16 กันยายน 2500 จอมพล ป. ออกจากประเทศมุ่งสู่กัมพูชา หลัง “เลือกตั้งสกปรก”

จอมพล ป. พิบูลสงคราม และท่านผู้หญิงละเอียด ณ ชายทะเลแห่งหนึ่งที่กัมพูชา สถานที่แห่งแรกที่ไปถึง หลังออกไปจากประเทศไทย (ภาพจาก หนังสือ “อนุสรณ์ครบรอบ ๑๐๐ ปี ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๐”)

วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2500 หรือ 1 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม รักษาการนายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองแต่กลับเพิ่มดีกรีของความรุนแรงให้มากยิ่งขึ้น การเดินขบวนประท้วงของประชาชนและนิสิตนักศึกษามุ่งหน้าจากท้องสนามหลวง สู่ทําเนียบรัฐบาล และในวันเดียวกันนี้ได้มีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้รักษาความสงบเรียบร้อยตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและมีอํานาจบังคับบัญชาทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตํารวจได้ทั่วราชอาณาจักร…

ท่ามกลางบรรยากาศความไม่พอใจของหนังสือพิมพ์ และประชาชนทั่วไป จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็สามารถตั้งรัฐบาลได้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม นับเป็นรัฐบาลชุดที่ 26 ในระบอบประชาธิปไตย ในรัฐบาลนี้จอมพลเรือหลวงยุทธ ศาสตร์โกศล เป็นรองนายกรัฐมนตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลโทถนอม (จอมพล) เป็นรมช.กลาโหม พลตํารวจเอกเผ่า ศรียานนท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพลตรีประภาส จารุเสถียร (จอมพล) เป็นรมช.มหาดไทย พันเอกนาย วรการบัญชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ต้องพารัฐนาวาฝ่าคลื่นมรสุมอย่างหนักหน่วงหลายประการ ในสายตาประชาชนแล้วรัฐบาลขาดความชอบธรรมเพราะมาจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตยุติธรรม การโจมตีของหนังสือพิมพ์ และพรรคประชาธิปัตย์ นําโดยนายควง อภัยวงศ์ ส.ส.กรุงเทพฯ และหัวหน้าพรรค และที่สําคัญสุดคือการชิงอํานาจซึ่งกันและกันระหว่างจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลตํารวจเอกเผ่า ศรียานนท์ รัฐมนตรว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีข่าวมาตลอดว่าต่างจะจับกุมตัวซึ่งกันและกันและจะขึ้นเป็นผู้นําทางการเมืองแทนจอมพล ป. พิบูลสงคราม

และแล้วความล่มสลายของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูล สงคราม ก็มาถึง และทําให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายก รัฐมนตรี ต้องลี้ภัยการเมืองจากประเทศไทยไปจนถึงอสัญ กรรมที่ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อจอมพล ป. พิบูลสงคราม ตัดสินใจจากแผ่นดินเกิด มุ่งสู่กัมพูชา เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500

“โดยท่านได้ขับรถซีตรองออกจากทำเนียบพร้อมด้วย พล.ต. บุลศักดิ์ วรรณมาศ นายทหารคนสนิท, นายฉาย วิโรจน์ศิริ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พ.ต.ท. ชุมพล โลหะชาละ นายตำรวจรักษาความปลอดภัย ในค่ำของวันที่ 16 กันยายน 2500 เวลาประมาณ 21.00 นาฬิกา ได้มุ่งหน้าสู่จังหวัดตราด ลงเรือของชาวประมงไปขึ้นที่เกาะกงของกัมพูชา วันรุ่งขึ้นรัฐบาลกัมพูชาได้จัดเรือรบหลวงมารับท่านเดินทางเข้าสู่กรุงพนมเปญ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้ากรุงกัมพูชาและสมเด็จพระบรมราชินี ประดุจแขกเมืองคนสำคัญ”

จอมพล ป. พิบูลสงคราม และท่านผู้หญิงละเอียด ณ ชายทะเลแห่งหนึ่งที่กัมพูชา สถานที่แห่งแรกที่ไปถึง หลังออกไปจากประเทศไทย (ภาพจาก หนังสือ “อนุสรณ์ครบรอบ ๑๐๐ ปี ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๐”)

(คัดข้อความจากหนังสือ อนุสรณ์ครบรอบ 100 ปี ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม 14 กรกฎาคม 2540 ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จัดพิมพ์ เมื่อ พ.ศ. 2540

และ บทความ “ตำรวจอารักขา” ของพลตำรวจเอก ชุมพล โลหะชาละ ในหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพพลตํารวจเอกชุมพล โลหะชาละ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2544)

จอมพล ป. พิบูลสงคราม

จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุด
16 ธันวาคม 2481 – 6 มีนาคม 2485
7 มีนาคม 2485 – 1 สิงหาคม 2487
8 เมษายน 2491 – 23 มีนาคม 2492
24 มิถุนายน 2492 – 29 พฤศจิกายน 2494
29 พฤศจิกายน 2494 – 6 ธันวาคม 2494
6 ธันวาคม 2494 – 23 มีนาคม 2495
24 มีนาคม 2495 – 26 กุมภาพันธ์ 2500
21 มีนาคม 2500 – 16 กันยายน 2500
รวม 8 สมัย 14 ปี 11 เดือน 18 วัน

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป