ผ่าเบื้องหลัง ท้าวหิรัญพนาสูร อีกหนึ่งการสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในรัชกาลที่ 6 สะท้อนอะไร?

ภาพถ่าย รูปหล่อ ท้าวหิรัญพนาสูร ในรัชกาลที่ 6 ต่อมา ตกทอดเป็นพระราชมรดกในสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ประกอบกับฉากหลังที่ตกแต่งขึ้นภาพจากหนังสือ พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 (สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น สมัยรัชกาลที่ 6)

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดในช่วงเวลานี้หลายครั้ง และหากนับย้อนไปตั้งแต่ก่อนขึ้นครองราชสมบัติย่อมพบข้อมูลเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงนับถือซึ่งเล่าขานกันมาว่า ทรงมีดวงวิญญาณอสูรที่คอยถวายความจงรักภักดีคือ ท้าวหิรัญพนาสูร (เอกสารในอดีตสะกดคำเป็น ท้าวหิรันยพนาสูร)

ก่อนหน้าจะเอ่ยถึงความเป็นมาของท้าวหิรันนยพนาสูร คงต้องย้อนกลับไปเล่าข้อมูลเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นสยามมงกุฏราชกุมาร พระองค์ทรงมีความสามารถมากมาย ดังบันทึกของ หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ว่า “ทรงใส่พระทัยอยู่ในอักษรศาสตร์และศิลป” ทรงแปลและแต่งบท “ละคอน” (สะกดตามสมัยอดีต) อย่างไทยและยุโรปให้ข้าในพระองค์แสดง เรียกว่า “ละคอนและโขนสมัคร์เล่น”

และเมื่อใดเหมาะออกแก่การทอดพระเนตรบ้านเมือง จะเสด็จฯ ประพาสไปทุกที่ในพระราชอาณาจักร โดยมีเสด็จทางมณฑลพายัพและปักษ์ใต้ฝ่ายเหนือด้วย

เกร็ดความเป็นมาของ “อสูร” ที่มี 2 เรื่องเล่า

วิศรุต บวงสรวง ผู้เขียนบทความเรื่อง “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2453 – 2468” เป็นส่วนหนึ่งในงานดุษฎีนิพนธ์ เรื่อง “ศาสนวัตถุกับอุดมการณ์กษัตริย์นิยมไทย พุทธทศวรรษ 2410 – 2540” โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชระ สินธุประมา เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา รวบรวมข้อมูลจากเอกสารจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ร.6 บ12 โบราณคดี, วัตถุ / 26 ท้าวหิรันยพนาสูร (28 มิถุนายน – 16 สิงหาคม พ.ศ. 2465) ซึ่งเอกสารนี้อธิบายความไว้ว่า

เมื่อจะเสด็จฯ ประพาสมณฑลพายัพ ใน พ.ศ. 2449 ยังเดินทางด้วยม้าจากปลายทางรถไฟเข้าป่าไป เหล่าบรรดาข้าราชสำนักมีหน้าที่ตามไปเสด็จฯ ต่างก็พากันหวาดกลัวภัยอันตราย เพราะเส้นทางการเดินทางนั้น เต็มไปด้วยป่าเขากันดาร มีสัตว์ป่าดุร้าย พระองค์จึงทรงได้มีพระราชดำรัสกับบรรดาข้าราชสำนักว่า

“…ธรรมดาเจ้าใหญ่ นายโตจะเสด็จแห่งใดก็ดี คงจะมีทั้งเทวดาและปีศาจฤาอสูรเปนสัมมาทิษฐิ คอยติดตามป้องกันภยันตราย…”

ต่อมามีผู้ที่ตามเสด็จฯ ผู้หนึ่งได้กราบทูลว่าฝันเห็นชายผู้หนึ่ง รูปร่างล่ำสัน ร่างกายใหญ่โต ชายผู้นั้นบอกว่า ตนชื่อ “หิรันย์” เป็นอสูรชาวป่า เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และการเดินทางไปมณฑลพายัพครั้งนี้จะตามเสด็จฯ เพื่อคอยดูแลระวังมิให้เกิดภยันตรายระหว่างทางเสด็จฯ

เมื่อพระองค์ได้ยินเช่นนั้น จึงมีรับสั่งให้จัดธูปเทียนเครื่องสังเวยเซ่นบูชาในบริเวณป่าที่ประทับ และเมื่อถึงเวลาเสวยค่ำในทุกวัน พระองค์ทรงแบ่งพระกระยาหารของพระองค์เป็นเครื่องเซ่นพระราชทานแด่อสูรนั้นเสมอ

ภายหลังจากนั้น ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จฯ ไปที่ใด บรรดาผู้ตามเสด็จฯ จะพร้อมใจกันอัญเชิญให้หิรัญอสูรตามเสด็จฯ ด้วย และมักเชื่อกันว่าที่ทรงเสด็จฯ โดยสวัสดิภาพเพราะอสูรตนนั้นตามเสด็จฯ ด้วย

วิศรุต ชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลจากเอกสารข้างต้นนี้มีรายละเอียดบางส่วนแตกต่างจากข้อมูลในบันทึก “พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (สิงที่ข้าพเจ้าพบเห็นสมัยรัชกาลที่ 6)” โดย หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล บันทึกนี้เล่าไว้ว่า ก่อนการเสด็จมณฑลพายัพ เป็นพระองค์เอง (รัชกาลที่ 6) ที่ทรงพระสุบิน (ฝัน) ไปว่า

“มียักษ์ตนหนึ่งมาเฝ้าทูลว่าชื่อหิรัญจะมาอยู่เฝ้าดูแลรักษาพระองค์มิให้มีภัยแต่อย่างใดได้. จึงโปรดให้ช่างทำรูปยักษ์ตามที่ทอดพระเนตร์เห็นในพระสุบินนั้นรับไว้และเรียกว่า ‘ท้าวหิรัญ’ ต่อมา…”

บทความของวิศรุต อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชดำริว่า การที่ผู้คนยังพากันนับถือผี กล่าวได้ว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เช่นเดียวกับที่มีผู้คนพากันนับถือหิรันยอสูร พระองค์เองก็ทรงแบ่งเครื่องเสวยไปเซ่นสังเวยให้กับหิรันยอสูรทุกครั้งจนเป็นธรรมเนียม

เมื่อทรงขึ้นครองราชสมบัติแล้ว พระองค์ทรงมีความเชื่อว่าหิรันยอสูรคอยคุ้มครองให้เสด็จฯ ไปที่ต่างๆ โดยปลอยภัยทุกครั้ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างหล่อรูปหิรัญอสูรด้วยทองสัมฤทธิ์ ลักษะเป็นรูปยักษ์สวมชฎาเทริดอย่างไทย ถือไม้ท้าวเป็นเครื่องประดับยศ หล่อเสร็จสิ้นในเดือนเมษายน พ.ศ. 2454 และประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญหิรันยอสูรเข้าสถิตในรูปสัมฤทธิ์ แล้วทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “ท้าวหิรันยพนาสูร”

ในปี พ.ศ.2465 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นายช่างทำการปั้นและหล่อท้าวหิรัญพยนาสูรขนาดใหญ่ขึ้นอีกองค์หนึ่ง โดยมีหลักฐานภาพถ่ายเก่าว่ารถยนต์พระที่นั่ง “ทุษยันต์” ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงใช้ตรวจการซ้อมรบของเสือป่า มีท้าวหิรันยพนาสูรประดิษฐานอยู่ด้านหน้ารถด้วย

กล่าวกันว่า ในกาลต่อมา รูปหล่อท้าวหิรันยพนาสูรที่หล่อขึ้นเป็นครั้งแรก ตกทอดเป็นพระราชมรดกในสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

นัยของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ท้าวหิรันพยนาสูร”

วิศรุต บวงสรวง อธิบายว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อปีพ.ศ. 2453 ความเป็นพระมหากษัตริย์ของพระองค์ก็ถูกท้าทายตั้งแต่ต้นรัชกาล เนื่องจากพระองค์ทรงมีความขัดแย้งกับเหล่าทหารตั้งแต่ก่อนขึ้นครองราชย์ จนเกิดเหตุการณ์กบฏ ร.ศ.130 ซึ่งเกิดพร้อมกับข้อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

ทั้งนี้ สถานการณ์ในช่วงต้น อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินส่วนใหญ่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดกับรัชกาลก่อน ทำให้พระองค์ทรงระมัดระวังในการบริหารราชการแผ่นดินไม่ให้กระทบกับเครือข่ายอำนาจเดิม

พระองค์ต้องรักษาพระราชอำนาจ และระวังพระญาติใกล้ชิด นอกจากนั้นยังต้องเผชิญกับกลุ่มปัญญาชนที่เรียกร้องรัฐธรรมนูญ และระบอบประชาธิปไตย การเกิดขึ้นของกบฏ ร.ศ.130 ยิ่งตอกย้ำสถานะด้านเสถียรภาพทางการเมืองของพระองค์มากยิ่งขึ้น

วิศรุต บวงสรวง จึงวิเคราะห์ไว้ว่า แม้ความเชื่อในท้าวหิรันยพนาสูรจะปรากฏตั้งแต่ พ.ศ.2449(ร.ศ.125) แต่การหล่อรูปปั้นท้าวหิรันยพนาสูรเพิ่งกระทำขึ้นใน พ.ศ. 2454 ซึ่งเป็นปีที่ 2 ในรัชกาลที่ 6 ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญต่อการเมืองในรัชกาลที่ 6 ด้วย เพราะเพิ่งผ่านพ้นการกวาดล้างกบฏ ร.ศ.130

ถึงแม้ว่ากบฏก่อการไม่สำเร็จ วิศรุต บวงสรวง มองว่า ปรากฏการณ์นั้นทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงต่อระบอบสมสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ฉะนั้น วิศรุต บวงสรวง จึงวิเคราะห์ว่า รูปปั้น “ท้าวหิรันยพนาสูร” เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งที่ “ช่วยสร้างความมั่นพระทัยมากขึ้นว่าทรงมีอสูรคอยเฝ้าคุ้มครองพระองค์อยู่ในยามที่ทรงหวาดระแวงว่าจะมีผู้ไม่จงรักภักดีคอยปองร้ายต่อพระองค์ และอีกนัยหนึ่งก็เป็นสําแดงพระราชบารมีให้เห็นว่า แม้แต่อสูรก็ยังจงรักภักดีและคอยถวายการคุ้มครอง บรรดาผู้คิดร้ายจงอย่าได้คิดล่วงเกินพระองค์”

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ร.6 ไม่ได้ทรงห่างพบปะสมาคมเพราะ “เกลียดญาติ” แต่ทรงรำคาญ “ทูลฟ้อง-สอพลอ”

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ฉากปราบคณะ ร.ศ. 130 จากบันทึกของสมาชิก


อ้างอิง :

วิศรุต บวงสรวง. “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2453 – 2468” ส่วนหนึ่งของงานดุษฎีนิพนธ์ เรื่อง “ศาสนวัตถุกับอุดมการณ์กษัตริย์นิยมไทย พุทธทศวรรษ 2410 – 2540”. เข้าถึงผ่านระบบออนไลน์ เมื่อ 21 มกราคม 2565.

พูนพิศมัย ดิศกุล, หม่อมเจ้า. พระราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 (สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น สมัยรัชกาลที่ 6). กรุงเทพฯ : มติชน, 2561


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 มกราคม 2565