| เผยแพร่ |
|---|
เฮือนภาคอีสาน ขนบบ้านที่ราบสูง
บ้านเรือน “ภาคอีสาน” สะท้อนความงดงามผ่านความเรียบง่ายและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากความซับซ้อนทางสถาปัตยกรรมของภาคอื่น
เรือนภาคอีสานโดดเด่นด้วยประโยชน์ใช้สอยที่ตอบโจทย์การทำมาหากินด้านเกษตรกรรม ร่วมกับความเชื่อและวัฒนธรรมอันเหนียวแน่นของผู้คนในที่ราบสูง สามารถแบ่งตามการใช้งานเป็น 3 ประเภท คือ 1. เรือนชั่วคราว หรือเรือนผูก 2. เรือนกึ่งถาวร และ 3. เรือนถาวร
เรือนชั่วคราวหรือเรือนผูกของภาคอีสานก็คือ เถียงไร่ เถียงนา นั่นเอง เป็นเรือนที่พบได้เฉพาะในบางฤดูกาล เพราะจะปรากฏบริเวณที่ทำกินทางการเกษตร ชาวบ้านจะปลูกไว้พักผ่อนหรืออยู่ชั่วคราวเพื่อเฝ้าดูแลพืชผลในไร่สวน
เถียงนา เถียงไร่ ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างง่าย ส่วนใหญ่จะยกพื้นสูง เสาทำจากไม้ ส่วนโครงสร้างและพื้นทำจากไม้ไผ่

หากสร้างไว้พักชั่วคราว มักสร้างเถียงแบบไม่กั้นฝา แต่หากต้องการอยู่พักอาศัยนานขึ้นหรือค้างคืน ก็จะกั้นฝาด้วยวัสดุหาง่าย เช่น แถบตอง คือการสานไม้ไผ่เป็นตารางขนาบกับใบตองชาด (ต้นเหียง) หรือใบกุง (ต้นพลวง) ที่ทนได้ไม่กี่ปี จะรื้อมาซ่อมใหม่ไม่ยากนัก
ในส่วนของหลังคาก็จะใช้วัสดุจากธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่น จะมุงหลังคาด้วยใบไม้หรือหญ้าคา บางครั้งอาจใช้แป้นไม้ที่รื้อมาจากเรือนเก่าก็ได้ หรือถ้าอยากให้คงทนยิ่งขึ้นก็จะมุงด้วยสังกะสี และมักทำหลังคาเป็นทรงจั่วหรือเพิงหมาแหงน
เรือนกึ่งถาวร หรือบ้านกึ่งถาวร คือ เรือนเหย้า เฮือนย้าว หรือเย่าเรือน เป็นอาคารขนาดเล็กที่มั่นคงแข็งแรงกว่าเรือนชั่วคราว หรือเถียงไร่ เถียงนา
เรือนกึ่งถาวรมักเป็นบ้านเริ่มต้นของสามีภรรยาที่เพิ่งครองเรือน เพราะตามธรรมเนียมและวัฒนธรรมของชาวอีสานแล้ว หากลูกหลานแต่งงาน เขยคนใหม่ก็ยังจะอยู่อาศัยกับฝ่ายหญิงก่อน เพื่อช่วยเหลือและทำงานให้ครอบครัวของภรรยา แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปก็จะย้ายออกไปปลูกบ้านเป็นของตนเอง เรียกว่า เรือนเหย้า

เรือนเหย้านี้สร้างอย่างเรียบง่าย เพราะเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับคนที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว มีทั้งเรือนเครื่องผูกที่เอาไม้ไผ่มาทำเป็นฝา มุงหลังคาด้วยใบไม้ที่หาได้ตามธรรมชาติ และเรือนเครื่องสับที่ใช้วัสดุมั่นคงแข็งแรงมากกว่าเรือนเครื่องผูก
เรือนเหย้ายังสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ ตูบต่อเล้า, ดั้งต่อดิน และดั้งตั้งคาน
ตูบต่อเล้า ชาวอีสานเรียกว่า เทิบ ลักษณะคล้ายเพิงที่อิงกับเล้าข้าวที่มีอยู่แทบทุกครัวเรือน โดยจะยึดโครงสร้างหลังคาเข้ากับเล้าข้าว หลังคาต่ำลงไปด้านข้างของเล้าข้าวแบบเพิงหมาแหงน มุงหลังคาด้วยหญ้าคาหรือสังกะสี แล้วใช้เสาไม้ตั้งรับน้ำหนักเพียง 2-3 ต้น ห่างกันไม่มาก
เนื่องจากเป็นอาคารแบบกึ่งถาวร ตูบต่อเล้าจะกั้นฝาแบบชั่วคราว ใช้วัสดุเหลือใช้หรือหาได้ง่าย หากมีทุนทรัพย์ก็จะใช้วัสดุที่คงทนมากขึ้น ที่พบเห็นได้ทั่วไปก็จะเป็นฝาแถบตองหรือไม้เก่ามากั้นให้เป็นสัดส่วน
อย่างไรก็ตาม เมื่อสามีภรรยาจะไปสร้างเรือนใหญ่ถาวรเป็นของตัวเองแล้ว ตูบต่อเล้านี้ก็จะกลายมาเป็นที่นั่งเล่นหรือพักผ่อนของสมาชิกในครอบครัว

