เปิดเส้นทาง พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ กว่าจะมาเป็นผู้ร่วมจัดตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พระยาเทพศาสตร์สถิตย์

พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ (โห้ กาฬดิษย์ พ.ศ. 2423-2472) เป็นบุตรร้อยเอก หลวงครรชิตสรกรรม (เจริญ กาฬดิษย์) กับนางครรชิตสรกรรม (เอี่ยม กาฬดิษย์) เป็นผู้มีปัญญาความรู้ และประพฤติดี หลังจบการศึกษาที่โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์แล้ว กระทรวงธรรมการจึงคัดเลือกส่งออกไปศึกษาวิชากสิกรรมในมหาวิทยาลัยเรดดิง ประเทศอังกฤษ

ด้วยความชื่นชอบในวิชาการกสิกรรม เมื่อจะต้องกลับเมืองไทย สิ่งของที่นักเรียนนอกอย่างพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ นำกลับจึงแปลกแตกต่างจากไปคนอื่นๆ ตาสอดคล้องกับวิชาที่เรียน นั่นก็คือ “ลูกวัวพันธุ์” ที่ชนะรางวัลในประเทศอังกฤษ กลับมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน

เมื่อแรกกลับจากอังกฤษ พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ก็ดำรงตำแหน่งครูในกรมศึกษาธิการ แล้วย้ายไปเป็นอาจารย์โรงเรียนมหาดเล็ก และก้าวหน้าในหน้าที่การงานไปโดยลำดับ ซึ่งงานสำคัญของพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ พอสรุปได้ดังนี้

ใน พ.ศ. 2459 เมื่อทางการกำลังจะตราพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464 เพื่อให้เด็กทั่วประเทศเรียนหนังสือแล้ว ก็คิดว่าทำอย่างไร เด็กจะทิ้งไร่ทิ้งนา ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของบรรพชนมาทำราชการที่กำลังนิยมเสียหมด เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีนำปัญหาดังกล่าวไปปรึกษากับพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ ที่ขณะนั้นเป็นอาจารย์โรงเรียนข้าราชการพลเรือนหอวัง (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเวลาต่อมา) ซึ่งเสนอวิธีแก้ปัญหา ด้วยการสอนและฝึกหัดให้นักเรียนประถมศึกษาทำงานด้วยมือ (หัตถศึกษา) และมีนิสัยปัจจัยในงานเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพของครอบครัว

แต่ครูในเวลานั้นเกือบทั้งหมดเป็นครูที่สอนวิชาสามัญ ใน พ.ศ. 2460 จึงจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม (ป.ป.ก.) ที่บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ (ภายหลังมีการที่อยู่หลายต่อหล่ายครั้ง) ที่นอกจากจะเรียนวิชาสามัญต่างๆ และวิชาครูแล้ว ยังเรียนวิชากสิกรรมและฝึกหัดกสิกรรม เพื่อไปเป็นครูสอนเด็กให้มีความรู้ทางกสิกรรมแผนใหม่ โดยพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ จะนำครูและนักเรียน จับขวานจอบ ขุดตอไม้, ยกแปลง, ลอกท้องร่อง ฯลฯ ซึ่งเป็นของแปลกสำหรับประชาชน เพราะข้าราชการเวลานั้นไม่ค่อยทำงานลักษณะดังกล่าวกัน

ต่อมาใน พ.ศ. 2477 โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม และระบบการศึกษาทางกสิกรรมของโรงเรียนประชาบาลของกระทรวงศึกษาธิการได้เลิกล้มไป บรรดาอาจารย์กสิกรรมทั้งหลายจึงย้ายมาสังกัดกระทรวงเกษตร ที่กำลังทำงานส่งเสริมการเกษตรของประเทศเป็นงานใหญ่ แต่ด้วยนิสัยที่เคยเป็นครู พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ จึงได้ร่วมมือกับนักวิชาการจัดตั้งวิทยาเกษตรศาสตร์ (หรือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน)

ที่สำคัญคือ งานหลายอย่างที่โรงเรียนฝึกครูประถมกสิกรรม ไม่ได้ยังประโยชน์แก่นักเรียนประถมเท่านั้น แต่ยังมีส่วนทำให้เกิดการกินดีอยู่ดีในประชาชนอีกด้วย เช่น พันธุ์ผักต่างๆ ที่พระยาเทพศาสตร์สถิตย์ นำมาปลูกในเวลานั้น เช่น กะหล่ำปลี, กะหล่ำดอก, มะเขือเทศ ฯลฯ ก่อนหน้านั้นเมืองไทยไม่ค่อยมีกิน ส่วนมากต้องซื้อจากประเทศอื่น บัดนี้ (พ.ศ. 2503) ได้กลายเป็นพืชผักธรรมดา การเลี้ยงไก่ในโรงเรียนฝึกครูประถมกสิกรรม ก็เป็นอาชีพใหม่ของเกษตรกรไทยในเวลาต่อมา


ข้อมูลจาก

หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ. “พระยาเทพศาสตร์” ใน, ประวัติครู, โรงพิมพ์คุรุสภา พ.ศ. 2503


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 ตุลาคม 2564