“เจดีย์เอียง” วัดปรมัยยิกาวาส เกาะเกร็ด เมื่อยังไม่เอียง

ภาพถ่ายเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 ภาพพระเจดีย์มุเตา หรือ “เจดีย์เอียง ของวัดปรมัยยิกาวาสที่ยังมิได้เอียง

พระเจดีย์มุเตา หรือ “เจดีย์เอียง” ของวัดปรมัยยิกาวาส ตั้งอยู่บริเวณหัวแหลมของเกาะเกร็ด ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คือแลนด์มาร์คสำคัญของเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในปัจจุบัน

“เจดีย์เอียง” ข้อมูลจากเว็บไชต์ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า

“พระเจดีย์มุเตา วัดปรมัยยิกาวาส เกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่บริเวณหัวแหลมของเกาะเกร็ด เป็นเจดีย์ทรงรามัญสีขาว มีผ้าแดงผูกบนยอดเจดีย์ ซึ่งกล่าวกันว่าผ้าแดง คือ สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของวัฒนธรรมรามัญ เป็นศิลปะแบบมอญแท้คือ พระเจดีย์ทรงมอญแท้เป็นพระเจดีย์จำลองมาจากหงสาวดี ก่อนที่จะถูกพม่าแต่งเติมจนทำให้พระเจดีย์มุเตาองค์เดิมที่เมืองหงสาวดีกลายเป็นเจดีย์ทรงมอญผสมพม่าในปัจจุบัน พระเจดีย์มุเตา วัดปรมัยยิกาวาสเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ฐานแปดเหลี่ยมย่อมุม ยอดเจดีย์มีฉัตรทรงเครื่อง 5 ชั้น อย่างมอญ สูง 1 วา ตั้งอยู่หัวมุมเกาะเกร็ด ทางราชการโดยกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ปี 2478 พระเจดีย์มุเตาสร้างโดยชาวมอญที่อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ปลายกรุงศรีอยุธยา อายุราว 300 ปี ภายในบรรจุพระธาตุเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยเชื้อสายมอญ เดิมเป็นเจดีย์ที่สร้างตั้งตรง ต่อมาน้ำเซาะตลิ่งพัง จึงทำให้เจดีย์ทรุดตัวและเอียงลงเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2434 ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้สร้างเขื่อนไม้และเขื่อนปูน แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ได้รับงบประมาณจากกรมการศาสนาและได้มีผู้มีจิตศรัทธา ได้ซ่อมแซมเขื่อนคอนกรีตถาวร ปัจจุบันได้เสริมความแข็งแรงและยึดฐานไว้อย่างแน่นหนา กรมศิลปากรอนุญาตให้ซ่อมตัวพระเจดีย์เชิงอนุรักษ์ในสภาพเอียงไว้ พระเจดีย์มุเตาหรือเรียกกันว่าเจดีย์เอียงองค์นี้ จึงเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่เผยแพร่ไปทั่วโลก”

พระเจดีย์มุเตา หรือ “เจดีย์เอียง” ในปัจจุบัน

ถ้าดูตามข้อมูลที่ระบุว่าเจดีย์ทรุดตัวและเอียงลงเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2434 นั้น น่าจะต้องเปลี่ยนแปลงเวลาใหม่ เพราะพบว่าในปี พ.ศ. 2438 หนังสือพิมพ์ฝรั่งได้ลงพิมพ์ภาพลายเส้นเจดีย์องค์นี้ในสภาพไม่เอียง ภาพลายเส้นที่ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฝรั่ง เมื่อปี  ค.ศ. 1895 (พ.ศ. 2438) ร่วมสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นลายเส้นเจดีย์มอญและประภาคารขนาดเล็กริมแม่น้ำ ใต้ภาพระบุว่า “BANG PAIN LIGHT-HOUSE.” ลายเส้นนี้อยู่รวมกับภาพลายเส้นพระราชวังบางปะอิน ซึ่งน่าจะเป็นเจดีย์มอญริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่วัดปรมัยยิกาวาส เพราะสถานที่ตั้งใช่ เพียงแต่เจดีย์ยังไม่เอียง

ลายเส้นเจดีย์มอญในหนังสือพิมพ์ฝรั่งร่วมสมัยรัชกาลที่ 5

ส่วนประภาคารขนาดเล็กนั้นคงสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินเรือสำหรับการนำทางในแม่น้ำเจ้าพระยา หรือใช้ระบุจุดบริเวณหัวแหลมของเกาะเกร็ดเพื่อความปลอดภัยของเรือจะได้ไม่ชนเกาะ

ที่วัดนิเวศธรรมประวัติ ยังคงมีหลักฐานตัวอาคารประภาคารอยู่ ประภาคารหลังนี้ตั้งอยู่ท้ายเกาะวัดนิเวศธรรมประวัติ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2420 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้คนที่สัญจรไปมาทางเรือ และเพื่ออำนวยความสะดวกในการเสด็จประพาสทางชลมารค ปัจจุบันประภาคารดังกล่าวได้เลิกใช้แล้ว เนื่องจากกิจการเดินเรือในแม่น้ำหมดความสำคัญลง ส่วนประภาคารขนาดเล็กที่เกาะเกร็ดก็คงหมดความสำคัญและถูกรื้อในที่สุดนั้นเอง

ส่วนภาพถ่ายเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 ภาพพระเจดีย์มุเตา หรือ “เจดีย์เอียง ของวัดปรมัยยิกาวาสที่ยังมิได้เอียงภาพนี้น่าจะเป็นต้นฉบับในการเขียนลายเส้นเพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฝรั่งร่วมสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นแน่นอน และถ่ายโดยชาวต่างชาติ ซึ่งควรถ่ายก่อนปี พ.ศ. 2438 ที่จะตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์