สำหรับดั้งต่อดิน และดั้งตั้งคาน มีลักษณะคล้ายกัน แตกต่างกันในบางส่วน ตรงที่ เรือนดั้งต่อดินใช้เสาดั้งฝังถึงดิน และใช้ไม้ท่อนเดียวขึ้นไปรับบริเวณอกไก่ ส่วนเรือนดั้งตั้งคานจะไม่ได้ฝังเสาดั้งลงไปถึงดิน
สำหรับตัวอาคารมักสร้างด้วยการผูกโครงสร้างเหมือนกับเรือนเครื่องผูก ฝาเรือนจะใช้ฝาแถบตองเหมือนกับเรือนอื่นของชาวอีสาน และใช้ใบกุงหรือใบตองชาดมาประกบด้วยไม้ไผ่สานโปร่งเป็นตาราง บ้างก็ทำเป็นฝาไม้ไผ่สานเป็นลายมวย ลายหัน ลายคุบ หรือนำไม้ไผ่มาผ่าแล้วสับให้แผ่ออกเป็นแผง เป็นฝาขัดแตะหรือที่ชาวอีสานเรียกว่า ฝาแอ้ม

ขณะที่ส่วนสำคัญอย่างหลังคานั้นจะมุงด้วยวัสดุหาง่ายตามธรรมชาติ เช่น ใบไม้ชนิดต่าง ๆ หญ้าคา รวมถึงไม้แป้น
เรือนของชาวอีสานประเภทสุดท้ายคือ “เรือนถาวร” เป็นอาคารสำหรับอยู่อาศัยและใช้ชีวิตประจำวัน จะแตกต่างจากเรือนกึ่งถาวรตรงที่วัสดุ รูปแบบการก่อสร้าง ประโยชน์ใช้สอย และความประณีตของฝีมือช่าง โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ เรือนเกย, เรือนแฝด และเรือนโข่ง
เรือนทั้ง 3 ประเภทนี้มีรูปแบบการก่อสร้างที่ต่างกันไปบ้าง แต่เมื่อสังเกตดูจากห้องหับหรือการใช้สอยแล้วก็แทบไม่แตกต่างกัน เพราะจะต้องมี 3 ห้องหลักของบ้าน ได้แก่ ห้องพ่อแม่, ห้องเปิง คือห้องลูกชาย และห้องส่วม คือห้องลูกสาว รวมไปจนถึงพื้นที่การใช้สอยอื่น ๆ เช่น เฮือนไฟหรือเรือนครัว และฮ้างแอ่งน้ำหรือร้านหม้อน้ำ
เรือนเกย มี “เกย” หรือชานโล่งที่พื้นระดับต่ำกว่าตัวเรือนใหญ่ มีหลังคาคลุม เกยมีไว้สำหรับทำกิจกรรมทั่วไป เช่น รับแขก พักผ่อน นั่งเล่น และรับประทานอาหาร ซึ่งบริเวณเกยก็จะมีพื้นที่ระดับต่ำกว่าลงไปอีกจะเรียกว่า “ชานแดด” มีหน้าที่คล้ายกับเกย

เรือนแฝด ลักษณะคล้ายเรือน 2 หลัง หลังคาทรงจั่วเหมือนกัน โดยโครงสร้างของพื้นและหลังคาของเรือนหลังรองจะยึดอยู่กับเรือนใหญ่ จะมีหรือไม่มีเกยก็ได้
เรือนโข่ง คล้ายกับเรือนแฝด แต่โครงสร้างของพื้นและหลังคาของเรือนหลังรองจะไม่ยึดติดกับเรือนใหญ่ เรือนทั้ง 2 จึงจะอยู่ชิดหรือห่างกันก็ได้
อย่างไรก็ตาม เรือนถาวรทั้ง 3 ประเภทนี้ก็มีหลังคาจั่วที่มุงด้วยวัสดุอันคงทนและแข็งแรงมากขึ้นกว่าเรือนอื่น เนื่องจากเป็นเรือนหลักสำหรับใช้ชีวิต วัสดุที่นิยมนำมามุงหลังคาได้แก่ แป้นไม้ หรือกระเบื้องไม้ ที่จะใช้ตอไม้นำมาถากเป็นแผ่น และเซาะริ้วไม้เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวก มีอายุใช้งานหลายสิบปี และทนทานต่อการกระแทก

รวมถึงดินขอหรือกระเบื้องดินเผา ที่ทำจากดินเหนียวละเอียด มีขนาดเล็ก บางเรียบ ไม่หนักมาก ปลายด้านหนึ่งงอคล้ายกับตะขอเพื่อเกาะกับไม้ก้านฝ้าที่เป็นโครงสร้างของหลังคา
ดินขอจะทนแดดและความชื้นจากฝนได้ดีกว่าแป้นไม้ อายุใช้งานนานมาก หากดินขอของบ้านหลังไหนใช้ดินเนื้อดีและทำอย่างประณีตจะมีอายุใช้งานได้นานนับร้อยปีเลยทีเดียว
ทั้งนี้ ด้วยภาคอีสานมีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จึงทำให้หลายพื้นที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอื่นอยู่ด้วย อย่างเช่น จังหวัดนครราชสีมาหรือโคราช ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ภาคกลาง บ้านเรือนในโคราชจึงได้รับอิทธิพลมาด้วย นั่นคือ “เรือนโคราช” ที่มีรูปแบบคล้ายกับเรือนภาคกลางตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาผสมผสานกับความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของช่างท้องถิ่นโคราช

ทั้งหมดนี้คือ บ้านเรือน “ภาคอีสาน” จะเห็นได้ว่าตัวบ้านนั้นจะแตกต่างกันออกไปตามการใช้งานและวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งปัจจุบันบ้านแต่ละรูปแบบก็ยังพบเห็นได้อยู่ในชุมชนภาคอีสาน ขณะเดียวกันสิ่งที่เปลี่ยนไปและเห็นพัฒนาการที่เด่นชัดคือ “หลังคา” ที่ถือเป็นสิ่งสำคัญของบ้าน เพื่อป้องกันแดดลมฝนและสิ่งต่าง ๆ ให้กับผู้อยู่อาศัย ซึ่งชาวอีสานก็พัฒนาหลังคาของตนเองตั้งแต่ใช้วัสดุที่หาได้ง่ายตามธรรมชาติ มาจนถึงใช้หลังคาที่คงทนเป็นกระเบื้องไม้ ดินเผา และสังกะสี
ทว่าปัจจุบันความก้าวหน้าของวัสดุมุงหลังคาก็รุดหน้าไปมาก ไม่ได้มีเพียงกระเบื้องหลังคาทั่วไป แต่ยังมี “กระเบื้องเซรามิก” จาก SCG ที่มีทั้งความแข็งแรงทนทานด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ
หากใครต้องการกระเบื้องหลังคาที่จะทำหน้าที่ปกป้องคนในบ้านท่ามกลางสภาพอากาศแปรปรวนในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังส่งเสริมให้กับบ้านเรือนดูโดดเด่นงดงามเป็นพิเศษ กระเบื้องเซรามิกจาก SCG ตอบโจทย์อย่างแน่นอน
🙏 ติดตามเรื่องราวสุดพิเศษจาก SCG และศิลปวัฒนธรรม ในโครงการ วิจิตร ❖ ปราการ ได้ที่นี่ www.silpa-mag.com/vichitra-prakan
📌 สนใจหลังคาเซรามิก คลิก https://bit.ly/4gH7828
📩 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก SCG คลิกเลย
✅ INBOX : https://m.me/SCGBrand/
✅ TIKTOK : https://www.tiktok.com/@scgbrand
✅ LINE OA : https://lin.ee/ltPjrsUD หรือ Line ID : @SCGBrand
☎️ SCG Contact Center : โทร. 02-586-2222
อ่านเพิ่มเติม :
- พัฒนาการที่อยู่อาศัยบ้านเรือนชาวไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน
- องค์ประกอบหลังคาเรือนไทย ภูมิปัญญาเชิงช่างที่ปกป้องบ้านคนไทย
- เรือนโบราณล้านนา ภูมิปัญญาสล่าเมืองเหนือ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ศาสตราจาย์พลเรือตรี สมภพ ภิรมย์, รองศาสตราจารย์ วิวัฒน์ เตมียพันธ์, รองศาสตราจารย์ เขต รัตนาจณะ และดร.วิโนโรฒ ศรีสุโร. บ้านไทย. กรุงเทพฯ: บริษัท หลักทรัพย์ กองทุนรวม, 2538.
ชินศักดิ์ ตัณฑิกุล และคณะ. ความหลากหลายของเรือนพื้นถิ่นไทย. กรุงเทพฯ: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม. ศิลปากร, 2544.
กรกฎา. รู้จักเอกลักษณ์เรือนไทย 4 ภาค เหนือ/กลาง/อีสาน/ใต้ จาก https://www.baanlaesuan.com/178487/houses/vernacular_architecture/





