การยกย่อง “กองทัพทหารดินเผา” สุสานจิ๋นซี เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก

กองทัพตุ๊กตาดินเผาในเมืองซีอาน มณฑลส่านซี ประเทศจีน (ภาพเมื่อปี 2007), AFP PHOTO / ERIC FEFERBERG

นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า “สุสานจิ๋นซี” สร้างขึ้นเมื่อ 220-210 ปี ก่อนคริสตกาล สุสานมีโครงสร้างสลับซับซ้อน แบ่งออกเป็นพระราชฐานชั้นใน-นอก ภายในสุสานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีพื้นที่ราว 25,000 ตารางเมตร ใช้เวลาก่อสร้างถึง 38 ปี

สิ่งที่ทำให้ทั่วโลกตื่นตะลึงคือกองทัพทหารดินเผากว่า 10,000 ตัว ซึ่งแต่ละตัวล้วนแต่มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกัน รถม้าไม้มากกว่า 100 คัน สรรพาวุธที่ทำจากทองเหลืองและข้าวของเครื่องใช้โบราณอีกมากมาย ทำให้มันได้รับการยกย่องเป็น “สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก”

หากบุคคลแรกที่กล่าวยกย่องนั้นกลับไม่ใช่คนจีน แต่เป็นอดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส “ฌากส์ ชีรัก”

นายฌากส์ ชีรัก (ค.ศ. 1932-2019) สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน-เอเชียมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น เขาชอบไปขลุกอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะกีเมต์ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมงานศิลปะและโบราณวัตถุจากเอเชีย และยังชื่นชอบบทกวีสมัยราชวงศ์ถังของหลี่ไปและตู้ฝู่อีกด้วย

ระหว่างดํารงตําแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส 2 สมัยของนายชีรัก เขาเดินทางมาเยือนประเทศจีนถึง 4 ครั้ง และเมื่อครั้งยังเป็นนายกเทศมนตรีนครปารีสก็เคยมาเยือนจีนแล้ว ซึ่งครั้งนั้นนายชีรักได้ชมกองทัพทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 1978 พิพิธภัณฑ์สุสานกองทัพทหารดินเผา จิ๋นซียังไม่เปิดต่อสาธารณชน นายชีรักถือเป็นนักการเมืองระดับสูงชาวต่างชาติคนแรกที่ได้เผชิญหน้ากับกองทัพดินเผาของจักรพรรดิจิ๋นซี

ฌากส์ ชีรักถึงกับกล่าวว่า “โลกก่อนหน้านี้มี 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก การค้นพบกองทัพทหารดินเผาจิ๋นซีครั้งนี้นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลกก็ว่าได้ ถ้าไม่ได้ชมมหาพีระมิดถือว่ามาไม่ถึงอียิปต์ ไม่ได้มาดูกองทัพทหารดินเผาจิ๋นซีก็เหมือนมาไม่ถึงประเทศจีน”

เพราะคําพูดดังกล่าวของฌากส์ ชีรัก ตั้งแต่นั้นมาคําว่า “สิ่งมหัศจรรย์อันดับ ที่ 8 ของโลก” จึงถูกใช้หมายถึงกองทัพทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ตลอดมา

คลิกอ่านเพิ่มเติม : จิ๋นซีฮ่องเต้ฝังคนทั้งเป็นจริงหรือ? ค้นต้นตอ-ข้อเท็จจริงเรื่องที่เชื่อกันมานับพันปี


ข้อมูลจาก

วารยา. สุดยอดการค้นพบทางโบราณคดี, ศิลปวัฒนธรรม สิงหาคม, กันยายน 2552

สมชาย จิว. พลิกสุสาน อ่านจิ๋นซี, สำนักพิมพ์มติชน, กรกฎาคม 2563


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 23 กันยายน 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป