ความในพระราชหฤทัยร.5 กับคำครหาว่าสิ้นเปลืองเงิน และเป็น “ขี้ค่าฝรั่ง” ในการประพาสยุโรป

รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 แห่งนอร์เวย์ ขณะเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 พ.ศ. 2450 (ภาพจาก National Library of Norway)

การเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกในรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2440 สัมฤทธิผลเกินความคาดหมาย หนังสือพิมพ์ทุกฉบับของยุโรปในสมัยนั้นเขียนข่าวอย่างครึกโครมถึงพระราชจริยวัตรอันงดงาม การแต่งพระองค์ด้วยเครื่องแบบจอมพลอย่างชาติตะวันตกอันภูมิฐาน สมศักดิ์ศรี ความสามารถในการตรัสภาษาอังกฤษ และความรู้รอบตัวที่พระองค์ทรงมี ทำให้ชาวต่างชาติเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เป็นการพิสูจน์อย่างยุติธรรมว่าพระราชปณิธานในการเสด็จฯ ไม่ว่าจะเป็นครั้งไหน ๆ ก็ได้รับการไตร่ตรองมาอย่างละเอียดรอบคอบ มีการลงทุนล่วงหน้าอย่างมหาศาล โดยมีจุดประสงค์ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาติมหาอำนาจในต่างประเทศ เกิดความเข้าใจและตระหนักว่าสยามเป็นชาติที่เจริญแล้ว และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับชาติตะวันตก

ภาพลักษณ์ทั้งหมดจะไม่มีวันได้เกิดขึ้นเลย หากพระมหากษัตริย์มิได้เสด็จฯ ไปยังต่างประเทศด้วยพระองค์เอง

ไปรษณียบัตร รัชกาลที่ 5 พิมพ์แบบรูปถ่ายให้รายละเอียดงดงาม เผยแพร่ในอังกฤษระหว่างการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกจาก Collection Rotary Photo

แต่อนิจจา หลังจากนั้นเพียง 10 ปี ในปี พ.ศ. 2450 พระเจ้าอยู่หัวก็มีพระราชปรารภที่จะเสด็จประพาสยุโรปอีกครั้งหนึ่ง

การเสด็จฯ ครั้งหลังนี้เกิดมีผู้ไม่หวังดีวิพากษ์วิจารณ์ว่าทรงยอมฝรั่งมากจนเกินไป และไม่มีความจำเป็นต้องเสด็จฯ อีกให้เป็นการสิ้นเปลืองเงิน

มีพระราชดำรัสถึงเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) บรรยายความน้อยพระราชหฤทัยที่คนบางกลุ่มไม่เห็นความสำคัญในการตัดสินพระราชหฤทัยของพระองค์ (จัดย่อหน้าใหม่ – กองบรรณาธิการ)

วันที่ 24 ตุลาคม รัตนโกสินทรศก40 126

ถึง พระยาสุขุม

ได้รับหนังสือฉบับที่ 17, 18, 19 นึกทอดธุระว่าจะไม่ตอบกว่าหนังสือจะไปถึงก็เกือบจะได้พบกัน แต่มาบัดนี้ก็นอนอยู่เปล่า ๆ ทั้งมีช่องที่จะส่งหนังสือเข้าไปถึงก่อนได้ จึ่งต้องเขียน

ของที่ส่งช้าไป เพราะเหตุที่เราไปเลือก ๆ แล้วก็ไปจากที่นั่น การที่จะบรรทุกส่งไม่ใช่ของง่าย เมื่อไปถึงแล้ว การที่จะแบ่งว่าสิ่งใดควรจะอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ควรจะอยู่สวนดุสิตและอยู่บางปะอิน จะต้องส่งทบทวนถ่ายเทกันจะกินเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพราะเหตุที่เราแต่งพระที่นั่งครั้งนี้ ไปเที่ยวรื้อมาจากอื่น ที่เก่าดูร้างไปหมด ถ้าเป็นแขกบ้านค้านเมืองมีมาแต่งโดยด่วนจะได้ความร้อนใจอย่างยิ่ง สู้คลำออด ๆ ให้แล้วสำเร็จเสียก่อนไม่ได้

พูดถึงการรับเสด็จและพูดถึงการซื้อของมีความเจ็บใจเป็นอันมาก แต่ความเจ็บใจอันใด จนถึงเขาหาว่าเป็นผู้จะทำลายแผ่นดินสยามก็ไม่มีความเสียใจเท่าที่ได้เห็น ปรากฏว่า… เป็นผู้มีความอิจฉาโดยจะไม่เกิดในสันดารเอง ก็ได้ถูกด้วงแมลงล้วงไส้พรอนภายในมาเสียนานแล้ว ความรู้สึกเหมือนอย่างมีผู้บอกว่ากรมหลวงวชิรญาณ หยอกผู้หญิง แกจะคิดเห็นว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ

ข้าเองจะเป็นผู้ไม่เชื่อคำบอกนี้ก่อนคนอื่นหมด ฉันใดถ้ามีผู้มาบอกเรื่อง…เช่นนี้จะไม่เชื่อเหมือนกัน แต่นี่เข็ดหลาบที่หนังสือมันมาโดนในตาเอง โดยไม่มีผู้ใดจงใจเอามาให้ เวลาออกจากเมืองโรมได้แยกเป็นขบวนน้อย…ไม่ได้มาในขบวนนั้น จรูญได้รับหนังสือเมล์บางกอกที่ปาเลอโม ก็นำมาส่ง ได้ดูหนังสือนั้นเห็นว่าเป็นรายงานประชุมเสนาบดีหรือเป็นหนังสือซองเล็กซึ่งจะเป็นส่วนบุคคล ได้สั่งให้จรูญเอาคืนส่งไปให้กรมสมมตที่เยนัว

แต่ครั้งนี้ไม่ได้แตะต้องเงินแผ่นดินสักอัฐเดียว ด้วยเห็นว่าเป็นแต่การออกมารักษาตัวไม่ใช่มาราชการ ถ้าจะว่าด้วยซื้อของให้ลูกเมียญาติมิตรก็เงินซึ่งยกให้เป็นส่วนข้าแล้ว ข้าจะให้กันจะเป็นอะไรไป ถึงจะไม่ไปให้ใครเงินนั้นก็ไม่ไปเพิ่มภูลในราชการแผ่นดิน ถ้าจะกำตัวเงินส่งให้ผู้ใดไปเสียเงียบ ๆ ใครจะเป็นผู้มาว่าว่าไม่เป็นประโยชน์แก่แผ่นดิน ถ้าจะว่าซื้อของสำหรับตกแต่งพระที่นั่งหรือเครื่องใช้สอย แผ่นดินกลับได้เปรียบเสียอีก

ถ้าข้าจะทิ้งเสียไม่ซื้ออะไรเลย ไม่แต่งอะไรเลยจะผิดร้ายอะไร ใครจะเป็นผู้บังคับ ว่าให้ชักเงินของตัวออกซื้อออกแต่ง เมื่อซื้อของไปแต่งพระที่นั่งแล้วก็ตกเป็นของแผ่นดิน กลับเป็นผู้ซึ่งทำผิด เช่นนี้ก็เป็นการหนักเต็มทีที่ลงโทษ แต่ก็ไม่สู้เดือดร้อน เพราะเป็นกองกิเลศอันหนึ่งซึ่งรักดีรักงามไม่สันโดษ แต่เชนเตนสที่ลงโทษต่อไปข้างท้ายเห็นว่าควรจะร้องอุทธรณ์คำตัดสินนี้ได้

คำตัดสินนั้นดังนี้ “เห็นจะไม่พ้นเป็นขี้ค่าฝรั่งเป็นแน่ หรือจะเป็นชะตาของบ้านเมือง ที่หากจะให้เป็นไปซึ่งเป็นได้ดังนี้” ความอันนี้อ่านไม่ออกว่าได้ทำอะไรซึ่งสมควรจะเป็นขี้ค่าฝรั่ง จะว่าเพราะใช้…ซึ่งจะต้องเป็นค่าฝรั่งก็ไม่ใช่ จะว่าเพราะใช้เงินพระคลังข้างที่มากซึ่งจะต้องเป็นขี้ค่าฝรั่งก็ไม่ใช่ จะมีได้ก็แต่พระราชอิริยาบถปรวนแปรนั้นต้องแปลให้แรงขึ้นว่าเป็นบ้า

การที่จะให้เป็นขี้ค่าฝรั่งต้องอาไศรยเหตุสองประการ คือทำให้ผิดหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีอย่างแรง คือจับเอาฝรั่งมาตัดหัวเป็นต้น หรือไปทำหนังสือยอมอยู่ในโปรเตกชัน หรือทำหนังสือยอมยกเมืองโดยวิลล์ให้แก่ประเทศหนึ่งประเทศใด ถ้าหากว่าความเห็นของคนว่าข้าจะเป็นเช่นนั้นได้แล้ว ไม่มีอย่างอื่นที่จะควรทำยิ่งกว่าให้ออกเสียจากราชสมบัติเพื่อจะรักษาแผ่นดินไว้

ถ้าอีกอย่างหนึ่งจะว่าการที่ออกมายุโรปนี้ต้องใช้เงินแผ่นดินเปลือง ดูก็ไม่ผิดกันกับมิชันอะไร ๆ ที่แต่งออกไปประชุมต่าง ๆ ซึ่งรู้ได้ว่าผู้ที่ไปประชุมนั้นไม่มีความคิดหรือถ้อยคำที่จะไปคัดค้านเรโซลูชันของประเทศใหญ่ ๆ ได้แก่สักอย่างเดียว เช่นไปประชุมเฮค ไปประชุมกากบาทแดงเป็นต้น หรือการเอกซิบิเซนที่จำต้องไปช่วย เสียเงินมากมายเท่าใดก็รู้กันอยู่

นี่จะนึกว่าเอาเจ้าแผ่นดินออกมาโชสักครั้งหนึ่งไม่ได้หรือ และได้กุศลที่ทำให้อายุยืนยาวไป ดูไม่ควรจะดุร้ายถึงเพียงนี้ เว้นไว้แต่ถ้าเขาเห็นว่าปรวนแปรนั้นถึงเป็นบ้า อย่างเช่นกล่าวมาข้างต้นนั่นเป็นการไม่ควรจะปล่อยให้ออกมาจริง ๆ

เดี๋ยวนี้ชาวบางกอกเห็นเช่นนี้หมดแล้วหรือ ถ้าชั้นผู้ใหญ่จะไม่เห็น ข้าราชการผู้น้อยชั้นนี้จะมีความคิดอย่างเดียวกันเป็นพวกมากน้อยสักเท่าใด เป็นที่น่าสงไสยอยู่มาก การที่จะจัดรับรองอันใด ขอให้เหลียวดูอ้ายคนพวกชั้นนี้ว่ามันมีอยู่มากน้อยเท่าใด มันจะเอาอ้ายความฉิบหายของการรับรองนี้ ไปขายให้แก่คนต่างประเทศ ให้เห็นว่าคนในเมืองเราร้าวราญไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพราะไม่ชอบเจ้านายของตัว อ้ายศัตรูมันจะย่องตามเข้าไปทางนั้นมากกว่า น่าที่ข้าจะฆ่าฝรั่งหรือจะยอมยกเมืองให้

รวมใจความว่า…ไม่มีความพอใจทั้งเจ้าแผ่นดิน และทั้งที่ประชุม เซนเซอร์การปกครองแผ่นดินสยามในเวลานี้ ซึ่งเขาจะมีความคิดอย่างอื่นอย่างไรอยู่ ความคิดมนุษย์ชั้นนี้จะมีมากสักเท่าไร ทำไฉนเราจะรู้ ที่เขียนเรื่องนี้เข้ามาให้ยืดยาวอยากจะให้รู้ไว้จริง ๆ สักคนหนึ่ง เผื่อจะพูดกันเข้าใจผิดไปประการใดในที่ประชุมหรือที่แห่งใด แกจะได้ชี้แจงได้ตามความจริง แต่ที่เป็นสำคัญนั้นคือแกอิน ควรจะพิจารณาว่า คนอินเป็นได้ถึงเพียงนี้ จะมีความสลดใจมากกว่าผู้อื่น

ความคิดของ…ข้าไม่เดือดร้อน เพราะพูดไม่มีที่จบอยู่เพียงไหน ถ้าจะเอาเรโซลูชันเข้าก็จนเท่านั้น นี่เสียใจที่สิ่งซึ่งไม่คาดว่าจะเป็นมาเป็นขึ้น เป็นของที่จะเปลื้องให้ ลืมเสียได้ยากอย่างยิ่ง

มีความยินดีที่จะได้พบกันเร็วแล้ว แต่อย่านึกว่าจะอ้วนพีบริบูรณ์ เห็นเข้าจะเสียใจ ไปโทรมเสียที่ฮอมเบิคคราวนี้เดือนหนึ่ง ซึ่งจะฟื้นตัวขึ้นเมื่อกลับลงทเล แต่คงจะดีกว่าเมื่อแรกมาไม่ต้องเสียใจ

จุฬาลงกรณ์ ปร. [1]

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขณะประทับที่วิลลาโนเบล เมืองซันเรโม ประเทศอิตาลี เมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 เพื่อรักษาพระอาการประชวร (ภาพจากหนังสือสมุดภาพ “ให้ดำรง ครั้งไกลบ้าน”, พ.ศ. 2540)

พระราชดำรัสฉบับนี้อธิบายความซับซ้อนของกิจการทางการเมืองภายในราชสำนักสมัยรัชกาลที่ 5 ว่าถึงแม้ในบั้นปลายจะยุติลงได้ด้วยดี และสยามสามารถรักษาเอกราชและอธิปไตยไว้ได้จนบัดนี้ แต่ในระหว่าง การดำเนินนโยบายนั้น รัชกาลที่ 5 ก็ทรงต้องประสบอุปสรรคมากมาย ไม่ใช่เฉพาะกับฝรั่งมังค่าเท่านั้น แต่แม้กับคนไทยด้วยกันเอง

(วิเคราะห์ข้อความสำคัญในพระราชสาส์นฉบับนี้)

1. เกิดคำครหาว่าไทยกำลังเป็นขี้ค่าฝรั่ง เพราะในปี พ.ศ. 2450 นั้น สยามถูกกดดันให้แลกเปลี่ยนดินแดนกับฝรั่งเศส โดยเราได้เมืองตราดกลับคืนมา แต่ต้องแลกกับ 3 เมืองของเขมรคือ เสียมราฐ พระตะบอง และศรีโสภณ ซึ่งถูกมองว่าเสียเปรียบและไทยอ่อนข้อให้ฝรั่งเศสจนเกินไป

2. พระราชดำรัสว่า “จะนึกว่าเอาเจ้าแผ่นดินออกมาโชสักครั้งหนึ่งไม่ได้หรือ” หมายความว่า ทำไมคนไทยไม่นึกบ้างว่าการเสด็จฯ ไปปรากฏพระองค์ในต่างประเทศทุกครั้ง โดยเฉพาะที่สิงคโปร์และยุโรป (พ.ศ. 2413 และ พ.ศ. 2440) ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลก็เกิดจากการตัดสินพระราชหฤทัยถูกต้องมาแล้วในอดีต

3. พระราชดำรัสว่า “ข้าไม่เดือดร้อน…ถ้าจะเอาเรโซลูชันเข้าก็จนเท่านั้น” แต่ความน้อยพระราชหฤทัยก็ไม่ได้ทำให้หมดกำลังใจหรือท้อถอย รัชกาลที่ 5 มีพระราชวินิจฉัยส่งท้ายว่าพระองค์ไม่ผิด คำครหาเป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่ไม่มีมูล จึงไม่ทรงเดือดร้อนแต่อย่างใด และถ้าจะว่ากันด้วยเหตุผลแล้ว (Resolution แปลว่า ความตั้งใจ) พระองค์ต่างหากที่มีความตั้งใจจริงต่อแผ่นดินและประชาชน

 


เชิงอรรถ :

[1] สำเนาพระราชหัตถ์เลขาส่วนพระองค์รัชกาลที่ 5 ถึงเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม), พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส 10 เมษายน พ.ศ. 2482.


หมายเหตุ : คัดเนื้อหาบางส่วนจากบทความ “เบื้องหลังความในพระราชหฤทัยรัชกาลที่ 5 ‘ทำไมจะเอาพระเจ้าแผ่นดินมาโชว์ไม่ได้’ ” เขียนโดย ไกรฤกษ์ นานา ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2556 [เน้นคำตามต้นฉบับ]

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 มิถุนายน 2564

และเพื่อไม่พลาดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ พร้อมหยิบมาใช้งาน ค้นคว้า อ้างอิง ได้ตลอดเวลา ทางกองบรรณาธิการขอเชิญผู้อ่านสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรมรายเดือน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ถึง 31 ก.ค. 2564 สำนักพิมพ์ลดราคาพิเศษ 30% และแถมฟรีอีก 1 เดือน สนใจคลิกสมัครสมาชิกหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป