Crockford’s บ่อนชนชั้นสูง ส่งเจ้าของเป็นเศรษฐี จากเดิมขายปลาในลอนดอน ลูกค้าหมดตัวอื้อ

ภาพวาด สภาพอาคาร Crockford's คลับชื่อดังในลอนดอนช่วงค.ศ. 1828 วาดโดย Thomas Shepherd ภาพจาก British Library HMNTS 010349.s.3 (ไฟล์ Public Domain)

ปฏิเสธได้ยากว่าการพนันเป็นกิจกรรมที่อยู่คู่กับสังคมมนุษย์มายาวนานไม่แพ้กิจกรรมเก่าแก่อื่นๆ แหล่งการพนันหรือที่เรียกว่า “บ่อน” ในอดีตเมื่อกว่าร้อยปีก่อน บ่อนของวิลเลียม คร็อกฟอร์ด (William Crockford) ในลอนดอนคือสถานที่ซึ่งมีเรื่องราวปรากฏในบันทึกหลากหลายด้าน

ข้อมูลซึ่งเป็นที่รับรู้กันคือ บ่อนนี้ (ศัพท์อีกคำคือเรียกว่า “คลับ”) เปิดโดยนายวิลเลียม คร็อกฟอร์ด ในช่วงทศวรรษ 1820 เดิมทีเจ้าของกิจการมีพื้นเพมาจากการค้าปลาในลอนดอน แต่จากต้นทุนที่ได้จากการพนันบวกกับทุนเดิม เมื่อเวลาผ่านไปอีกครึ่งศตวรรษ เขาจึงกลายเป็นมหาเศรษฐีประเภทที่สร้างตัวเองขึ้นมาจากลำแข้งได้สำเร็จและถือเป็นเศรษฐีที่มีชื่ออีกรายในลอนดอนสืบเนื่องจากคลับของเขาที่เรียกว่า Crockford’s แหล่งการพนันที่มีสมาชิกเป็นนักเล่นพนันชนชั้นสูงในลอนดอนช่วงศตวรรษที่ 19 นั่นเอง

แหล่งข้อมูลหลายแห่งให้ข้อมูลปีเกิดของคร็อกฟอร์ด ไม่ตรงกัน บางแห่งบอกว่าเขาเกิดปี 1775 บางแห่งบอกว่าเกิดปี 1776 ข้อมูลที่สอดคล้องกันคือเขาถือกำเนิดในครอบครัวพ่อค้าปลาในลอนดอน ตัวเขาเองได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น ในวัยเด็กเขากลับพบความสามารถแฝงในตัวเอง นั่นคือเรื่องตัวเลขและการคำนวณความน่าจะเป็น ทักษะนี้เองทำให้เขาเป็นอิสระจากกิจกรรมเกี่ยวกับปลาและการจำหน่ายปลามาสู่กิจกรรมการพนัน

ช่วงปลายทศวรรษ 1790 เขากลายเป็นนักพนันตัวยง หรือจะกล่าวว่าเป็นนักพนันอาชีพก็ว่าได้ วิลเลียม ใช้เวลาหลายปีรวบรวมทุนจนสามารถย้ายถิ่นฐานขยับมาสู่โซนที่มีสีสันกว่าอย่าง Piccadilly

Henry Blyth ผู้เขียนหนังสือประวัติของคร็อกฟอร์ด บันทึกไว้ว่า เขาได้โอกาสสร้างเนื้อสร้างตัวก่อนหน้าอังกฤษทำการรบศึกทราฟัลการ์ไม่นานนัก โดยเขาชนะพนันเกมไพ่ที่เรียกว่า cribbage ต่อพ่อค้าเนื้อที่มีฐานะรายหนึ่ง

เขาชนะพนันได้เงินราว 1,700 ปอนด์ (ราว 250,000 ดอลลาร์สหรัฐในค่าเงินปัจจุบัน) จนสามารถนำมาใช้เป็นทุนทำธุรกิจได้ในเวลาต่อมา ไม่กี่ปีต่อมาเขาหาหุ้นส่วนได้และเปิดคลับ Watier’s กระทั่งเขาแตกหักกับหุ้นส่วนรายหนึ่ง จึงมาเปิด Crockford’s คลับของเขาเองเมื่อวันที่ 2 มกราคม 1828 (บางแห่งบอกว่าเปิดเมื่อ 1827)

ด้านบันทึกของ Rees Howell Gronow ทหารชาวเวลส์ เขียนไว้ว่า เมื่อ Crockford เก็บรวบรวมทุนที่ได้จากการพนันจากชนชั้นสูง เขาจึงนำมาสร้างคลับบนถนนเซนต์เจมส์ ซึ่งจะกลายเป็นคลับที่มีชื่อเสียงในยุโรปในเวลาต่อมา

สมาชิกของคลับแห่งนี้คือผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในอังกฤษแทบทุกราย ตัวอย่างเช่น ดยุคแห่งเวลลิงตัน ผู้ได้ชัยจากการรบที่วอเตอร์ลู บรรยากาศยุคแรกในคลับก็หรูหราแทบไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้ อาหารเลิศหรูโดยคร็อกฟอร์ด จ้างพ่อครัวชื่อดังของลอนดอนอย่าง Louis Eustache Ude มาปรุงอาหารเสิร์ฟ พร้อมไวน์ชั้นยอดเท่าที่หาได้ในโลก

สมาชิกของคลับส่วนใหญ่เป็นชนชั้นสูงซึ่งเขารู้จักมาจากช่วงทำคลับ Watier’s จากนั้นก็เริ่มขยายไปสู่ทูตต่างชาติจนถึงทายาทขุนนางบริเทน เรียกได้ว่า จุดแข็งอย่างหนึ่งของเขาคือข้อมูลเรื่องแหล่งทุนของชนชั้นสูงรุ่นใหม่

หากขยายภาพกว้างเพิ่มเติม ย่านเซนต์เจมส์ของลอนดอนในยุคนั้นเต็มไปด้วยสโมสรผู้ดี (ย่าน Clubland) มีเรื่องเล่ากันว่าสโมสรผู้ดีที่เก่าแก่มีจุดเริ่มต้นมาจากย่านขายช็อกโกแลตและกาแฟ ในยุคที่ช็อกโกแลตและกาแฟแพร่หลายในอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 17 อันเป็นผลมาจากการค้นพบโกโก้ (cocoa) และกาแฟ

พื้นที่เหล่านี้คือจุดพบปะรวมตัวกันของนักเดินทางที่เพิ่งกลับมาจากการเดินทางพร้อมกับแนวคิดและประสบการณ์ใหม่ๆ ไปจนถึงกลุ่มชนชั้นสูงที่เริ่มหันเหจากเรื่องทรัพย์สินต่างๆ มาสู่การเข้าสังคมแบบคนเมืองที่เป็นธรรมชาติและลดระดับความสำคัญเชิงพิธีรีตองลง แต่แน่นอนว่าพื้นที่เหล่านี้ยังเปิดให้กับใครก็ตามที่สามารถวางเงินลงบนบาร์และเข้าวงสนทนาในหัวข้อที่ปรากฏบนหน้าสื่อได้ เมื่อเวลาผ่านไปก็เปลี่ยนจากกลุ่มที่เปิดรับแบบทั่วไปมาสู่กลุ่มปิด

กลับมาที่เรื่องของคร็อกฟอร์ด อีกครั้ง แน่นอนว่าเมื่อสมาชิกของคลับแห่งนี้เป็นกลุ่มคนชนชั้นสูงที่กระเป๋าหนัก ปัจจัยนี้เองคือกุญแจสำคัญที่ทำให้ “บ่อน” ของคร็อกฟอร์ด กวาดเงินจากชนชั้นสูงได้มหาศาล

เงินที่เปลี่ยนมือไปมาภายในบ่อนหากเทียบเป็นค่าเงินในปัจจุบันแล้ว นักเขียนบางรายคาดว่าน่าจะแตะหลัก 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวอย่างจากที่พบได้มีหลายกรณี อาทิ ลอร์ดริเวอร์ส (Lord Rivers) เคยเสียพนันเป็นเงินรวมถึง 23,000 ปอนด์ (ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน) ภายในเย็นวันเดียว

เอิร์ลแห่งเซฟตัน (Earl of Sefton) เสียพนัน 250,000 ปอนด์ (ประมาณ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน) ภายในรอบปี รายนี้เสียชีวิตลงขณะยังติดหนี้คร็อกฟอร์ด อย่างน้อย 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากคิดเป็นค่าเงินปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม หลักฐานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเม็ดเงินที่ไหลเวียนในบ่อนแห่งนี้ไม่เคยถูกค้นพบ เหล่าผู้ดีคงยากจะจดบันทึกเงินที่ตัวเองเสียพนันไป

จากบันทึกของ Rees Howell Gronow ระบุว่า ในช่วงเวลาไม่กี่ปี (อดีต)พ่อค้าปลารายนี้กวาดเงินไปได้มหาศาล รวมแล้วเป็นจำนวน “twelve hundred thousand pounds” หรือ 1,200,000 ปอนด์ แต่ตัวเลขนี้ไม่มีหลักฐานอื่นมายืนยันแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม หลังจากกวาดเงินจากคลับมากมาย การลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองที่ผิดพลาดในภายหลังทำให้เม็ดเงินเหล่านี้สูญเปล่าไปไม่น้อย ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเงินเหล่านี้คิดเป็นจำนวนเท่าใดเช่นกัน

คร็อกฟอร์ด เสียชีวิตในปี 1844 ศพของเขาถูกฝังในสุสาน Kensal Green ในลอนดอน ส่วนคลับ “Crockfords” อีกแห่งในลอนดอนตั้งอยู่คนละจุดกับคลับของคร็อกฟอรด์ ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับคลับเดิมของคล็อกฟอร์ด

 


อ้างอิง:

Blyth, Henry. Hell & Hazard, Or William Crockford Versus the Gentlemen of England. London: Weidenfeld & Nicolson, 1969.

Dash, Mike. “Crockford’s Club: How a Fishmonger Built a Gambling Hall and Bankrupted the British Aristocracy”. Smithsonian. Online. Published 29 NOV 2012. Access 30 DEC 2020. <https://www.smithsonianmag.com/history/crockfords-club-how-a-fishmonger-built-a-gambling-hall-and-bankrupted-the-british-aristocracy-148268691/>

CLUBBING’ IN ST. JAMES’S. Turnbull & Asser. Online. Published 26 SEP 2019. Access 30 DEC 2020. <https://turnbullandasser.co.uk/blogs/off-the-cuff/off-the-cuff-clubbing-in-st-james>

Rees Howell Gronow. Celebrities of London and Paris; a third series of reminiscences. 1865


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 ธันวาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป