เหยาซุ่ย ยื่น 10 ข้อเสนอ? แก่พระเจ้าถังเสวียนจงก่อนรับตำแหน่ง “อัครมหาเสนาบดี”

ภาพเขียนพระเจ้าถังเสวียนจง (ซ้าย) บนผืนผ้า

เหยาซุ่ย เป็นชาวอำเภอเสียสือในเมืองสานโจว (หุบเขา ซานเหมินของมณฑลเหอหนานในปัจจุบัน) ในช่วงที่พระนางอู่เจ๋อเทียน (บูเช็คเทียน) กุมอำนาจการเมือง เหยาซุ่ยก็เคยดำรงตำแหน่งเป็นอัครเสนาบดีมาก่อน ต่อมาเกิดผิดใจกับบุคคลที่มีอำนาจและอิทธิพลจึงถูกลดขั้นเป็นขุนนางท้องถิ่น หลังพระเจ้ารุ่ยจงขึ้นครองราชย์ เหยาซุ่ยก็ได้รับแต่งตั้งเป็นอัครเสนาบดีอีกครั้ง แต่ไม่นานก็เกิดผิดใจกับองค์หญิงไท่ผิงอีก จึงถูกลดขั้นเป็นขุนนางตำแหน่งโจวชื่อสื่อ

หลังพระเจ้าถังเสวียนจงขึ้นครองราชย์ ต้องการบุคคลที่มีความรู้ประสบการณ์ มีความสามารถ มาดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดี พระองค์คิดถึงเหยาซุ่ยขึ้นมา จึงเรียกให้เขามาเข้าเฝ้า และทรงแต่งตั้งเป็นอัครเสนาบดี

เหยาซุ่ยไม่เกรงกลัวผู้มีอำนาจและอิทธิพล ไม่กลัวอันตราย ได้รับความไว้วางใจจากพระเจ้าถังเสวียนจงเป็นอย่างยิ่ง เมื่อหวังเซียนถงน้าของเสวหวังหลี่เย่เป็นจำเลยในคดีชิงทรัพย์ประชาชน หวังเซียนถงขอให้พระเจ้าถังเสวียนจงอภัยโทษผ่านทางหลี่เย่ แต่พระองค์มอบคดีให้เหยาซุ่ยเป็นคนจัดการ หวังเซียนถงก็ถูกลงโทษตามกฎหมาย ทำให้พวกตระกูลผู้ดีที่เที่ยวใช้อำนาจตามอำเภอใจ เจียมตัวกันมากขึ้น

เหยาซุ่ย

หรือกรณีที่ขุนนางชั้นสูงและคนในตระกูลผู้ดีก่อสร้างวัดกันเป็นจำนวนมาก คนในตระกูลร่ำรวยที่เที่ยวใช้อำนาจบาตรใหญ่ก็มักใช้การออกบวชมาเป็นข้อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีที่นา และเรื่องของแรงงานเกณฑ์ ทำให้ประชาชนต้องแบกภาระหนักขึ้น และทำให้รายรับของทางการลดน้อยลง เหยาซุ่ยจึงเสนอให้ลดจำนวนภิกษุ แม่ชี และวัดลง พระเจ้าถังเสวียนจงจึงออกคำสั่งให้พระภิกษุและแม่ชีจำนวน 30,000 กว่ารูปสึกออกมา และห้ามมิให้เหล่าขุนนางไปมาหาสู่กับพระภิกษุ แม่ชี และนักบวชในลัทธิเต๋า รวมถึงให้หยุดทำการก่อสร้างวัดทันที

อีกเหตุการณ์สำคัญก็คือ ภัยตั๊กแตนที่เมืองซานตง ในศักราชไคหยวนปีที่ 4 (คริสต์ศักราช 716) พืชไร่ทางการเกษตรถูกทำลายเป็นจำนวนมาก ขุนนางท้องถิ่นและประชาชนส่วนใหญ่กลับงมงายว่าเป็นเรื่องที่สวรรค์กำหนด ไม่กล้าฆ่าตั๊กแตน เหยาซุ่ยจึงสั่งการเด็ดขาดให้ขุนนางท้องถิ่นนำประชาชนออกกำจัดตั๊กแตน

แต่กลับมีขุนนางท้องถิ่นคนหนึ่งชื่อ หนีรั่วสุ่ย ทำหนังสือกราบทูลพระเจ้าถังเสวียนจงว่า ขอให้พระองค์ทำเรื่องที่มีคุณธรรมให้มากๆ เพื่อให้สวรรค์เบื้องบนประทับใจ แล้วสวรรค์ก็จะนำตั๊กแตนกลับคืนไป เมื่อเหยาซุ่ยรู้เรื่องดังกล่าว จึงเขียนจดหมายถึงขุนนางคนดังกล่าวว่า หากหน่วงเหนี่ยวจนเสียโอกาสและเวลาในกาปราบตั๊กแตน จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว การแมลงศัตรูพืชครั้งนั้นจึงสำเร็จได้ด้วยดี

แต่ก่อนที่เหยาชุ่ยจะรับตำแหน่ง “อัครมหาเสนาบดี” ในรัชกาลพระเจ้าถังเสวียนจงนั้น เขายื่นข้อเสนอ 10 ข้อ แก่พระเจ้าถังเสวียนจง หากพระองค์ทำได้เขาก็ยอมรับตำแหน่ง

ข้อเสนอทั้ง 10 ข้อ ได้แก่

  1. ยกเลิกการลงโทษที่เหี้ยมโหดและให้ปกครอง ด้วยการุณยธรรม
  2. ไม่ให้ใช้แสนยานุภาพเที่ยวรุกรานตามอำเภอใจ ภายใน 10 ปีไม่ทำสงครามขึ้นที่บริเวณชายแดน
  3. ไม่ให้ขันทีเข้ามาก้าวก่ายการเมือง
  4. พระบรมวงศานุวงศ์จะเข้าดำรงตำแหน่งขุนนางชั้นสูง หรือตำแหน่งในวงราชการไม่ได้
  5. เมื่อขุนนางคนสนิทหรือคนใกล้ชิดทำผิดกฎหมาย ให้ลงโทษตามกฎหมาย
  6. ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีอื่นๆ ที่นอกเหนือจากภาษีค่าเช่า
  7. หยุดสร้างวัดและพระราชวัง
  8. ปฏิบัติต่อขุนนางด้วยความสุภาพ
  9. อนุญาตให้เหล่าขุนนางวิพากษ์วิจารณ์ และเสนอแนะด้านการเมือง และงานของราชสำนักได้
  10. ห้ามไม่ให้พระญาติทางสายพระมารดา และพระมเหสีมาก้าวก่ายการเมืองอย่างเด็ดขาด

พระเจ้าเสวียนจงยืนยันขันแข็งว่าจะสามารถทำได้หมดทุกข้อ เหยาซุ่ยก็ขอบคุณขอน้อมรับตำแหน่ง

 


ข้อมูลจาก

หลี่เฉวี่ยน (เขียน), เขมณัฏฐ์ ทรัพย์เกษมชัย(แปล). ประวัติศาสตร์จีนฉบับย่อ, สำนักพิมพ์มติชน มกราคม 2556


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 มกราคม 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป