กำแพงเมืองจีน ไม่ใช่สร้างแค่ในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ แต่สร้าง-ซ่อมในหลายราชวงศ์

กำแพงเมืองจีน กำแพงยาวหมื่นลี้จากฝั่งตะวันตกจดตะวันออกของประเทศ

เมื่อพูดถึง กำแพงเมืองจีน  สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลก ภาพที่อยู่ในจินตนาการของหลายคน คงหนีไม่พ้น การเกณฑ์ประชาชนจำนวนมากมาเป็นแรงงานก่อสร้างกำแพงแห่งนี้ ผู้คนเหล่านั้นจำนวนไม่น้อยบาดเจ็บล้มตาย เพราะต้องตรากตรำงานหนัก ที่เกิดขึ้นในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้

แต่ความจริงแล้ว กำแพงเมืองจีน สร้างและซ่อมหลายยุคทั้งก่อนและหลังจากนั้น

กำแพงเมืองจีนบางช่วงที่เสียหายไปตามกาลเวลา

กําแพงเมืองจีน เริ่มสร้างครั้งแรกในยุคชุนชิว-จ้านกว๋อ ( 770 ปี ก่อนคริสต์ศักราช-221 ปี ก่อนคริสต์ศักราช) หรือเมื่อประมาณ 2,000 กว่าปีก่อน  เนื่องจากบ้านเมืองอยู่ในภาวะที่วุ่นวาย เกิดศึกสงครามชิงความเป็นใหญ่อยู่เสมอ ผู้นําแคว้นต่างๆ ได้แก่ แคว้นฉู่, แคว้นฉี, แคว้นเยียน, แคว้นเว่ย, แคว้นจ้าว, แคว้นฉิน ฯลฯ จึงช่วยกันสร้างกําแพงเมืองจีน เพื่อป้องกันการรุกรานของชนเผ่าทางเหนือ และการคุกคามจากชนเผ่าเลี้ยงสัตว์เร่ร่อน เช่น ซวงหนู, ซ่างหู ฯลฯ  โดยกําแพงเมืองของแคว้นฉีซึ่งมีความยาวทั้งสิ้นกว่า 5 กิโลเมตร ถือเป็นกําแพงเมืองจีนที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของประเทศ จากนั้นก็มีการสร้างและซ่อมกำแพงเมืองจีนในราชวงศ์ต่างๆ ตัวอย่างเช่น

สมัยราชวงศ์ฉิน (221 ปี ค.ศ.ก่อนคริสต์ศักราช-206 ปี ก่อนคริสต์ศักราช) จิ๋นซีฮ่องเต้ มีรับสั่งให้เกณฑ์แรงงานจำนวนมากในการสร้างกำแพงเมืองเมืองจีน โดยเป็นการสร้างเชื่อมต่อกับกําแพงเมืองของแคว้นจ้าวและเยียน รวมเข้ากับแคว้นฉิน ความยาวนับหมื่นลี้จากทิศตะวันตกไปจรดทางตะวันออกของมณฑลเหลียวหนิง ทําให้กําแพงที่สร้างนี้มีชื่อเรียกว่า กําแพงหมื่นลี้

สมัยราชวงศ์ฮั่น (206 ปี ก่อนคริสต์ศักราช-ค.ศ. 220) มีการบูรณะกําแพงเพิ่มเติม ต่อจากราชวงศ์ฉิน ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกัน กําแพงเมืองจีนที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่น ถือเป็นกําแพงเมืองที่มีความยาวที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

เมื่อถึงราชวงศ์สุย (ค.ศ. 581-618) สุยเหวินตี้ รับสั่งให้เกณฑ์ปัญญาชนไปเป็นแรงงานในการก่อสร้างกําแพงในช่วงฤดูหนาวอยู่หลายครั้ง เพราะนอกจากพวกซวงหนูแล้ว ยังมีชนเผ่าถู่อวี้หุนเพิ่มขึ้นมาอีก ต่อมารัชกาลสุยหยางตี้ กำแพงเมืองจีนยังเป็นหนึ่งในโครงการใหญ่ของพระองค์ สุยหยางตี้มีรับสั่งให้ซ่อมแซมกำแพงเมืองจีนและสร้างส่วนต่อขยายของกำแพงที่ตอนเหนือของส่านซี ที่ใช้แรงงานคนถึง 1 ล้านคน เพื่อเร่งรัดให้เสร็จภายในเวลา 20 วัน

สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) มีการสร้างและซ่อมแซมกําแพงเมืองจีน เพิ่มเติมอีกกว่า 20 ครั้งโดยเริ่มจากด่านเจียอวี้กวนทางทิศตะวันตกไปจรดภูเขาหู่ซาน ที่อยู่ทางตะวันออกของมณฑลเหลียวหนิง ซึ่งกำแพงเมืองจีนที่ยังหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ส่วนใหญ่คือกําแพงเมืองสร้างเพิ่มเติมในสมัยหมิงนี้เอง

กำแพงเมืองจีนในพื้นที่สูงชัน และแห้งแล้งของจีน

การซ่อมแซม และสร้างขยายกำแพงหมื่นลี้มีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีบางเวลาที่ไม่มีการสร้าง หรือซ่อมแซมกำแพงแต่อย่างใด

ดังเช่น สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) บ้านเมืองสงบสุข ราชสํานักสามารถปราบปรามชนกลุ่มน้อยทางด้านเหนือ เป็นผลสําเร็จ จึงไม่จำเป็นต้องสร้างกําแพงเพิ่มเติม นอกจากนี้ในสมัยราชวงศ์หยวน (ค.ศ.1206-1368) ซึ่งปกครองโดยชนเผ่ามองโกล มีเพียงการซ่อมแซมเล็กน้อย และสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ. 1616-1911) ซึ่งปกครองโดยชาวแมนจูก็ไม่มีสร้างกําแพงเมืองเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน

กำแพงเมืองจีนเพื่อความมั่นคงของชาติในอดีต ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

วันนี้กำแพงเมืองจีนไม่ได้มีวัตถุประสงค์เรื่องความมั่นคงอีกต่อไป การบูรณะกําแพงเมืองจีนในปัจจุบันเพื่อการท่องเที่ยวเป็นสําคัญ กําแพงเมืองจีนที่สร้างในสมัยราชวงศ์ฉิน, ราชวงศ์ฮั่น และราชวงศ์หมิง นับว่ามีการบูรณะเพิ่มเติมจากเดิมมากกว่าสมัยอื่นๆ ซึ่งมีความยาวรวมกันกว่า 5,000 กิโลเมตร (จากความยาวทั้งสิ้น 6,700 กิโลเมตร) ประกอบด้วยด่านสําคัญต่างๆ เช่น ด่านปาต๋าหลิ่ง, ด่านซานไห่กวาน, ด่านเจียอวี้กวาน เป็นต้น

ตรวจสุขภาพฟรี! ในงาน Healthcare 2020 ตรวจสุขภาพโดยโรงพยาบาลชั้นนำ และร่วมฟังความรู้ด้านสุขภาพจากเวทีทอล์ค ค้นคำตอบแบบเจาะลึกจากเหล่าคุณหมอ-นักพูดคนดัง 4 วัน 12 รายการ ครบเครื่องเรื่องสุขภาพในงานเดียว
งานจัดวันที่ 3-6 กันยายน 2563 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ เวลา 10.00 – 20.00 น. เดินทางสะดวกโดยทางด่วน และ MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออกที่ 2

ที่สุดของเวทีทอล์คเรื่องสุขภาพ ค้นคำตอบแบบเจาะลึกจากเหล่าคุณหมอ นักพูดคนดัง 4 วัน 12 รายการ…

โพสต์โดย Silapawattanatham – ศิลปวัฒนธรรม เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2020

ข้อมูลจาก

ประสิทธิ์ ฉกาจธรรม บรรณาธิการบริหาร. พลิกม่านไม้ไผ่, อาศรมสยาม-จีนวิทยา สมาคมปัญญษภิวัฒน์, กุมภาพันธ์ 2549

ทวีป วรดิลก. ประวัติศาสตร์จีน, สำนักพิมพ์สุขภาพใจ, พิมพ์ครั้งที่ 11 พ.ศ. 2551


เผยแพร่ในระบบะออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป