“ภาพม้า 8 ตัว” ถึง “ม้าเหงื่อโลหิต” ม้าพันธุ์ดีที่อยู่ในภาพวาดจิตรกร และวรรณคดีสามก๊ก

ภาพวาดม้าฝีมือสวีเปยหง (ภาพจากเปิดตำนาน 12 นักษัตรจีน)

สมัยโบราณ ม้าถือเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีค่าสูงสุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงทั้งหกของจีน (ได้แก่ ม้า, วัว, แพะ, หมู, สุนัข และไก่) เพราะเวลาปกติเราใช้ม้าเพื่อการเดินทาง บรรทุกสิ่งทั่วไปหรือเพื่อสินค้า เป็นแรงงานในการเกษตร ฯลฯ เวลาสงคราม ม้าก็เป็นยุทธปัจจัยในการรบ ม้าจึงมีราคาซื้อขายสูงกว่าสัตว์อื่น ก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ม้าเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนวิวัฒนาการของสังคมมนุษย์ ซึ่งจะเห็นได้จากการใช้คำว่า “แรงม้า” ในการระบุพลังของเครื่องยนต์ในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ด้วยบุคลิกลักษณะของม้า ที่มีร่างกายสมส่วน, ดูสง่างาม, คล่องแคล่ว, ว่องไว, ปราดเปรียว เมื่อเทียบกับสัตว์ 4 เท้าด้วยกันก็จะเห็นได้ว่า ลาดูอัปลักษณ์, สิงโตก็มีหัวที่ดูใหญ่เทอะทะ, วัวมีขาที่เรียวเล็กเกินไปไม่สมส่วนกับร่างกายที่ใหญ่โต ฯลฯ ม้าจึงเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่จิตรกรจีนนิยมวาด

ภาพเกี่ยวกับม้าที่จิตรกรจีนนิยมกันภาพหนึ่งก็คือ “ภาพม้า 8 ตัว” โดยม้าทั้ง 8 ตัว เป็นม้าประจำรถม้าของพระเจ้าโจวมู่ กษัตริย์ผู้ทรงธรรมแห่งราชวงศ์โจว (1064-256 ปีก่อนคริสตกาล) ที่ใช้เสด็จออกไปเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ต่างๆ มีเรื่องเล่าว่า ม้าแต่ละตัวมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกันไป

แต่ “ภาพม้า 8 ตัว” ก็ยังเป็นรองภาพ “จิ่วฟังเกาวินิจฉัยม้า”

ภาพ “จิ่วฟังเกาวินิจฉัยม้า” กล่าวถึงจิ่วฟังเกาเป็นผู้มีความสามารถในการดูม้า ที่แม้แต่ป๋อเล่อปรมาจารย์ด้านม้า ยกย่องยอมรับในความสามารถของเขา จิ่วฟังเการับมอบหมายจากฉินมู่กง (เจ้าผู้ครองแคว้นฉิน) ให้ตามหาม้าซึ่งสามารถวิ่งได้ถึงพันลี้ต่อวันมาตัวหนึ่ง ซึ่งเขาก็หาม้าดังกล่าวจนได้

บางครั้งก็เขียนสำนวนหรือคำกลอนที่เกี่ยวกับม้าลงในภาพด้วย หรือภาพลายสือศิลป์ที่เขียนจากสำนวนมีความหมายดีๆ แทนภาพวาดก็มี สำนวนหนึ่งที่นิยมกันมากก็คือคำว่า “马到成功-หม่าเต้าเฉิงกง” ที่มีความหมายว่า “พอลงมือก็ประสบความสำเร็จ”

ส่วนจิตกรวาดรูปม้าที่มีชื่อเสียงในสมัยโบราณ ได้แก่ หันกันและเฉาป้าในสมัยราชวงศ์ถัง สำหรับจิตรกรวาดรูปม้าที่มีชื่อเสียงในยุคปัจจุบันต้องยกให้ สวีเปยหง (ค.ศ. 1895-1953) ที่ไม่เพียงศึกษากายวิภาคของม้า เขายังสังเกตอารมณ์ของม้า โดยมักร่างภาพหยาบๆ จากม้าจริงไว้เป็นประจำ

ม้าในภาพวาดที่กล่าวข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาพ “จิ่วฟังเกาวินิจฉัยม้า” คือ ม้าเหงื่อโลหิต ม้าสายพันธุ์ดี เป็นม้าตัวสูงใหญ่ แข็งแรง ปราดเปรียว วันหนึ่งวิ่งไปได้เป็นพันลี้และวิ่งได้เร็วมาก เป็นม้าที่ทรหดอดทน แม้จะดื่มน้ำเพียงวันละครั้งก็สามารถเดินทางในทะเลทรายได้นานหลายเดือน มีถิ่นกำเนิดในตะวันออกกลาง แถบประเทศอุซเบกิสถาน เข้ามาในจีนสมัยพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ โดยแต่แรกเป็นการนำทองคำไปแลก แต่ไม่สำเร็จ จึงเกิดการสู้รบ จีนเป็นฝ่ายชนะและได้ม้าเหงื่อโลหิตมาเป็นเครื่องบรรณาการ

สมัยราชวงศ์หยวน กองทัพของเจงกิสข่านที่พิชิตไปเกือบครึ่งโลก ก็เพราะใช้ม้าเหงื่อโลหิตที่สืบเผ่าพันธุ์ในจีนมาเป็นเวลากว่าพันปี แต่หลังราชวงศ์หยวน ม้าเหงื่อโลหิตลดจำนวนลงจนแทบจะเหลือเพียงแค่ในตำนาน แต่เมื่อเดือนมิถุนายน 2002 ประธานาธิบดีแห่งเติร์กเมนิสถาน ได้มอบม้าเหงื่อโลหิตให้แก่ประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมินของจีน เป็นของขวัญสำหรับมิตรภาพของทั้งสองประเทศ

ในวรรณคดีเรื่องสำคัญอย่างสามก๊กก็มีการกล่าวถึงม้าเหงื่อโลหิตตัวหนึ่งที่ชื่อว่า “เซ็กเธาว์” แรกเริ่มเป็นของตั๋งโต๊ะมอบให้กับลิโป้ เพื่อให้สังหารพ่อบุญธรรมตนเอง ต่อมาลิโป้ถูกโจโฉประหาร ม้าเซ็กเธาว์ตกไปเป็นของโจโฉ โจโฉต้องการซื้อใจกวนอูจึงยกม้าเซ็กเธาว์ให้

เมื่อกวนอูถูกฝ่ายซุนกวนจับกุม เซ็กเธาว์ก็ตกเป็นของซุนกวน เมื่อกวนอูถูกประหาร มันก็ไม่ยอมกินอะไรและอดตายในที่สุด


ข้อมูลจาก

โจวเซี่ยวเทียน-เขียน, รศ.อาทร ฟุ้งธรรมสาร-แปล. เปิดตำนาน 12 นักษัตรจีน, สำนักพิมพ์มติชน, พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2556

ปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล. 108 สัญลักษณ์จีน, บริษัท ซ๊เอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน), พ.ศ. 2552


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 กรกฎาคม 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป