ หลังเหตุการณ์ “พิธีอุโมงค์” ที่ทศกัณฐ์ต้องการชุบกายให้เป็นกายสิทธิ์อยู่ยงคงกระพัน แต่ไม่สำเร็จ เพราะถูกหนุมานออกอุบายแกล้งหยอกเย้านางมณโฑจนทศกัณฐ์ตบะแตกพิธีล่ม

แม้จะสูญเสียขุนศึกยักษ์แลญาติมิตรไปมากมายในสงครามกับพระราม แต่ทศกัณฐ์ก็ไม่ย่อท้อที่จะแสวงหาพันธมิตรมาช่วยรบอีกครา จึงเชิญ “ท้าวสัทธาสูร” เจ้ากรุงอัศดง และวิรุญจำบังมาช่วยรบดูบ้าง เผื่อฤทธิ์ของทั้งคู่จะช่วยแก้ลำฝ่ายพระรามได้บ้าง 

ท้าวสัทธาสูรได้รับพรจากพระพรหม เมื่อเข้ารบในสมรภูมิใดก็สามารถร้องขออาวุธจากสวรรค์มาใช้ได้ เทวดาจะโยนลงมาให้ตามที่ขอ

ทศกัณฐ์ให้ท้าวสัทธาสูรและวิรุญจำบังออกรบกับพระรามในคราวเดียวกัน วิรุญจำบังเสนออุบายศึกว่า จะกำบังกายเข้าทำร้ายทัพวานร ให้ท้าวสัทธาสูรนำหน้าไปก่อน ตนจะเป็นทัพหลัง รออยู่ที่ชายป่า

แต่ท้าวสัทธาสูรถูกอุบายของหนุมานลวงเอาอาวุธสวรรค์ไปจนหมด แถมใช้กลับมาทำร้ายไพร่พลยักษ์ในกองทัพล้มตายไปมากมายอีก ท้าวสัทธาสูรโกรธแค้นจนขาดสติ เข้าต่อสู้กับหนุมานและถูกสังหาร ทหารยักษ์ที่เหลือรอดต่างแตกกระเจิงหนีกลับเข้าป่ามาพบกับทัพวิรุญจำบัง จึงรู้แน่ว่าทัพสัทธาสูรพ่ายแล้ว วิรุญจำบังก็นำทัพของตนออกรบบ้าง

วิรุญจำบังร่ายมนตร์บังทัพม้าของตนแล้วเข้าฟาดฟันทัพวานร ฝ่ายทัพวานรมองไม่เห็นทัพม้าได้ยินแต่เสียงฝีเท้า ไม่สามารถต่อกรทัพวิรุญจำบังได้ ต่างแตกหนีถอยร่นมาด้วยความลนลานและพรั่นพรึงจนถึงที่ประทับของพระราม

วิรุญจำบัง การแสดงโขน
วิรุญจำบังในการแสดงโขน (ภาพจาก เฟซบุ๊ก กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร)

เมื่อพระรามเห็นทัพวานรแตกพ่าย จึงถามพิเภกว่าเกิดอะไรขึ้น พิเภกแนะนำให้พระรามแผลงศรแหวกอากาศเพื่อสังหารทัพล่องหนและนิลพาหุม้าทรงของวิรุญจำบัง แล้วจะจับตัวนายมันได้ พระรามจึงแผลงศรพรหมมาสตร์เกิดเป็นศรอีกมากมายพุ่งสังหารทัพม้าและม้านิลพาหุ จังหวะนั้น วิรุญจำบังตระหนักได้ว่าภัยมาถึงตัวแน่ จึงเสกผ้าโพกม้าผูกเป็นพยนต์ไว้แทนตนแล้วเหาะหนีไป

วิรุญจำบังเหาะไปถึงเขาอากาศคีรี ได้พบนางวานริน อดีตนางอัปสรที่ถูกพระอิศวรสาปให้ลงมาอยู่ที่นั่นจนกว่าจะพบหนุมานในภารกิจช่วยพระรามจึงจะพ้นคำสาป นางวานรินแนะนำให้วิรุญจำบังไปซ่อนตัวที่เขาอัศกรรณริมมหาสมุทร โดยย่อตัวจนขนาดเท่าตัวไรแทรกเข้าไปหลบอยู่กับฟองน้ำในทะเล

ฝ่ายผ้าพยนต์วิรุญจำบังได้ออกรบกับทัพพระรามสุดฤทธิ์ จนไพร่พลวานรตายเกลื่อนสนามรบ แม้พระรามแผลงศรใส่ถึง 3 ครั้ง ก็ยังฟื้นขึ้นมารบใหม่อีกเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจ พิเภกซึ่งรู้จักวงศาคณายักษ์อย่างทะลุปรุโปร่งและมองลูกเล่นดังกล่าวออก จึงทูลให้พระรามแผลงศรเป็นตาข่ายล้อมจับผ้าพยนต์ไว้ แล้วให้หนุมานตามไปสังหารวิรุญจำบังตัวจริงเสีย อาคมของผ้าพยนต์จะมลายหายไปด้วย

หนุมานออกตามล่าวิรุญจำบังไปจนถึงถ้ำเขาอากาศคีรี เมื่อได้พบกับนางวานริน ทหารเอกพระรามก็เกี้ยวจนได้นางวานรินเป็นเมียอีกคน และได้รู้ที่ซ่อนของวิรุญจำบังจากนางด้วย จึงตามไปจนพบและพุ่งเข้าใส่ฟองน้ำนั้น วิรุญจำบังจึงกลายร่างเป็นยักษ์ดังเดิมแล้วต่อสู้กับหนุมาน

เมื่อวิรุญจำบังสู้สุดความสามารถ แต่ประเมินแล้วว่าสู้ไม่ได้ จึงร่ายเวทย์ตั้งใจจะแทรกน้ำหนีไปซ่อนตัวในมหาสมุทรลึกสุดหยั่ง แต่หนุมานไม่ปล่อยให้หนีอีกต่อไปแล้ว รีบใช้หางรวบตัวขึ้นมาแล้วจับฟาดเข้ากับเหลี่ยมภูเขา ยักษ์ร้ายก็สิ้นชีวิตลงตรงนั้น ผ้าพยนต์คืนรูปดังเดิม หนุมานยังตัดเศียรของวิรุญจำบังไปถวายพระรามด้วย

ขุนศึกยักษ์นักอำพรางกาย หลานชายคนเก่งของทศกัณฐ์ ก็ถึงกาลอวสานด้วยประการฉะนี้

ไม่ว่ามนตราหรือไสยเวทย์ใด ๆ ก็ล้วนมีจุดอ่อนหรือช่องโหว่ให้ทำลายได้ทั้งนั้น

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ส. พลายน้อย. (2548). รามเกียรติ์ ฉบับมหาชน. กรุงเทพฯ : พิมพ์คำ.

สยาม ภัทรานุประวัติ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. มานานุกรมวรรณคดีไทย : วิรุญจำบัง. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2567. จาก https://thailitdir.sac.or.th/character-detail.php?n_id=3779


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 ตุลาคม 2567