ตามรอย “ป้อมโบราณ” ที่เคยใช้ยิงกบฏ-ต้านพม่าบุก ก่อนถูกรื้อ นำอิฐมาสร้างกรุงเทพฯ

ภาพประกอบเนื้อหา - ราษฎรกรุงศรีอยุธยาต่อสู้กับทหารพม่าที่เข้ามาปล้นฆ่า (ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอาคารภาพปริทัศน์ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ)
ภาพประกอบเนื้อหา - ราษฎรกรุงศรีอยุธยาต่อสู้กับทหารพม่าที่เข้ามาปล้นฆ่า (ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอาคารภาพปริทัศน์ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ)

สำรวจชะตากรรมป้อมโบราณที่เคยใช้ยิงกบฏอย่าง ป้อมมหาไชย และป้อมที่เคยใช้ต้านทานพม่าบุก คราวเสียกรุงครั้งที่ 2 อย่าง ป้อมท้ายกบ ก่อนถูกรื้อ นำอิฐมาสร้างกรุงเทพฯ

ป้อมมหาไชย เป็นป้อมมุมพระนครด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเมืองศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำป่าสักไหลมาบรรจบกับแม่น้ำลพบุรี ส่วนป้อมท้ายกบ หรือป้อมสัตกบ หรือซัดกบ เป็นป้อมใหญ่ ตั้งอยู่มุมกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตรงบริเวณหัวแหลมจุดที่แม่น้ำลพบุรีกับแม่น้ำเจ้าพระยามาบรรจบกัน ป้อมทั้งสองนี้มีไว้เพื่อป้องกันข้าศึกตรงทางร่วมของแม่น้ำดังกล่าว

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อคราวปราบปรามกบฏธรรมเถียรในรัชกาลสมเด็จพระเพทราชา (พ.ศ. 2231-46) ว่า กรมพระราชวังบวรฯ (สมเด็จพระเจ้าเสือ) ทรงบัญชาการยิงปืนใหญ่ที่ป้อมมหาไชย ถูกกองทัพของธรรมเถียรที่ยืนช้างอยู่บริเวณวัดมณฑป ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังจันทร์เกษมจนแตกพ่ายไป ธรรมเถียรถูกกระสุนปืนใหญ่ตายในที่รบ ส่วนพวกที่คบคิดเข้ากับกบฏก็ถูกจับประหารชีวิตจนหมด

คลิกอ่านเพิ่มเติม : “กบฏธรรมเถียร” กบฏไพร่ครั้งแรกในสมัยพระเพทราชา

ทางร่วมของแม่น้ำ : แม่น้ำทางด้านซ้ายของภาพคือแม่น้ำลพบุรี หรือคลองคูเมือง ส่วนทางขวาเยื้องขึ้นไปด้านบนคือแม่น้ำสายเดียวกัน ใช้เป็นเส้นทางไปบ้านโพธิ์สามต้น และด้านล่างคือคูขื่อหน้า หรือแม่น้ำป่าสัก หัวรอน่าจะเป็นบริเวณจากจุดที่เรือ 2 ลำจอดอยู่ ไปจนถึงเรืออีกลำหนึ่งที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ป้อมมหาไชยก็น่าจะอยู่ทางด้านซ้ายของภาพ ซึ่งเป็นบริเวณตลาดหัวรอเดี๋ยวนี้ (ดูแผนผังประกอบ) ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม, สิงหาคม 2550

ต่อมาเมื่อคราวสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2310) พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (พ.ศ. 2301) ทรงลาผนวชออกมาบัญชาการศึกป้องกันพระนครด้วยพระองค์เอง โดยโปรดฯให้ทหารระดมยิงปืนใหญ่จากป้อมมหาไชย และป้อมท้ายกบ ตอบโต้กองทัพพม่าที่ตั้งกำลังรายล้อมพระนครอยู่

ปัจจุบัน ป้อมมหาไชยคือบริเวณที่เป็นตลาดหัวรอ ส่วนตัวป้อมถูกรื้อเอาอิฐไปสร้างกรุงเทพฯ เมื่อ 200 กว่าปีก่อนจนไม่ปรากฏร่องรอยให้เห็นอีกแล้ว นอกเสียจากจะนั่งเรือผ่านตลาดหัวรอ พอถึงบริเวณทางร่วมของแม่น้ำป่าสักกับแม่น้ำลพบุรีหรือคลองเมือง ลองสังเกตดูอาจยังพอเห็นซากเศษอิฐ ซึ่งเป็นส่วนของฐานป้อม กระจัดกระจายอยู่ตรงริมตลิ่งฝั่งตลาดหัวรอ

ส่วนป้อมท้ายกบก็หมดสภาพความเป็นป้อมไปแล้วเพราะถูกรื้อเอาอิฐลงไปสร้างกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับป้อมมหาไชยและป้อมอื่นๆ แต่พอมีจุดสังเกตตรงหัวแหลมที่แม่น้ำลพบุรีหรือคลองเมืองมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเมือง สันนิษฐานว่าตรงบริเวณที่เป็นศาลเจ้าในปัจจุบันน่าจะเป็นจุดที่ตั้งของป้อม ซึ่งอยู่ตรงทางร่วมของแม่น้ำทั้งสองพอดี

แม่น้ำในภาพคือแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันตกของเกาะเมือง คลองซอยที่เห็นตรงกลางภาพ (บ้านเรือนไทย) คือแม่น้ำลพบุรีหรือคลองคูเมืองที่ไหลผ่านป้อมมหาไชย ผ่านวังหลวงมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาตรงทางร่วมในภาพ ป้อมท้ายกบซึ่งเป็นป้อมที่ใช้ป้องกันข้าศึกตรงทางร่วมของแม่น้ำดังกล่าวน่าจะอยู่ตรงตำแหน่งทางด้านขวาของภาพ (ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม, สิงหาคม 2550)

ป้อมนี้ในคำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรมยังได้กล่าวไว้ว่า มีประตูช่องกุดและมีประตูใหญ่ เป็นประตูออกไปตลาดค้าปลาสดนอกป้อมซึ่งอยู่ริมแม่น้ำ

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ตามรอย “คำให้การ” ชาวกรุงเก่า-ขุนหลวงหาวัด ได้มาอย่างไร หลักฐานใดน่าเชื่อถือกว่า?

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ตามรอย ‘พระเจ้าอุทุมพร’ และเชลยกรุงศรีฯ ถูกกวาดต้อนไปกรุงรัตนปุระอังวะ-อมรปุระ


หมายเหตุ : คัดเนื้อหาจากบทความเดิมชื่อ “ป้อมมหาไชยและป้อมท้ายกบ” เขียนโดย ปวัตร์ นวะมะรัตน เผยแพร่ในนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม 2550

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564